ในฐานะพรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันการเมืองที่อยู่เคียงข้างประชาชนมานาน พรรคฯไม่นิ่งเฉย แต่ยึดโยงกับประชาชน ช่วยสอดส่องดูแล ช่วยเหลือประชาชน สร้างการมีส่วนร่วมไม่ให้เกิดช่องโหว่ เนื่องจากมีคนได้รับผลกระทบจากตู้ห่าวมากมาย อาทิ ป่วยซึมเศร้า ฆ่าตัวตาย ฯลฯ
ดังนั้นพรรคฯจึงต้องทำให้กระบวนการยุติธรรมรวดเร็ว โดยไม่ได้แทรกแซง บูรณาการด้านความยุติธรรม ปรับเปลี่ยน mindset เจ้าหน้าที่รัฐอย่านิ่งดูดาย ไม่รับสินบน ไม่กดขี่ผู้ใต้บังคับบัญชา และอย่าปล่อยให้ประเทศไทยเป็นสวรรค์ของคนกระทำความผิด
ด้าน "พล.ต.ต.วิชัย "กล่าวว่า ตนเป็นตำรวจรุ่นแรกๆในการจัดการกลุ่มมาเฟียหรือกลุ่มธุรกิจจีนสีเทา ซึ่งกลุ่มธุรกิจดังกล่าวมีในประเทศไทยมายาวนานราว 30 ปี ยุคแรกคือแก๊งลูกหมูที่ทำธุรกิจค้าบริการทางเพศ เมื่อปราบปรามเสร็จสิ้นก็เกิดแก๊งใหม่ๆ อย่างแก๊งลูกแพะ แก๊งลูกแกะ ขึ้นมาอีก ซึ่งได้ปราบปรามมาโดยตลอด
กระทั่งปัจจุบันกลุ่มธุรกิจสีเทามีการพัฒนารูปแบบธุรกิจมากมายทั้งเปิดสถานบริการคลับบาร์บังหน้าเพื่อขายยาเสพติด นำยาบ้ารายใหญ่เข้ามาขายในประเทศ เปิดบ่อนการพนันออนไลน์ ค้าของเถื่อน คอลเซนเตอร์ อสังหาริมทรัพย์ เรียกค่าไถ่นักธุรกิจต่างชาติ ชักชวนคนไทยเป็นหุ้นส่วน ฯลฯ โดยมีกลุ่มนักการเมือง คนมีสี ทหาร ตำรวจ ให้การสนับสนุนการกระทำความผิด จึงทำให้กลุ่มธุรกิจจีนสีเทาตู้ห่าวเจริญเติบโตและทรงอิทธิพลมาก
การที่"คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์" ออกมาเปิดเผยเป็นการสะกิดหนอง พอหนองแตกก็ทำให้เห็นว่าหนองนั้นกระจายไปทั่วทุกหน่วยงาน อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย ตม. ศุลกากรฯลฯ โดยที่ยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน ตำรวจเพียงแค่อายัดทรัพย์สิน แต่ไม่มีการสอบสวนตั้งข้อหาฟอกเงินในเชิงลึก และเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้แต่อย่างใด
"ผมอยากให้จับตาดูกระบวนการนี้ซึ่งเข้าไปอยู่ในศูนย์อำนาจทั้ง นักการเมือง กระบวนการยุติธรรม มหาดไทย ฯลฯ ซึ่งหากไม่มีการจัดการอย่างจริงจังจะส่งผลเสียต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก และเชื่อว่า จะกลายเป็นเพียง มวยล้มต้มคนดู ข้าราชการ นักการเมือง ต้องมีจิตสำนึก มีศีลธรรม ต้องเอาจริงเอาจัง กำจัดสิ่งที่เป็นความชั่วไม่ดีต่อชาติบ้านเมืองให้หมดไป ถ้าเฟืองใหญ่หมุนเฟืองเล็กก็จะหมุนตาม" พล.ต.ต.วิชัย กล่าว
ทางด้าน"นายวัชระ" อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าในฐานะนักกฏหมายมองว่าระบบราชการมีช่องโหว่แต่ที่เหนือกว่าช่องโหว่คือนักการเมืองที่ไม่มีศีลธรรม ละเลยต่อจรรยาบรรณ ให้การคุ้มครองกลุ่มทุนธุรกิจสีเทาตู้ห่าว กรณีเผาสวนสัตว์ภูเก็ต ตำรวจส่งสำนวน 800 หน้าให้อัยการ แต่อัยการกลับไม่สั่งฟ้อง ซึ่งตนได้ยื่นจดหมายให้ตั้งกรรมการสอบอัยการภูเก็ตเพราะมีจุดพิรุธ ทำไมไม่สั่งฟ้อง เป็นช่องว่างที่อัปยศ ต้องได้รับการชำระสะสางจากอัยการสูงสุด
หากไม่ดำเนินการตั้งกรรมการสอบสวนจะเป็นรอยด่างแก่กระบวนการยุติธรรม ในฐานะที่ตนเป็นประชาชนคนหนึ่งขอเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งข้อหาฟอกเงิน เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าการที่ไม่ตั้งข้อหาฟอกเงินเพราะมีนายพลตำรวจเคยเดินตามหลังนายตู้ห่าวมาก่อนใช่หรือไม่ แสดงว่ามีอำนาจลึกลับ มีความสัมพันธ์ที่ เอื้อประโยชน์ต่อกันมานานแล้ว
แม้แต่เครื่องบินส่วนตัวของ"ตู้ ห่าว" บินได้อย่างอิสระโดยไม่มีการจดทะเบียน นักบินไม่มีใบอนุญาตการบิน ไม่มีการตรวจสอบใดๆทั้งสิ้น ตู้ห่าวได้กระจายอิทธิพลเข้าไปทุกภาคส่วนแม้แต่วัดในจังหวัดภูเก็ต ชลบุรี บริษัททัวร์ของตู้ห่าวซื้อศาลา อุโบสถ เอาสินค้าไปขายในวัด สะท้อนให้เห็นว่าไม่เพียงแต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่หละหลวม แต่ยังรวมไปถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย ล่าสุดตนได้ไปยื่นเรื่องต่อนายกฯ ให้ติดตามเรื่องกลุ่มธุรกิจจีนสีเทาและเร่งให้ตั้งเป็นวาระแห่งชาติ ไม่เช่นนั้นจะเกิดมวยลมต้มคนดู รัฐต้องเอาจริงเอาจัง เพราะเกินวิสัยที่หน่วยงานราชการแต่ละหน่วยจะจัดการได้
สำหรับ "น.ส. ศิริภา" รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า การเคลื่อนตัวของกลุ่มทุนจีนที่มีอยู่ทั่วโลกเป็นเรื่องปกติ แต่กลุ่มทุนจีนสีเทาของตู้ห่าวที่เข้ามาสู่ประเทศไทยเป็นเรื่องไม่ปกติ จากการขยายผลของกลุ่มทุนธุรกิจสีเทาของตู้ห่าวพบเรื่องการตั้งมูลนิธิเพื่อการขอวีซ่าให้อาสาสมัครชาวจีนพำนัก และทำงาน ในไทย อีกทั้งขอสัญชาติไทย เป็นเรื่องน่าวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่งที่ไทยเปรียบเสมือนสวรรค์ของการกระทำความผิด ตนในฐานะคนไทย
"อยากให้รัฐบาลตั้งเป็นวาระแห่งชาติ ไม่เฉพาะกลุ่มทุนธุรกิจสีเทาตู้ห่าว แต่รวมถึงธุรกิจ หน่วยงานรัฐทุกภาคส่วนต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เด็ดขาด คนผิดต้องได้รับโทษ เพราะปัญหาดังกล่าวส่งผลเสียต่อเศรษกิจไทยในภาพรวม" น.ส. ศิริภา รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว