เนชั่นทีวี

ข่าว

ยกฟ้อง "รังสิมันต์" กับพวกเเกนนำคนอยากเลือกตั้ง ไม่ผิด ม.116 ชุมนุมหน้า ทบ.

15 พ.ย. 2565 | piyawan_uan

ยกฟ้อง "รังสิมันต์" กับพวกเเกนนำคนอยากเลือกตั้ง ไม่ผิด ม.116 ชุมนุมหน้า ทบ.

ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง “รังสิมันต์” กับพวกรวม 10 คน เเกนนำคนอยากเลือกตั้ง จัดชุมนุมหน้า ทบ. ปี 61 ชี้ไม่ผิดกฎหมาย เหตุเป็นการชุมนุมสงบตามระบอบปชต. สั่งปรับ200 ฐานผิด พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ

15 พฤศจิกายน 2565 ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายรังสิมันต์ โรม ,นายสิริวิชญ์ หรือจ่านิว เสรีธิวัฒน์, นายปกรณ์ อารีกุล, นายอานนท์ นำภา, นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา, นายศรีไพร นนทรี, นายธนวัฒน์ พรหมจักร, นายโชคชัย ไพบูลย์รัชตะ และเอกชัย หงส์กังวาน  แกนนำผู้ชุมนุมคนอยากเลือกตั้ง หรือ คดีARMY57

เหตุชุมนุมและปราศรัยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และเคลื่อนขบวนไปชุมนุมหน้ากองบัญชาการทัพบก ในวันที่ 24 มีนาคม 2561 ในความผิดฐานยุยงปลุกปั่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ, ร่วมกันเดินขบวนขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ และร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต

วันนี้จำเลยทั้งสิบและทนายความได้ทยอยมาศาล พร้อมกับญาติและผู้ที่มาให้กำลังใจส่วนหนึ่งนั่งรออยู่ในห้องพิจารณา
แฟ้มภาพ กลุ่มคนอยากเลือกตั้งรายงานตัวศาลอาญา

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษย์ชน รายงานว่า วันนี้ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, พ.ร.บ.จราจรทางบก และพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ แต่ลงโทษตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง ลงโทษปรับคนละ 200 บาท   

โดยสรุประบุว่า คดีนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของของจำเลยทั้งสิบเป็นความผิดหรือไม่ ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันที่ 19 มีนาคม 2561 ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว ได้ทำการยื่นแจ้งจัดการชุมนุมสาธารณะ และการขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงต่อผู้กำกับ สน.ชนะสงคราม โดยระบุสถานที่จัดการชุมนุมคือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ก่อนจะมีการเคลื่อนขบวนไปตามถนนราชดำเนินกลาง ราชดำเนินใน และราชดำเนินนอก ไปสิ้นสุดที่กองบัญชาการกองทัพบก เจ้าพนักงานที่รับแจ้งการชุมนุมได้กำหนดเงื่อนไขว่าผู้จัดการชุมนุมต้องควบคุมการชุมนุมไม่ให้กีดขวางประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะและกีดขวางการจราจร ต้องไม่เคลื่อนขบวนระหว่างเวลา 18.00-06.00 น. และต้องเลิกการชุมนุมภายในระยะเวลาที่กำหนดในวันเกิดเหตุ 24 มีนาคม 2561 จำเลยทั้ง 10 ได้มาร่วมชุมนุมในที่เกิดเหตุ รวมถึงมีการขึ้นรถกระบะสลับกันกล่าวถ้อยคำปราศรัย โดยเนื้อหาการปราศรัยเกี่ยวกับความสำคัญของการเลือกตั้ง และเรียกร้องไม่ให้มีเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานและการนำสืบพยาน เห็นว่าการชุมนุมดังกล่าวเป็นไปอย่างสงบสันติ ไม่มีความรุนแรง หรือพฤติกรรมยุยงปลุกปั่น เป็นการกระทำซึ่งเป็นวิถีในระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นการชุมนุมตามความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญและสิทธิพลเมือง เห็นว่าไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 
แฟ้มภาพ กลุ่มคนอยากเลือกตั้งรายงานตัวศาลอาญา

ในส่วนของประเด็นการกีดขวางทางจราจร ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า มีประชาชนเข้าร่วมชุมนุมในวันดังกล่าวประมาณ 300 คน แม้ประชาชนบางส่วนลงไปบนพื้นผิวจราจรบ้าง แต่ไม่ได้สร้างความรบกวนถึงขั้นเดือดร้อนต่อผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ ซึ่งเป็นธรรมชาติของการชุมนุม นอกจากนี้จำเลยทั้งสิบไม่ได้มีเจตนาจะกีดขวางทางจราจร รวมถึงไม่มีผู้ใดมาแจ้งความว่าได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมดังกล่าวแต่อย่างใด

เรื่องการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ รับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า ขณะที่กลุ่มจำเลยและผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนไปตามเส้นทางที่กำหนด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสกัดกั้นขบวนของผู้ชุมนุม จึงทำให้ไม่สามารถเลิกการชุมนุมภายในเวลาที่กำหนด ทางฝั่งโจทก์ไม่ได้มีหลักฐานมาแสดงและโต้แย้งในประเด็นนี้ ศาลจึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

ข้อหาตาม พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้จะมีตัวแทนมายื่นหนังสือขออนุญาตใช้เครื่องขยายเสียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม แต่ไม่ได้มีการยื่นหนังสือขออนุญาตกับเจ้าพนักงานเขตท้องที่ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบแต่อย่างใด เมื่อไม่ปรากฎว่ามีการแจ้งขออนุญาตดังกล่าว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดความฟ้อง
 

ข่าวล่าสุด