ส่วนอนาคตของพรรคสร้างอนาคตไทยพร้อมจะร่วมงานทางการเมืองกับ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" หรือไม่นั้น ซึ่งพรรคสร้างอนาคตไทยยืนยันในจุดยืน คือ ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อใคร แต่เป็นความหวังของชาวบ้านและเป็นทางเลือกใหม่ ไม่มีความคิดเรื่องจะไม่ทำงานกับใคร เพราะมองว่าทุกคนล้วนมีความตั้งใจทำงาน อยากให้สังคมรวมพลังกันฟื้นฟูและสร้างอนาคตใหม่ให้กับประเทศ
"จึงขอให้ทุกพรรคคัดเลือกคนดีๆเข้ามาและร่วมมือกัน น่าจะพอแล้วกับการทะเลาะเบาะแว้ง การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ไม่มีประโยชน์ ถ้าคุณเห็นชาวบ้านที่กำลังลำบาก ก็จะรู้เลยว่าเราเสียเวลาไปมากกับการทะเลาะเบาะแว้งกัน ดังนั้นทุกพรรคสามารถเป็นเพื่อนกันได้ คุยกันได้" นายสมคิด กล่าว
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวอายุ 70 ปีแล้ว ไม่ได้หวังจะเป็นนายกรัฐมนตรี แต่หวังจะสร้างพรรคการเมืองดีๆ สักพรรคหนึ่ง และพรรคนี้จะไม่มีการซื้อเสียงเด็ดขาด เพราะเชื่อว่าแค่คิดจะซื้อเสียงก็ถือว่ากลัดกระดุมเม็ดแรกผิดแล้ว ใครฝ่าฝืนหลักการนี้อยู่ร่วมกันกับพรรคสร้างอนาคตไทยไม่ได้
เมื่อถามถึงกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายอนุญาตให้ชาวต่างชาติถือครองที่ดิน จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ นายสมคิด ระบุว่า ตนไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ แต่ความคิดนี้มีมานานหลายสิบปี และทุกครั้งที่มีความคิดเหล่านี้ออกมา จะเกิดการต่อต้าน มันเป็นเรื่องแนวทางแต่ละพรรค แต่ถ้าเป็นไปได้ก็พยายามรักษาไว้ให้ยาวที่สุด เพราะส่วนใหญ่เยาวราชเป็นคนจีนทั้งนั้น และเป็นคนจีนแท้จากจีน เพราะฉะนั้นถ้าสามารถรักษาไว้ก็รักษา ให้เช่าระยะยาวได้
"ผมไม่ได้ต่อต้าน เป็นเรื่องนโยบายของแต่ละพรรค เพียงแต่จะทำอะไรต้องรอบคอบ แต่ละพรรคมีความคิดเห็นของพรรคอาจจะต่างกันไม่เป็นไร ประชาชนจะตัดสินเอง แต่พรรคสร้างอนาคตไทยยังไม่มีนโยบายอย่างนี้ นโยบายของพรรคคือให้สิทธิพิเศษหลายๆ ด้าน" นายสมคิด กล่าว