เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลฎีกาสั่งจำคุก อดีตนายก อบต.บางคูวัด กับพวก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา

03 พ.ย. 2565 | piyawan_uan

ศาลฎีกาสั่งจำคุก อดีตนายก อบต.บางคูวัด กับพวก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก อดีตนายก อบต.บางคูวัด กับพวก เป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีทุจริตประกวดราคาจัดซื้อที่ดินสร้างอาคารที่ทำการ อบต. 17.6 ล้านบาท

3 พฤศจิกายน 2565 ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้อง นายวินัย หรือ พสิษฐ์ มะลิ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บางคูวัด อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี นายประชุม ดอกแย้ม, นายศุภฤกษ์ แก้วสิงห์, นายถาวร พงษ์กำเนิด, นายวสันต์ หันเอียง, นายนิวัฒน์ ม่วงนิ่ม, นางสาววิภารัตน์ ม่วงนิ่ม เเละนายสะอาด ทำคล่องเป็นจำเลยที่ 1-8 (รวม2สำนวนพิจารณารวมกันเป็น1สำนวน) ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ความผิดต่อพระราชบัญญัติ เรื่องว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 กรณี ทุจริตประกวดราคาในการจัดซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการ อบต.บางคูวัด ในวงเงิน 17.6 ล้านบาท จำเลยทั้ง 8 ให้การปฏิเสธ 

ศาลฎีกาสั่งจำคุก อดีตนายก อบต.บางคูวัด กับพวก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา

ศาลฎีกาสั่งจำคุก อดีตนายก อบต.บางคูวัด กับพวก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษา ว่าจำเลยที่ 1-4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151(เดิม) พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการ เสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,83 จำเลยที่ 5เเละ8 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐมาตรา12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,86 จำเลยที่ 6,7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,86

การกระทำของจำเลยที่1-5 และที่ 8 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งบทหนักที่สุดมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษจำเลยที่ 1-4 ฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต พยายามจัดการทรัพย์อันเป็นการเสียหาย ลงโทษจำเลยที่ 5 เเละ8 ฐานเป็นผู้สนับสนุน เจ้าพนักงานร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตพยายามจัดการทรัพย์อันเป็นการเสียหายเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1-4 คนละ 3 ปี 6 เดือน จำคุกจำเลยที่ 5-8 คนละ 2 ปี 4เดือน ข้อหาอื่นให้ยก ต่อมาจำเลยทั้ง 8 ยื่นอุทธรณ์ 

 

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1-4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) พรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 5เเละที่ 8 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151(เดิม) พรบ.ว่าด้วยความผิด เกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 42มาตรา 12 ประกอบประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 86 จำเลยที่ 6,7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151(เดิม) ประกอบมาตรา 86

 

ลงโทษจำเลยที่ 1-4 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ ในหน่วยงานของรัฐร่วมกันกระทำการโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ จำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน ลงโทษจำเลยที่ 5,8 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ ในหน่วยงานของรัฐร่วมกันกระทำการโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อเอื้ออำนวยแก่ผู้เข้าทำการเสนอราคารายใดให้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ จำเลยที่ 6,7 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต จัดการทรัพย์ จำคุกคนละ 2 ปี 2 เดือน 20วัน ลดโทษให้จำเลยทั้งแปดคนละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

คงจำคุกจำเลยที่ 1-4 คนละ 1 ปี 8 เดือน จำคุกจำเลยที่ 5-8 คนละ 1 ปี 1 เดือน 10 วัน นอกจากที่แก้เป็นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ต่อมาจำเลยที่ 1,3,5,8 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

 

โดยศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมเเล้วเห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยที่ จำเลยที่ 1,3,5,8 เป็นความผิดสำเร็จแล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 1,3,5,8 ในปัญหาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น 

 

มีปัญหาวินิจฉัยข้อต่อไปตามฎีกาของจำเลยที่ จำเลยที่ 1,3,5,8 สมควรรอการลงโทษจำคุกแก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่าจำเลยที่ 1และ 3 เป็นต้นคิดและต้นเหตุให้เกิดการกระทำความผิดในครั้งนี้ การกระทำของจำเลยที่ 1และ 3 จึงเป็นเรื่องร้ายแรง ที่จำเลยที่ 1 และที่ 3ฎีกาว่า ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน หรือมีเหตุอื่นตามฎีกา ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะรอการลงโทษจำคุก

 

ส่วนจำเลยที่ 5 และ 8 มิได้เป็นต้นคิดหรือต้นเหตุให้เกิดการกระทำความผิดในครั้งนี้ เหตุที่ร่วมเป็น คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาก็เพราะจำเลยที่ 1 แต่งตั้งในฐานะที่จำเลยที่ 5 และที่ 8 เป็นผู้แทนชุมชน จำเลยที่ 5 ไม่ได้รับการแต่งตั้งมาแต่ต้น แต่เพิ่งได้รับการแต่งตั้ง ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2546 ซึ่งเป็นวันประกวดราคานั้นเอง และได้ความตามที่จำเลยที่ 5 ให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 3 ว่าจำเลยที่ 5 มีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง เมื่อวันที่  9 ก.ค.2546 ซึ่งเป็นวันประกวดราคา ขณะที่จำเลยที่ 5 อยู่ที่คิวรถจักรยานยนต์รับจ้างคิวกำนันตี๋ก็มีเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วน ตำบลบางคูวัดมาแจ้งให้จำเลยที่ 5 ไปทำหน้าที่กรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา จำเลยที่ 5 ก็ไป สำหรับจำเลยที่ 8 มีอาชีพทำนา ขณะนี้อายุมากถึง 72 ปี แล้ว หลังอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ 5 ถูกคุมขังมาแล้วเป็นเวลา 8 เดือน จำเลยที่ 8 ถูกคุมขังมาแล้วเป็นเวลา 1 เดือน 6 วัน เชื่อว่า จำเลยที่ 5-8 เข็ดหลาบมากแล้ว พฤติการณ์เกี่ยวกับการถูกคุมขังเปลี่ยนแปลงไปจากขณะคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 5 เเละ 8 เคยรับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาส จำเลยที่ 5 เเละ 8 กลับตัวสักครั้ง โดยรอการลงโทษจำคุกไว้ แต่เพื่อให้หลาบจำ เห็นสมควรลงโทษปรับอีกสถานหนึ่ง ฎีกาในปัญหาข้อนี้ของจำเลยที่ 1 เเละ 3 ฟังไม่ขึ้นส่วนของจำเลยที่ 5 เเละ 8 ฟังขึ้น 

 

พิพากษาแก้เป็นว่า โทษจำคุกจำเลยที่ 5 และที่ 8 ให้รอการลงโทษ ไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56(ที่แก้ไขใหม่) นับแต่วันอ่าน คำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ 5 และที่ 8 ฟัง ให้ปรับจำเลยที่ 5 และที่ 8 คนละ 1 เเสนบาท อีกสถานหนึ่ง ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 5เเละ8 คนละ 5 หมื่นบาท จำเลยคนใดไม่ชำระ ค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30(ที่แก้ไขใหม่) นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

 

ข่าวล่าสุด