แม้ กยศ. มีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ แต่ไม่มีรายได้ พ.ต.อ.ทวี อธิบายต่อว่า ซึ่งตาม พ.ร.บ. กยศ. มาตรา 10 ให้รัฐมนตรีดำเนินการขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อสมทบเข้ากองทุนในแต่ละปีงบประมาณตามความจำเป็น และมาตรา 12 เงินของกองทุนให้นำไปหาผลประโยชน์ได้ โดยการฝากกับธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจหรือธนาคารพาณิชย์ หรือซื้อหลักทรัพย์ของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ
พ.ต.อ.ทวี ได้ตัวอย่างเช่น กยศ. สามารถนำเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น จำนวน 30,000 ล้านบาท เปลี่ยนจากเงินฝากธนาคาร ไปเป็นการลงทุนในหุ้น หรือหุ้นกู้รัฐวิสาหกิจ เช่น หุ้นกู้ ปตท. มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.25 ต่อปี กองทุนจะมีรายได้จากเงินลงทุนปีละ 975 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายดำเนินการในแต่ละปี
ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะกระทบวินัยการเงินการคลังนั้น ซึ่งประเด็นนี้ต้องใช้กับรัฐบาล และผู้บริหาร กยศ. สำหรับผู้กู้ยืมกองทุน เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือผู้ยากไร้ เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ รัฐต้องมีทุนให้ ที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองสิทธิ ไม่ใช่เรื่องวินัยการเงินการคลัง
"วินัยการเงินการคลังต้องใช้กับรัฐบาลและผู้บริหารกองทุน ซึ่งจากงบการเงินที่ปรากฏตาม สตง. รายงาน พบว่า กยศ. ที่นำเงินจากการใช้การชำระเงินต้น ดอกเบี้ย และเบี้ยปรับ ไปใช้น่าจะผิดวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของกฎหมาย กยศ. โดยนำไปใช้เป็นค่าจ้างทนายความ การดำเนินคดีเฉลี่ยปีละมากกว่า 1 พันล้านบาท มีค่าใช้จ่ายที่ทำการถนนรัชดา ที่ราคาที่ดินแพงมากๆ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นเงินของผู้ยากไร้ทั้งสิ้น"
ขณะเดียวกัน จากการศึกษาของกรรมาธิการศึกษาปัญหาหนี้ กยศ. ผู้กู้ที่ผิดนัดชำระหนี้ส่วนใหญ่ เกิดจากสถานะทางการเงิน ที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย จบแล้วไม่มีงานทำ หรือขาดแรงจูงใจในการชำระหนี้ เนื่องจากเบี้ยปรับมีอัตราสูงมาก ชำระเท่าไรเงินต้นก็ไม่ลดลง ซึ่งในส่วนวินัยการเงินการคลัง ควรเป็นสิ่งที่กองทุนควรถูกตรวจสอบ และคำนึงถึงการใช้จ่ายที่ผิดวัตถุประสงค์หลักของกองทุน
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองที่แตกต่าง การแก้ไขร่าง พ.ร.บ. กยศ. ลูกหนี้ต้องคืนเงินต้นที่กู้ยืม ไม่ไช่ยกหนี้ไป การยกเลิกดอกเบี้ยและเบี้ยปรับทั้งหมด จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้กู้กลับมาชำระเงินเพื่อปลดหนี้ เมื่อมีรายได้เพียงพอ เงินต้นที่ค้างชำระกว่า 90,000 ล้านบาทจะกลับมาเป็นหนี้ปกติทันที มีการคาดการณ์ว่าลูกหนี้ที่ผิดนัดชำระกว่า 2 ล้านคน จะสามารถกลับมาชำระหนี้เงินต้น เป็นเงินอย่างน้อย 2,400 ล้านบาทต่อปี หรือชำระเดือนละ 100 บาท หรือ 1,200 บาทต่อปี โดยไม่ต้องเสียค่าทนายในการฟ้องร้องลูกหนี้ และบังคับคดี
สำหรับผลกระทบภาระภาษีในอนาคต เพราะรัฐบาลต้องให้เงินอุดหนุนกองทุนเพิ่มนั้น โดยนักศึกษาที่เรียบจบในระดับที่สูงขึ้น ที่มีมากขึ้น จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ในเรื่องความพร้อมของกำลังแรงงานในประเทศ (Skilled Labour) สามารถสร้างเศรษฐกิจให้เติบโต และขยายฐานภาษีและรายได้ของรัฐบาลให้มากขึ้นหลายเท่าตัว
ส่วนที่มองว่าคนจ่ายตรงเวลา กลับไม่ได้ประโยชน์นั้น โดยคณะกรรมการ กยศ. ร่วมกับกระทรวงการคลัง สามารถออกมาตรการเยียวยา และสร้างแรงจูงใจในการชำระหนี้ตรงเวลา โดยการลดหนี้เงินต้นทันที ให้แก่ผู้กู้ที่ไม่เคยผิดนัด หรือคืนดอกเบี้ย และเบี้ยปรับเป็นเครดิตภาษี ให้ผู้กู้ที่เคยชำระหนี้ และได้ปิดบัญชีไปแล้ว เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ที่มีการมองกันว่าพรรคการเมืองใช้เรื่อง กยศ. เพื่อหาเสียง หรือเป็นนโยบายประชานิยม พ.ต.อ.ทวี ย้ำว่า รัฐต้องเปลี่ยนมุมมองกองทุน กยศ. จากเป็นเงินกู้ยืม ให้เป็นเงินลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ โดยได้รับผลตอบแทนเป็นภาษีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จากเศรษฐกิจที่จะเจริญเติบโตขึ้น มากกว่าเดิมหลายเท่า พรรคประชาชาติมีอุดมการณ์ในการส่งเสริมสวัสดิการของประชาชน ได้แก่ การศึกษา การรักษาพยาบาล ที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและด้านต่าง ๆ
ส่วนการปรับปรุงกฎหมายใหม่ และผลกระทบกับลูกหนี้ที่ชำระไปแล้ว พ.ต.อ.ทวี อธิบายว่า จะเห็นได้จากกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น ให้รัฐจัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษา มาเพื่อช่วยเหลือคนขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งรัฐธรรมนูญประกาศ เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2560 แต่รัฐบาลไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ การให้มีดอกเบี้ยและเบี้ยปรับหลัง วันที่ 5 เม.ย. จึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และการแก้ปัญหาของรัฐ ถือว่าไม่มีประสิทธิภาพ แม้ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินของเอกชนที่หวังกำไร ได้มีการจัดตั้งคลินิกแก้หนี้ ซึ่งให้ชำระคืนแต่เงินต้นเท่านั้น ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สินได้อย่างดีเยี่ยม
ซึ่งการกู้เป็นเรื่องส่วนตัวทั้งสิ้น ในขณะที่หนี้เพื่อการศึกษา กลับมีปัญหาหนี้เสีย ที่สูงกว่า กลับไม่สามารถแก้ไข โดยคณะกรรมการอ้างว่าไม่มีอำนาจตาม พ.ร.บ. ซึ่งการศึกษาเป็นสิทธิพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ ที่รัฐควรส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียม จึงเป็นที่มาทำให้ทางพรรคส่งเสริมให้เป็นการกู้เรียนโดยปลอดดอกเบี้ยและภาระอื่น แต่ยังคงสร้างวินัยให้ผู้กู้ชำระคืนในส่วนเงินต้นเท่านั้น ซึ่งปัญหาของ กยศ. นั้น มาจากโครงสร้างทางการเงิน จึงต้องแก้ไขตรงนี้ ที่เป็นปัญหาหลักใหญ่