2. ตลาดน้ำมันโลกขยับรับสัญญาณดีดพุ่ง-กาตาร์จวกข่าวลือ "ใต้โต๊ะ" ป่วนดีล
กระแสข่าวการเปิดโต๊ะเจรจารอบใหม่ส่งผลให้ดัชนีราคารูปแบบพลังงานโลกปรับตัวลดลงทันทีเพื่อรับข่าวดี โดยสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดสหรัฐฯ West Texas Intermediate (WTI) ดิ่งร่วงลงทันที 6.1 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงเปิดตลาดเอเชีย โดยลดลง 5.90 ดอลลาร์ ลงมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 90.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าน่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซจะถูกเปิดออก ซึ่งจะส่งผลให้กองเรือบรรทุกน้ำมันดิบกว่า 100 ล้านบาร์เรลที่จอดติดค้างอยู่สามารถระบายออกสู่ตลาดโลกได้ แม้ผู้เชี่ยวชาญจะเตือนว่าระบบโรงกลั่นอาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีก 3-6 เดือนก็ตาม
ขณะเดียวกัน ดร.มาเจด อัล-อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม X ปฏิเสธกระแสข่าวลืออย่างรุนแรง หลังมีสื่อตะวันตกบางสำนักรายงานว่าอิหร่านได้รับการเสนอเม็ดเงินก้อนโต "ใต้โต๊ะ" เพื่อแลกกับการเซ็นสัญญาหยุดยิง โดยโฆษกกาตาร์ตราหน้าข่าวลือดังกล่าวว่าเป็น "ความพยายามอันสกปรกของกลุ่มผู้เสียประโยชน์ที่ต้องการบ่อนทำลาย (Sabotage) กระบวนการเจรจาทางการทูต" ยืนยันบทบาทตัวกลางของกาตาร์ทำไปด้วยความโปร่งใสและมุ่งเน้นเสถียรภาพของภูมิภาคเป็นหลัก
นอกจากนี้ ทางฝั่งอิหร่านมีข่าวดีเชิงสังคมเมื่อ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชกิอัน ได้ออกคำสั่งฉุกเฉินให้คืนสัญญาณและเปิดระบบเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้แก่ประชาชนในกรุงเตหะรานแล้ว หลังจากสั่งล็อกดาวน์ปิดกั้นโลกดิจิทัล (Internet Blackout) ยาวนานติดต่อกันถึง 87 วันนับตั้งแต่เกิดศึกใหญ่ โดยเทศบาลกรุงเตหะรานเผยว่าสามารถซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนที่พังเสียหายจากระเบิดของสหรัฐฯ-อิสราเอลเสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 97%
3. "เนทันยาฮู" สั่งเหยียบคันเร่งบดขยี้เลบานอน ยึดแล้ว 55 หัวเมือง
ในขณะที่สงครามในอิหร่านกำลังหันหน้าพึ่งการทูต แต่สมรภูมิภาคพื้นดินในประเทศเลบานอนกลับดิ่งลงสู่ความหายนะขั้นวิกฤต เมื่อนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ได้ส่งสุนทรพจน์ผ่านวิดีโอข้อความประกาศกร้าวปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงฉบับเดิมกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างสิ้นเชิง
"พวกเราจะไม่ถอนเท้าออกจากคันเร่งเด็ดขาด ในทางตรงกันข้าม ผมได้สั่งการให้กองทัพเหยียบคันเร่งให้จมและบดขยี้พวกมันให้หนักหน่วงยิ่งขึ้นไปอีก เราจะกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก" ผู้นำอิสราเอล ลั่นวาจา
คำประกาศดังกล่าวส่งผลให้กองทัพอิสราเอล (IDF) ยกระดับการโจมตีทางอากาศและส่งกำลังทหารราบรุกคืบเข้า "ยึดครองหัวเมืองและหมู่บ้านในเลบานอนตอนใต้แล้วอย่างน้อย 55 แห่ง" พร้อมเปิดปฏิบัติการรื้อถอนและระเบิดทำลายอาคารบ้านเรือน โรงเรียน และโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมของชาวเลบานอนอย่างย่อยยับ ส่งผลให้เกิดคลื่นผู้อพยพชาวบ้านนับหมื่นชีวิตต้องวิ่งหนีตายอพยพออกจากย่านชานกรุงเบรุตและหุบเขาเบกาตลอดทั้งคืน
ทางด้านกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานตัวเลขความสูญเสียล่าสุด พบผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลพุ่งทะลุ 3,185 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 9,633 รายแล้วนับตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยทางผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอนเวลานี้กลายสภาพเป็นเพียง "เศษหมึกบนแผ่นกระดาษ" ที่ไร้ผลในทางปฏิบัติ