ส่วน "พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ" หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ฝากอะไรมาหรือไม่ นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ท่านได้ให้โอกาสมอบหมายให้พวกเราทำงาน ในสภาพท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก ท่านก็เป็นห่วงประเทศชาติ จึงเปิดโอกาสให้พวกเราเป็นแนวหน้าในการทำงาน เสนอนโยบายรับใช้ประชาชน ขณะเดียวกัน จากประสบการณ์ของ พลเอก ประวิตร ที่สะสมองค์ความรู้ ฝ่าฟันมา โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคง เรายังต้องขอคำปรึกษา เพื่อให้นโยบายถูกนำไปปฏิบัติและถึงมือประชาชนได้จริง
อย่างไรก็ตาม นางสาวตรีนุช กล่าวอีกว่า ขณะนี้ พลเอก ประวิตร ยังเป็นหัวหน้าพรรคอยู่ แต่ได้มอบหมายให้พวกตน ขับเคลื่อนพรรคโดยอิสระ ได้มีการปรึกษากับพลเอกประวิตรตลอด เปรียบเป็นเหมือนลมใต้ปีกของพวกเรา เพื่อให้พวกเราขับเคลื่อนไปข้างหน้า
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงจุดยืนของพรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคยืนยันไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 1 และหมวด 2 รวมถึงไม่แก้รัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามการทุจริต
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า พรรคยืนหยัดคุ้มครองหลักการพื้นฐานของรัฐและสถาบันพระมหากษัตริย์ ควบคู่กับการรักษากลไกตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจให้เข้มแข็ง ไม่ลดอำนาจองค์กรอิสระ และไม่ลดมาตรฐานคุณสมบัติและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ทั้งนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์ โดยยังคงหลักนิติรัฐและกลไกปราบปรามการทุจริต เพื่อให้การใช้อำนาจรัฐอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
ด้าน ดร.ยุทธนา ศรีตะบุตร ผู้สมัคร สส. เขต 2 จังหวัดหนองคาย พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึง นโยบายภายใต้เสาหลัก “ฟื้นฟู” ที่มีผลต่อประชาชนอย่างชัดเจน คือโครงการหมู่บ้านเงินล้าน หรือชุมชนประชารัฐ
ดร.ยุทธนา ระบุว่า โครงการดังกล่าวแตกต่างจากกองทุนหมู่บ้านเดิม เนื่องจากดำเนินการภายใต้แนวคิด “รัฐออกทุน ประชาชนร่วมลงแรง” เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การแจกเงินใช้ครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นการให้ทุนทำกินเพื่อสร้างรายได้จริงในชุมชน
นอกจากนี้ พรรคยังมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร ตั้งแต่การยกระดับเอกสารสิทธิ ปุ๋ยคนละครึ่ง การขายได้ก่อนปลูก และการพัฒนาตลาดเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนสูงและความไม่แน่นอนด้านราคา เปลี่ยนระบบเกษตรไทยให้มีหลักประกันรายได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มเพาะปลูก