พร้อมชี้ว่า หากมัวปั่นให้ประชาชนโกรธแค้นไม่ลืมอดีต ตนว่าไม่ใช่การเมืองที่สร้างสรรค์ แต่เป็นการเมืองที่ทำลายประเทศไทย คนจะเป็นนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล ต้องไม่ใช่คนสร้างความขัดแย้งเสียเอง แต่ต้องเป็นคนสร้างความสมานฉันท์ให้ได้ หากตัวเราเป็นต้นเหตุความขัดแย้งก็ไม่มีประโยชน์
ส่วนจะให้หากวิเคราะห์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเล่นการเมืองต่อหรือไม่นั้น นายสมคิด กล่าวว่า จะอยู่ต่อหรือไม่ ไม่ใช่ตนบอก แต่อยู่ที่ประชาชนคิดและตัดสินใจเอง และก็อยู่ที่ตัวพลเอกประยุทธ์เองด้วย ซึ่งเชื่อว่าพลเอกประยุทธ์รู้ทุกอย่าง และท่านก็ต้องใช้เวลาคิดไตร่ตรองว่าสถานการณ์ข้างหน้าเป็นอย่างไร ท่านเหมาะสมเพียงไร หากคิดว่าท่านเหมาะสมกับสถานการณ์ข้างหน้า ท่านก็อาจสู้ต่อไป ไม่มีใครเขาว่า แต่แพ้ชนะเป็นเรื่องของอนาคต
สำหรับจุดยืนพรรคสร้างอนาคตไทยจะร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่นั้น นายสมคิด ระบุว่า พรรคสร้างอนาคตไทยได้ประกาศไปแล้วว่าอนาคตข้างหน้าเป็นยุคการสร้างความปรองดอง และต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่เช่นนั้นจะสายเกินไป แต่ไม่ได้หมายความว่าใครเป็นรัฐบาลเราก็จะร่วมได้ ถ้านโยบายไม่ดี และมีการแบ่งขั้วแบ่งข้าง สร้างอนาคตไทยจะไปอยู่ขั้วนั้นทำไม ไร้สาระ
ส่วนการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยได้แลนด์สไลด์ จะร่วมรัฐบาลได้หรือไม่ นายสมคิด ย้อนถามว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าแลนด์สไลด์หรือไม่ แต่บอกได้เลยว่าหากพรรคการเมืองไม่ทำจิตใจให้ไร้ขั้ว แล้วไปดูนโยบายแต่ละพรรคเป็นอย่างไร ปัญหาก็จะไม่มีอีกแล้ว หมดยุคแล้วกับวาทกรรม “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” ให้ทิ้งขยะไปได้เลย
อย่างไรก็ตาม นายสมคิด ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่า จะต่อติดกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ โดยระบุว่าคำตอบชัดเจนแล้ว