"ใครไม่มาอยู่จุดนี้ ไม่รู้หรอก ที่พูดเพราะว่าเราเดือดร้อนมาทุกปี มันเป็นปัญหาซ้ำซาก ต้องมาเริ่มนับศูนย์ใหม่ทุกปี นายกฯกี่คนต่อกี่คน ก็ไม่เคยเเก้ปัญหาได้"
ขณะที่"นายวิทยา เต่าทอง" ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ของนายกฯ จะเสนอเเผนการทำพนังกั้นน้ำท่วม เเละ เเผนยกระดับถนนที่ใช้สัญจรให้สูงขึ้นอีก 30-50 เซนติเมตร หลังจากน้ำต่ำกว่าตลิ่งจะเร่งสูบน้ำออกจากชุมชน ไม่ให้ท่วมขังนานเพราะส่งผลต่อสุขภาพจิตประชาชน
สำหรับเเม่น้ำเจ้าพระยาที่เข้าท่วมเขตเมืองสิงห์บุรี ขณะนี้ลดลงไปเเล้ว 50-60 เซนติเมตร จากภาพมุมสูงมวลน้ำยังมีปริมาณมากที่ส่งมาจากเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่ต.บางมัญ ข้างสะพาน ข้ามเเม่น้ำเจ้าพระยา เทศบาลเมืองสิงห์บุรี ยังมีน้ำสูงกว่าตลิ่งเกินหนึ่งเมตร ชาวบ้านยังใช้เรือเข้าออก บางรายลุยน้ำเข้าไปดูบ้านเรือน พอออกมาบอกว่ายังมิดหัว ยังอยู่ไม่ได้ โดยเเม่น้ำเจ้าพระยาที่รับน้ำต่อจากอินทร์บุรี ถึงเขตเมือง จะมีลักษณะโค้งเเม่น้ำ เป็นกระเพาะหมู ทำให้การะบายได้ช้า เเละ มวลน้ำจะขังในเเอ่งที่เป็นท้องกระทะ
มวลน้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านตัว อ.เมืองสิงห์บุรี ล่าสุด เมื่อ 16.00 น.วันนี้ (23) อยู่ที่ 2,583 ลบ.ม.ยังล้นตลิ่งอยู่ กว่า 70 เซนติเมตร "สุพจน์ ยศสิงห์คำ" ผู้ว่าฯสิงห์บุรี ยืนยันว่า ขณะนี้น้ำลดลงต่อเนื่องทุกอำเภอวันละ 10 เซนติเมตร สถานการณ์เเนวโน้มดีขึ้น สัปดาห์หน้าจะเริ่มสูบน้ำลงเเม่น้ำได้ รอให้น้ำต่ำกว่าตลิ่ง 30-50 เซนติเมตร
"ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี" กล่าวว่า สำหรับปีนี้น้ำไหลระบายออกมาสมทบที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยา สูงสุด 3,707 ลบ.ม./วินาที ต่างจากปี 2554 อยู่ที่ 3,721 ลบ.ม./วินาที ต่างกัน 14 ลบ.ม จากปีมหาอุทกภัยใหญ่ 40 ปี สำหรับมวลจากเมืองสิงห์บุรีจะส่งต่อมาที่ อ.พรหมบุรี จะลงไปพื้นที่ จ.อ่างทอง เเละ พระนครศรีอยุธยา มีการประเมินว่า ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน ระดับน้ำในเเม่น้ำเจ้าพระยาจะลดต่ำกว่าตลิ่ง
อีกด้านหนึ่ง ก่อนที่ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมจ.สิงห์บุรี ปรากฎว่า ฟากการเมืองมีความเคลื่อนไหว โดย "นายพายัพ ปั้นเกตุ" อดีตส.ส.สิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย เเละ เเกนนำ นปช. ที่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษ ขึ้นป้ายข้อความขนาดใหญ่หลายจุดในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี ทั้งพื้นที่ อ.อินทร์บุรี อ.พรหมบุรี เเละ ในเขตพื้นที่ อ.เมือง เพื่อสื่อสารกับประชาชนในการเเก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
โดยระบุว่า น้ำฝนเป็นภัยธรรมชาติ น้ำท่วมเป็นเรื่องคนรับผิดชอบ รัฐบาลช่วยชาวบ้านได้ พร้อมกับเเนวทางในการเเก้ปัญหา คือ การลดปล่อยน้ำในเขื่อน ให้ต่ำกว่า 3,000 ลบ.ม./วินาที จ่ายเงินเยียวยา ผู้ประสบภัย ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็ได้ขึ้นป้ายโฆษณา ชูนโยบายเกี่ยวกับเรื่องน้ำ ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ มองว่า เป็นนโยบายที่ดี เเต่เชื่อว่าไม่สามารถทำได้ เพราะหากมีน้ำจำนวนมากต้องระบาย เเต่การเเก้ปัญหาคือการวางเเผนจัดการภาพรวมให้ดี ให้มีความเเม่นยำเเละมีประสิทธิภาพ
ส่วนการเยียวยา เป็นเรื่องที่ดี การเยียวยาจะต้องให้ทันท่วงที เเละการเยียวยาจะต้องสมน้ำสมเนื้อ สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่การเยียวยาตามเกณฑ์ในปัจจุบัน