เนชั่นทีวี

ข่าว

"นิกร" ยัน กม.พรรคการเมือง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ อ้าง ถ้าผิด ปี 60 ที่คสช.แก้ก็ผิด

21 ส.ค. 2565 | tinakit_rat

"นิกร" ยัน กม.พรรคการเมือง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ อ้าง ถ้าผิด ปี 60 ที่คสช.แก้ก็ผิด

"นิกร" ยัน ร่างกม.พรรคการเมือง ไม่มีข้อความใดขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญ ย้อน ถ้าผิด ปี 60 ที่คสช.แก้ ก็ผิด ชี้ "พล.อ.สมเจตน์" ยื่นศาลตีความเป็นสิทธิ์

21 สิงหาคม 2565 นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เเละอดีตเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่) พ.ศ. ... กล่าวถึงกรณี พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา พร้อม ส.ว. รวม 77 คน ยื่นหนังสือขอให้ประธานรัฐสภา ส่งร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยเห็นว่า

 

มีข้อความขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 145 , 148(1) ประกอบข้อบังคับการประชุมรัฐสภาพ.ศ. 2563 ข้อ 104 ว่า เป็นการใช้สิทธิตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญ พล.อ.สมเจตน์ เป็นอดีตประธานคณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมายพรรคการเมืองเดิมที่ใช้อยู่ปัจจุบันแล้วถูกปรับปรุงแก้ไข ในครั้งนี้จึงถือเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องปกป้องกฎหมายที่ พล.อ.สมเจตน์ รับผิดชอบได้อย่างชอบธรรม

"นิกร" ยัน กม.พรรคการเมือง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ อ้าง ถ้าผิด ปี 60 ที่คสช.แก้ก็ผิด

ส่วนตนในฐานะอดีตเลขานุการ กมธ.พิจารณาร่างแก้ไขกฎหมายฉบับใหม่นี้ ก็มีสิทธิอันชอบธรรมที่จะชี้แจง โดยร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ผ่านการพิจารณาทั้งของที่ประชุมเสียงข้างมากของรัฐสภาและที่ประชุมเสียงข้างมากของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น ไม่มีข้อความใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

สำหรับประเด็นการแก้ไขค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมือง ทั้งประเภทรายปีจาก 100 บาท เป็น 20 บาท และประเภทตลอดชีวิตจาก 2,000 บาท เป็น 200 บาทนั้น เป็นการยืนยันหลักการในการเก็บค่าใช้จ่ายจากสมาชิกพรรคไว้ ไม่ได้ตัดออกไปเลย เพียงแต่ได้ลดอัตราลง เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับประชาชนที่มีรายได้น้อย และที่สำคัญจะเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต่างๆ มากขึ้น จึงไม่ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

 

ในส่วนประเด็นการแก้ไขเรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสมาชิกพรรคการเมืองนั้น เป็นการแก้ไขเพื่อการผ่อนคลายให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนในการเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมือง จากเดิมที่กำหนดคุณสมบัติต้องห้ามไว้สูงเท่ากับการเป็นเข้าเป็นรัฐมนตรีหรือเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมากเกินไปสำหรับประชาชนทั่วไป โดยแก้ไขเพียงยินยอมให้ประชาชนผู้ที่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ว่าเป็นผู้ทำความผิดฐานทุจริตในเรื่องต่างๆ ที่บัญญัติไว้หากไม่ถึงขั้นถูกจำคุกก็สามารถสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ แต่ต้องที่มิใช่ความผิดร้ายแรงอื่นที่ยังคงไว้ตามเดิม

 

ส่วนประเด็นแก้ไขให้ในจังหวัดที่มิได้เป็นที่ตั้งสาขาพรรคการเมือง ถ้าพรรคการเมืองนั้นมีสมาชิก ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนั้นเกิน 100 คน พรรคการเมืองนั้นอาจแต่งตั้งสมาชิก ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนั้น ที่มาจากการเลือกของสมาชิกดังกล่าวให้เป็นตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดได้ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองในจังหวัดนั้น และให้นำความในมาตรา 34 มาบังคับแก่ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดโดยอนุโลม กรณีนี้เป็นการแก้ไขบทบัญญัติเดิมที่กำหนดบังคับให้ในทุกเขตเลือกตั้งต้องมีการตั้งตัวแทนพรรคการเมืองขึ้น ซึ่งเห็นว่าตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดนั้นมีหน้าที่หลักคือการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง

"นิกร" ยัน กม.พรรคการเมือง ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ อ้าง ถ้าผิด ปี 60 ที่คสช.แก้ก็ผิด

การประสานสัมพันธ์กับประชาชนทั่วไปทั้งจังหวัด ซึ่งไม่ใช่แต่เฉพาะสมาชิกพรรคของตน เฉพาะเวลาช่วงที่มีการเลือกตั้งเท่านั้น และการดำเนินการตามบทบัญญัติเดิมก็มีพิสูจน์แล้วว่า เป็นเรื่องที่ไม่ได้เป็นจริงตามที่หลักการกำหนดไว้และมีปัญหาในเชิงปฏิบัติเป็นอย่างมาก ทั้งยังเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการทางการเมืองเป็นอย่างยิ่ง จนกระทั่งในการเลือกตั้งครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับบนี้ที่ประกาศใช้แล้ว คสช. ต้องออกคำสั่งที่ 53/2560 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับปัจจุบัน เพราะเหตุที่ว่ากำหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองไว้เคร่งครัดจนเกินไป

 

ขณะที่ประเด็นการแก้ไขที่กำหนดให้พรรคการเมืองที่ประสงค์ จะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งในจังหวัดใด เพียงมีสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในจังหวัดนั้น ดำเนินการประชุมแล้วมีมติให้ความเห็นชอบกับรายชื่อผู้สมัครแบบแบ่งเขต โดยไม่ต้องมีเขตพื้นที่รับผิดชอบในเขตเลือกตั้งยังคงหลักการในเรื่องการให้สมาชิกพรรคการเมือง ได้มีส่วนร่วมในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และเป็นการเปิดกว้าง ให้สมาชิกภายในจังหวัดนั้น สามารถมีส่วนร่วมในการพิจารณาสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในเขตจังหวัดนั้นได้ทั้งจังหวัด มิได้จำกัดแต่เฉพาะในเขตเลือกตั้งดังเช่นที่บัญญัติในกฎหมายฉบับปัจจุบัน

 

ส่วนประเด็นการแก้ไขเกี่ยวกับวิธีการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเบื้องต้น หรือ ไพมารี่ ที่กำหนดให้การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ โดยให้สาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดจั ดการประชุมสมาชิกเพื่อรับฟังความเห็นและให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาส่งมา แล้วส่งให้ให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ที่จะเสนอเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยังคงหลักการในเรื่องการเปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง เรื่องการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ต้องให้สมาชิกของพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการพิจารณา และเรื่องการให้สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมและมีความรับผิดชอบอย่างแท้จริงในการคัดเลือกผู้มีความรู้ความสามารถ เข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

 

นายนิกร กล่าวย้ำว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่ผ่านการพิจารณาทั้งของที่ประชุมเสียงข้างมากของรัฐสภาและที่ประชุมเสียงข้างมากของ กกต. ไม่มีข้อความใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ยังคงหลักการในเรื่องสิทธิของสมาชิกพรรคการเมืองในการมีส่วนร่วมสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง และยังคงหลักการในการเปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการกำหนดนโยบาย และการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งตามบทบัญญัติมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญ

 

“เป็นหลักการเดียวกับที่ปรากฏในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 การที่มีการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเนื้อหาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ย่อมหมายถึงพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 ย่อมไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน”

ข่าวล่าสุด