เช่น บริษัทข้าวหอม ใช้มืออาชีพมาช่วยสร้างตลาด วิจัยพัฒนา สร้างมูลค่า เพิ่มราคา เพิ่มอำนาจการต่อรอง เพิ่มขนาดตลาด เพิ่มรายได้ โดยชาวนาชาวไร่ทุกคนเป็นหุ้นส่วน และสุดท้ายคือ กล้าตัดสินใจ ให้รัฐเล็กลงด้วยเทคโนโลยี หรือ Gov Tech ทำให้คนเข้าถึงได้ด้วยมือถือ ง่ายในการรับบริการ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทำงานด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีจะให้ผลที่แม่นยำและรวดเร็ว เราจะพุ่งไปข้างหน้าได้ไวขึ้น
“ ผมเชื่ออย่างสุดใจว่า ประเทศไทยเราสามารถกลับมามีเศรษฐกิจที่เฟื่องฟูอีกครั้งได้ คนไทยร่ำรวยได้ เป็นมนุษย์ทองคำได้ แค่ต้องมีความกล้า และลงมือทำ คนไทยรวยได้ ชาติพัฒนาได้ ต้องกล้ารื้อโครงสร้างเศรษฐกิจของใหม่เพื่อเอื้อให้กับคนตัวเล็ก” หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าว
ส่วนนโยบายพรรคนั้น จากการให้สัมภาษณ์ของ กรณ์ จาติกวณิช หลังเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยออกตัวว่า พรรคเพิ่งมีโครงสร้างชัดเจน ในส่วนของนโยบายของพรรคต้องหารือกันอีกครั้งเพื่อลงรายละเอียด แต่ในภาพรวมคือตอนนี้เราไม่ได้มองว่าพรรคชาติพัฒนากล้า จะเป็นพรรคขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ แต่สิ่งที่เราคิดคือเราคิดถึงเป้าหมายประเทศไทยในภาพใหญ่คือ ประเทศไทยเวลานี้ ต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ทั้งโครงสร้างอุตสาหกรรมพลังงาน ต้องทำให้น้ำมัน และค่าไฟฟ้า ลดลง ซึ่งแน่นอนว่า จะต้องอาศัยความกล้า เพราะระบบที่ฝังรากลึกมานาน อย่างระบบราชการ ไม่ได้เอื้อต่อการพัฒนาประเทศในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว
“ พรรคชาติพัฒนากล้า เป็นพรรคการเมืองของคนทุกวัย เรามองว่าพื้นฐานของสังคมไทยสามารถที่จะเรียนรู้จากกันและกันได้ การที่เราจะมาจำกัดตัวเองว่า เป็นพรรคของคนรุ่นเก่า หรือพรรคของคนรุ่นใหม่ มันทำให้เสียโอกาสในการที่คนต่างวัยจะช่วยกันทำงานและเรียนรู้จากกันและกันได้ โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ คนไทยทุกคนรวยขึ้นได้ เศรษฐกิจดีได้ ปากท้องดีได้ ตื่นเช้ามาไม่ห่วงหน้าพะวงหลัง จะมีข้าวกินไหม ลูกมีเงินไปโรงเรียนไหม นี่คือประเด็นที่เราหายใจเข้าออกทุกวันเพื่อหาคำตอบโนโยบายแก้ปัญหาให้คนไทยทุกคน”หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้ากล่าวย้ำ
บริบทของสังคมไทยในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จะทำให้พรรคชาติพัฒนากล้า ที่มีแม่ทัพที่ชื่อ “กรณ์ จาติกวณิช” จะไปถึงฝั่งฝันได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องตามดูกันยาว ๆ