ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณา นายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้เดิมมีจำเลย 7 คน แต่ตนเป็น ส.ส. ในช่วงประชุมสภา จะพิจารณาคดีในสมัยประชุมไม่ได้ ทางศาลเลยแยกตนออกมาพิจารณา ทำให้ทั้ง 6 คนถูกพิจารณาไปก่อน และมีผลออกมาว่ายกฟ้อง ทางอัยการได้ตัดสินใจถอนฟ้อง เพราะคดีก่อนหน้านี้ 6 คน ศาลยกฟ้องไปแล้ว พยานหลักฐานอย่างเดียวกัน อัยการจึงยื่นคำร้องถอนฟ้องคดีนี้ ถือว่าจำหน่ายออกจากสารบบ นอกจากนี้ ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดอ่านพิพากษาคดีแกนนำคนอยากเลือกตั้ง ชุด MBK39 (กรณีชุมนุมบริเวณสกายวอล์ค แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2561)
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า อดคิดไม่ได้ว่าคดีที่เราโดนเนื้อหาคดีเกี่ยวกับมาตรา 116 ในยุคปัจจุบันเป็นมาตรายอดฮิต แต่คดีที่ใช้มาตรา 116 แล้วตัดสินเป็นโทษมีสักกี่คดี ส่วนใหญ่คนที่เป็นแกนนำคนอยากเลือกตั้งรอดหมด แล้วทำไมเราถึงยังใช้มาตรา 116 ในลักษณะคดีแบบเดิม เหมือนกับทางตำรวจไม่สนใจเลยว่าการใช้มาตรา 116 เป็นไปตามแนวทางที่ศาลพิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ ทำให้สุดท้ายอดคิดไม่ได้ว่าการดำเนินการของตำรวจเป็นไปเพื่อให้เป็นภาระทางคดี ต้องมาขึ้นศาล อยากให้ตำรวจคิดให้ดีว่าการดำเนินคดีแบบนี้ มีแต่ทำให้คนตั้งคำถามต่อกระบวนการที่เกิดขึ้นว่ามีความมุ่งหมายในการปกป้องรัฐบาล ถ้าเป็นแบบนี้ความน่าเชื่อถือของพนักงานสอบสวนก็จะไม่มี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิมคดีนี้มีจำเลยรวมทั้งหมด 7 คน มีนายรังสิมันต์ เป็นจำเลยที่ 1 ต่อมานายรังสิมันต์ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จึงมีเอกสิทธิ์คุ้มครองในสมัยประชุมสภา ทำให้มีการแยกสำนวนพิจารณาคดีออกจากกัน โดยนำจำเลยอีก 6 คน ไปเป็นคดีหมายเลขดำ อ.2893/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว, นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์, นายอานนท์ นำภา, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์, นายสุกฤษฏิ์ เพียรสุวรรณ และ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด คดีดังกล่าวศาลอาญาได้มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยไปเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2562 ซึ่งอัยการไม่อุทธรณ์ต่อ คดีถึงที่สุด