ท่ามกลางวิกฤตซ้อนวิกฤตที่ต้องเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สงครามการค้าและผลกระทบด้านราคาพลังงานจากความขัดแย้งในยูเครน ที่ส่งผลต่อค่าครองชีพประชาชน จึงทำให้ที่ผ่านมารัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินมาให้การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนและพยุงเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการต่างๆ เช่น เราชนะ คนละครึ่ง ม.33 เรารักกัน เราเที่ยวด้วยกัน เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกันและยังสร้างโอกาสจากมาตรการต่างๆ ที่ทำให้รัฐบาลก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัลตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 พัฒนาระบบพร้อมเพย์และอีเพย์เมนท์อย่างรวดเร็ว รวมทั้งทำให้เกิดความสำเร็จจากการใช้แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ขายสลากดิจิทัลที่แก้ไขปัญหาสลากเกินราคา 80 บาทได้ด้วย
“นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของมรดกที่รัฐบาลโดยการนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ดำเนินการมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คำว่า “มรดกบาป” จึงน่าจะใช้กับหนี้โกงจำนำข้าวหลายแสนล้านบาท ที่ประชาชนคนไทยที่สุจริตต้องรับกรรมมาชดใช้แทนคนทุจริตหนีไปต่างประเทศ และยังน่าจะหมายถึงอดีตนายกรัฐมนตรีที่สร้างปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน พยายามปิดบังและเลี่ยงกระบวนการยุติธรรม ละเมิดอำนาจศาลจากกรณีถุงขนม 2 ล้านบาทต่างหาก” น.ส.ทิพานัน กล่าว และกล่าวต่อ
ทุกการพัฒนาของรัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ เป็นรูปธรรมจับต้องได้ และเห็นผลสำเร็จ สิ่งที่น่าสงสัยว่า ผู้ที่ออกมาวิจารณ์พล.อ.ประยุทธ์นั้น ไม่ได้อ่านไลน์กลุ่มของพรรคเพื่อไทยหรืออย่างไร จึงออกมาแสดงความคิดเห็นว่ารัฐบาลบริหารเศรษฐกิจล่มสลาย ขัดแย้งกับที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เพิ่งออกมาให้ความเห็นในวันเดียวกันว่า “ปัจจุบันเศรษฐกิจเริ่มที่จะฟื้นตัวแล้ว” ดังนั้นจึงขอให้พี่น้องประชาชนพิจารณาน้ำหนักการวิจารณ์ของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เพราะความจริงพูดกี่ครั้งก็เหมือนกัน แต่นักการเมืองพรรคนี้กลับพูดเรื่องเดียวกันไม่เหมือนกัน แบบนี้จะให้ประชาชนเชื่อถือได้อย่างไร