เนชั่นทีวี

ข่าว

อ.อุ๋ย ชี้บทเรียนทรัมป์พ่ายยับ เดโมแครตยึดสภา เตือนการเมืองไทยซ้ำรอย

05 พ.ย. 2569 | apirak_pra

อ.อุ๋ย ชี้บทเรียนทรัมป์พ่ายยับ เดโมแครตยึดสภา เตือนการเมืองไทยซ้ำรอย

อาจารย์อุ๋ย ประพฤติ ฉัตรประภาชัย ชี้บทเรียนศึกมิดเทอมสหรัฐฯ ทรัมป์พ่ายยับเซ่นพิษภาษี-สงครามอิหร่าน เตือนนักการเมืองไทยระวังซ้ำรอย อำนาจไม่ใช่เช็คเปล่า

อาจารย์อุ๋ย ประพฤติ ฉัตรประภาชัย ชี้บทเรียนศึกมิดเทอมสหรัฐฯ ทรัมป์พ่ายยับเซ่นพิษภาษี-สงครามอิหร่าน เตือนนักการเมืองไทยระวังซ้ำรอย อำนาจไม่ใช่เช็คเปล่า

KEY

POINTS

  • นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย วิเคราะห์ผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่พรรคเดโมแครตชนะได้เสียงข้างมากทั้งสองสภา ว่าเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีสาเหตุจากปัญหาเศรษฐกิจและสงคราม
  • ชี้ว่าความพ่ายแพ้ของทรัมป์เป็นบทเรียนว่าแม้จะเคยชนะถล่มทลาย แต่หากบริหารล้มเหลว ความนิยมก็สามารถพลิกกลับเป็นความไม่พอใจได้อย่างรวดเร็ว
  • เตือนนักการเมืองไทยว่าคะแนนเสียงของประชาชนไม่ใช่ "เช็คเปล่า" และอย่าหลงระเริงกับกระแสนิยม เพราะหากไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องได้ ประชาชนก็พร้อมจะเปลี่ยนผู้มีอำนาจผ่านการเลือกตั้งเช่นกัน

"อาจารย์อุ๋ย" นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย นักวิชาการด้านกฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ 2026 ชี้ชัยชนะครั้งใหญ่ของพรรคเดโมแครตที่ทวงคืนเสียงข้างมากได้ทั้งสองสภา คือความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพิษเศรษฐกิจและสงครามอิหร่านย้อนศร ชี้เป็นอุทาหรณ์เตือนนักการเมืองไทย อย่าหลงระเริงกับกระแสความนิยม เพราะคะแนนเสียงจากประชาชนไม่ใช่ "เช็คเปล่า" ให้ใช้อำนาจตามอำเภอใจ

 

นายประพฤติ ระบุว่า ชัยชนะของเดโมแครตที่สามารถพลิกชนะการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในรัฐที่เป็นป้อมปราการเหนียวแน่นของรีพับลิกันอย่าง เท็กซัส, แคนซัส และเซาท์แคโรไลนา สะท้อนชัดเจนว่าความไม่พอใจของประชาชนได้หยั่งรากลึกเข้าไปในฐานเสียงของทรัมป์ ถือเป็นบทเรียนสำคัญว่า แม้ผู้นำจะชนะการเลือกตั้งมาอย่างยิ่งใหญ่ แต่หากบริหารประเทศล้มเหลว ไม่สามารถตอบโจทย์ความคาดหวังของสังคมได้ ความนิยมก็พร้อมพลิกกลับเป็นความไม่พอใจได้ภายในเวลาเพียง 2 ปี

ย้อนกลับไปในการเลือกตั้งปี 2024 ทรัมป์ชนะด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่ แก้ปัญหาเงินเฟ้อ และหลีกเลี่ยงสงคราม แต่เมื่อบริหารจริง นโยบายภาษีนำเข้ากลับสร้างต้นทุนวัตถุดิบและผลักภาระให้ผู้บริโภค ซ้ำเติมด้วยสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อจนฉุดให้ราคาพลังงานพุ่งสูง ชาวอเมริกันจึงใช้คูหาเลือกตั้งเป็นกลไกส่งสัญญาณเตือนและลงโทษรัฐบาล โดยต้องการให้รัฐสภากลับมาทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลอย่างเข้มข้น

 

ในมิติทางกฎหมาย นายประพฤติ ชี้ว่า เมื่อพรรคเดโมแครตเข้าควบคุมสภาคองเกรสทั้งสองสภาในเดือนมกราคม 2027 รัฐบาลทรัมป์จะเผชิญความยากลำบากในการผลักดันงบประมาณและกฎหมายสำคัญ ขณะที่วุฒิสภาสามารถสกัดการแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูงสุดและบุคคลสำคัญได้ ทั้งยังเปิดการไต่สวนการใช้งบประมาณและนโยบายต่างประเทศอย่างเข้มข้น แม้ว่าการถอดถอนประธานาธิบดี (Impeachment) จะทำได้ยากเพราะต้องใช้เสียงถึง 2 ใน 3 ของวุฒิสภา แต่สหรัฐฯ จะตกอยู่ในภาวะที่ฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติติดหล่มความขัดแย้งตลอด 2 ปีที่เหลือ

สำหรับมิติภูมิรัฐศาสตร์โลก นโยบาย America First ของทรัมป์จะเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น แต่การแข่งขันทางเทคโนโลยีและการค้ากับจีนจะยังคงเข้มข้น ประเทศคู่ค้ารวมถึงประเทศไทยจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือความไม่แน่นอน โดยเฉพาะมาตรการภาษีและการควบคุมการส่งออกสินค้าเทคโนโลยี

 

นายประพฤติ สรุปบทเรียนส่งตรงถึงการเมืองไทยว่า ปรากฏการณ์เช่นนี้สามารถเกิดขึ้นในไทยได้เช่นกัน เพราะประชาชนไม่ได้ผูกพันกับพรรคการเมืองอย่างถาวร พรรคที่เคยมีกระแสนิยมสูงลิ่วก็อาจสูญเสียคะแนนเสียงได้อย่างรวดเร็ว หากไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ค่าครองชีพ รายได้เกษตรกร และลดความเหลื่อมล้ำได้จริง

"บทเรียนสำคัญที่สุดจากความพ่ายแพ้ของทรัมป์ครั้งนี้คือ คะแนนเสียงที่ประชาชนมอบให้ไม่ใช่เช็คเปล่าให้รัฐบาลใช้อำนาจตามใจชอบ และความนิยมในอดีตไม่ใช่หลักประกันชัยชนะในอนาคต ผมจึงอยากเตือนนักการเมืองไทยทุกฝ่ายว่า อย่าหลงคิดว่ากระแสความนิยมจะอยู่กับตนตลอดไป เพราะประชาชนเลือกนักการเมืองมาเพื่อแก้ปัญหาชีวิต ไม่ใช่เพื่อฟังคำโฆษณา และเมื่อความหวังกลายเป็นความผิดหวัง ประชาชนก็พร้อมใช้คูหาเลือกตั้งเปลี่ยนผู้มีอำนาจได้เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา" นายประพฤติ ระบุทิ้งท้าย

 

ข่าวล่าสุด