พล.อ.ต.นพ.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว. อภิปรายว่า ขณะนี้ตัวเลขผู้ไม่ชำระหนี้ กยศ.ขณะนี้เพิ่มเป็นร้อยละ 26 ถ้ากฎหมายกำหนดให้ไม่ต้องชำระดอกเบี้ย เบี้ยปรับ เงินทุนหมุนเวียนในกองทุน กยศ. ปีละ 4 หมื่นล้านบาท จะหายไปปีละ 1 - 2 หมื่นล้านบาท ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป ภายใน 2 - 3 ปี เงินสะสมในกองทุน กยศ. ก็จะหมด เด็กรุ่นหลังจะไม่มีโอกาสได้เรียน
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับเนื้อหาที่สภาผู้แทนราษฎรแก้ไข มองว่า การศึกษาเป็นสวัสดิการสังคม ที่รัฐต้องดูแลประชาชน ไม่ใช่การให้กู้ยืมเงิน การออกกฎหมายกองทุนกู้ยืมเงิน ผิดมาตั้งแต่ต้น ไม่ควรให้เป็นการกู้ยืมเงิน แต่ต้องจัดเป็นสวัสดิการให้ประชาชน ในช่วงใกล้เลือกตั้ง พรรคการเมืองเกทับรัฐบาล เพราะพรรคการเมืองให้ประชาชนได้มากกว่ารัฐบาล ยิ่งใกล้เลือกตั้ง ประชาชนจะเลือกใคร ยิ่งภาวะปัจจุบัน อาจถูกกล่าวหาว่า ขายชาติ จากนโยบายที่ออกมา ทั้งที่ไม่ได้ขายชาติ ทั้งนี้ตนขอรับหลักการ และจะแปรญัตติเสนอให้รัฐต้องหางานให้ผู้เรียนจบได้ทำ เพื่อมีรายได้มาใช้หนี้และมีชีวิตอยู่ที่ดี
ส่วน นายจุมพล นิติธรางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนากฎหมายกล่องพัฒนากฎหมาย สำนักงานกฤษฎีกา ลุกขึ้นชี้แจงว่า ด้วยเนื้อหาสาระของร่างกฏหมายฉบับดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้กับผู้ที่กู้มาก่อนที่ร่างกฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ด้วย ทั้งอัตราดอกเบี้ย เบี้ยปรับ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มี หรือกลไกเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้ การลดหย่อนหนี้