ผศ.ดร. เจริญ เจริญชัย นักวิชาการด้านเทคโนโลยีอาหาร แอดมินเพจสุราไทย และผู้เสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นในการรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 10,942 คน เสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ว่า มีข้อกฎหมายที่ซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่นที่มีอยู่แล้ว สร้างความเดือดร้อนหวาดกลัวแก่ผู้ทำสุราพื้นบ้าน ผู้ประกอบการรายเล็ก ผู้บริโภค รวมถึงแอดมินเพจ ซึ่งโพสต์ภาพหรือเนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งที่ไม่มีเป้าหมายทางการค้า แต่ต้องถูกดำเนินคดี
เพราะกฎหมายมุ่งเน้นการควบคุมอย่างเข้มงวด ไม่ใช่การกำกับดูแล ละเมิดสิทธิของผู้บริโภค กีดกันภาคเอกชนจากการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย โดยเนื้อหาของร่างแก้ไขกฎหมาย ปรับปรุงให้เหมาะสมกับเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) โดยเฉพาะในประเด็นด้านการท่องเที่ยวและการส่งเสริมผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยุคใหม่
ด้านนางสาวสุวิสุทธิ์ โลหิตนาวี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ กราน-มอนเต้ (GranMonte) เขาใหญ่ (มีมี่ กราน-มอนเต้) กล่าวว่า วันนี้รู้สึกภูมิใจมากที่ไวน์ไทยแท้ ได้รับการยอมรับและเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ ได้รับรางวัลเหรียญเงินและเหรียญทองจากเวทีระดับโลก ไร่องุ่นและไวน์เนอรี่ถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวครบวงจร แต่กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ตอบโจทย์ด้านการส่งเสริมหรือพัฒนาการท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และยังด้อยค่าบรรยากาศการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงเพื่อมาที่ไร่ แต่ต้องห้ามเสิร์ฟและขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 14.00 – 17.00 น. ทำให้นักท่องเที่ยวต้องผิดหวัง ดื่มและซื้อไวน์กลับไม่ได้ ขายออนไลน์ก็ไม่ได้ สวนทางกับกระแสโลกและเทรนด์ผู้บริโภค
นายศุภพงษ์ พรึงลำภู หุ้นส่วนโรงเบียร์สหประชาชื่น (ตูน Sandport) กล่าวว่า นอกจากวิกฤตโควิด-19 ที่สถานประกอบการถูกสั่งปิดยาวนาน กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังซ้ำเติม กีดกันการฟื้นฟูและเติบโตของสตาร์ทอัพ (Startup) และเอสเอ็มอี (SME) ปิดกั้นเสรีภาพและความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ทำให้อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยขาดความหลากหลาย คราฟท์เบียร์ของคนไทยคนตัวเล็กไม่สามารถแข่งขันได้ แม้ว่าจะมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ การันตีด้วยรางวัลระดับโลกก็ตาม
“กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงเป็นกฎหมายหวังดี ที่หลงลืมสิทธิเสรีภาพของผู้ประกอบการและผู้บริโภค คนดื่มถูกสร้างภาพให้เป็น “คนบาป” คนทำคนขายเหล้าถูกประณามว่าเป็น “คนไม่ดี” ปัญหาการดื่มอย่างผิดๆ ต้องแก้ที่การให้ความรู้ ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ให้ดื่มอย่างพอดีและรับผิดชอบ ลงโทษผู้เมาแล้วขับอย่างตรงไปตรงมา อยากเห็นรัฐบาลไทยเหมือนรัฐบาลต่างประเทศ ที่ส่งเสริมคราฟท์เบียร์ สุราพื้นบ้าน ทำเป็น Soft Power สร้างรายได้ สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ เหมือนเบียร์เยอรมันและเบลเยี่ยม สาเกของญี่ปุ่น โซจูของเกาหลี และสก็อตวิสกี้”
ในช่วงท้าย นายกรณ์ กล่าวว่า พอได้รับฟังแล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทย ซึ่งทีมเศรษฐกิจพรรคกล้า จัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับฟังข้อเท็จจริง และพรรคการเมืองก็มีหน้าที่เดินหน้าแก้ไขอุปสรรคที่ไม่มีเหตุผล