โดยศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยให้น้ำหนักการพิจารณาว่า การดำรงตำแหน่งนายกฯ ตามมาตรา 158 ต้องพิจารณาจากมาตรา 159 คือ สภาผู้แทนราษฎร เลือกนายกฯ จากบัญชีรายชื่อตามพรรคการเมือง ถือเป็นหลักการตามกฎหมาย และหลักการความชัดเจนแน่นอน
ดังนั้น การเลือกนายกฯ ตามมาตรา 159 มีความหมายเฉพาะเจาะจง ต้องมีชื่อในบัญชีรายชื่อ
ส่วนการดำรงตำแหน่งนายกฯเมื่อปี 2557 ไม่ได้เป็นไปตามบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญปี 2560
ทั้งนี้ มาตรา 264 ซึ่งมีความมุ่งหมาย 2 ประการ
1.หลักความต่อเนื่อง แม้จะดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ย่อมเป็น ครม. ตามรัฐธรรมนูญปี 60 ตั้งแต่วันประกาศใช้
2.เพื่อนำกฎเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้บังคับใหม่ มาบังคับใช้กับ ครม.ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนรัฐธรรมนูญบังคับใช้ด้วย
ส่วนมาตรา 264 วรรค 2 ยกเว้นบางเรื่อง ถ้าไม่ได้ยกเว้นเรื่องใด ก็ต้องบังคับใช้ตามรัฐธรรมนูญปี 2560
โดยกฎหมายเริ่มบังคับในวันประกาศใช้ ซึ่งรัฐธรรมนูญนี้ ประกาศใช้ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.60 ก็ต้องเริ่มใช้บังคับในวันนั้น ทุกอย่างต้องเริ่มนับทันที กรณีมาตรา 158 วรรคสี่ ก็เริ่มนับทันทีเช่นกัน
ดังนั้น วินิจฉัยว่า ผู้ถูกร้อง "พล.อ.ประยุทธ์" ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม "พล.อ.ประยุทธ์" จึงยังไม่ครบตามกำหนดเวลาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรคสี่ ความเป็นรัฐมนตรีจึงไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 2560 โดยมีมติเสียงข้างมากให้ "พล.อ.ประยุทธ์" ไม่สิ้นสุด ตามมาตรา 170 วรรคสอง และมาตรา 158 วรรคสี่