"ขอแสดงความยินดีและชื่นชมผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและพัฒนาท้องถิ่นของตนเองให้เป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม จนได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติในวันนี้ ผมเชื่อมั่นว่าท่านทั้งหลายล้วนมีความมุ่งมั่นและปรารถณาดีที่จะร่วมกันพัฒนาเมืองของตน โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนเป็นสำคัญ สร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีเสถียรภาพ แต่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อสิ่งที่มีคุณค่าถึงรุ่นลูก รุ่นหลานต่อไปในอนาคต" นายพลากร กล่าว
ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนเมืองสู่ความยั่งยืน เพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ซึ่งบรรจุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งขาติ ฉบับที่ 12 ซึ่งกระทรวงทรัพย์ฯ ถือเป็นภารกิจสำคัญในการผลักดันนโยบายการปฏิรูปประเทศ และแผนแม่บทสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งในส่วนกลาง และระดับพื้นที่
ทั้งนี้ เพื่อดำเนินงานเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองแบบองค์รวมอย่างบูรณาการและสมดุลในทุกมิติ บนพื้นฐานของหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้เกิดความยั่งยืนตามบริบทของพื้นที่ โดยพัฒนาเกณฑ์ชี้วัดเมืองสิ่งแวดล้อมยั่งยืน 4 องค์ประกอบ 34 ตัวซี้วัด ได้แก่ "เมืองอยู่ดี คนมีสุข สิ่งแวดล้อมยั่งยืน และเมืองแห่งการเรียนรู้และการบริหารจัดการที่ดี" เพื่อเป็นกรอบแนวทางการพัฒนาเมือง และเป็นเครื่องมือให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำหนดทิศทางและ นโยบายการบริหารจัดการเมืองให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานสากล เป็นที่ยอมรับของประชาชนและชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมเมืองให้น่าอยู่ ปลอดภัย การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง การจัดการขยะ น้ำ และคุณภาพอากาศที่ดี และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในเมือง
"รางวัลที่ชุมชน เทศบาล หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับ ล้วนแต่มีมาตรฐาน บางปีอาจได้รับรางวัล บางปีอาจไม่ได้ แต่ไม่ใช่ว่ามาตรฐานลด เพราะคณะกรรมการอาจพิจารณาให้หน่วยที่ดีกว่า มีโอกาสรับรางวัลบ้าง แต่เชื่อว่าใครที่ได้รับรางวัลไปแล้วก็จะรักษามาตรฐานที่มีอยู่" นายวราวุธ ระบุ