เนชั่นทีวี

ข่าว

'AOC' ชนะถล่มทลาย 78% คว้าเก้าอี้ สส. สมัย 5 ส่อแววชิงประธานาธิบดี 2028

04 พ.ย. 2569 | apirak_pra

'AOC' ชนะถล่มทลาย 78% คว้าเก้าอี้ สส. สมัย 5 ส่อแววชิงประธานาธิบดี 2028

อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เทซ (AOC) คว้าชัยเลือกตั้งกลางเทอมนิวยอร์กขาดลอย 78% นั่ง สส. สมัยที่ 5 ปูทางขยายอิทธิพลสู่ศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีปี 2028

อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เทซ (AOC) คว้าชัยเลือกตั้งกลางเทอมนิวยอร์กขาดลอย 78% นั่ง สส. สมัยที่ 5 ปูทางขยายอิทธิพลสู่ศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีปี 2028

KEY

POINTS

  • อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เทซ (AOC) ชนะการเลือกตั้ง สส. เขต 14 รัฐนิวยอร์ก เป็นสมัยที่ 5 ด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายราว 78%
  • ชัยชนะครั้งนี้ส่งผลให้เกิดกระแสคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่าเธออาจตัดสินใจลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2028
  • AOC เป็นนักการเมืองดาวเด่นของฝ่ายซ้ายในพรรคเดโมแครต และเคยสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้หญิงที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเลือกเข้าสู่สภาคองเกรส

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกตั้งที่ 14 ของรัฐนิวยอร์ก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ย่านบร็องซ์ (Bronx) และควีนส์ (Queens) สำนักข่าวแอสโซซิเอเต็ด เพรส (AP) ได้ประกาศผลชัยชนะของ อเล็กซานเดรีย โอคาซิโอ-คอร์เทซ วัย 37 ปี เพียงไม่กี่นาทีหลังการปิดหีบลงคะแนน โดยเธอสามารถเอาชนะ เดียแมนต์ ไฮเซนัจ (Diamant Hysenaj) ผู้สมัครคู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน ไปได้อย่างขาดลอยด้วยคะแนนเสียงประมาณ 78% (ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการราว 78.28% ถึง 78.7% เมื่อนับรวมคะแนนจากพรรค Working Families)

 

แม้พื้นที่เขต 14 จะเป็นฐานเสียงที่พรรคเดโมแครตครองความได้เปรียบมาโดยตลอด แต่สัดส่วนคะแนนที่สูงเป็นประวัติการณ์และการเดินสายช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครเดโมแครตทั่วประเทศ ยิ่งขับเน้นให้อิทธิพลทางการเมืองของเธอโดดเด่นขึ้น จนเกิดกระแสคาดการณ์ในวงกว้างว่า เธออาจตัดสินใจลงแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2028 หรือท้าชิงเก้าอี้สมาชิกวุฒิสภาของรัฐนิวยอร์กในอนาคต

จากบาร์เทนเดอร์สู่ดาวเด่นสภาคองเกรส

เส้นทางชีวิตของ AOC ถือเป็นหนึ่งในเรื่องราวการต่อสู้ทางการเมืองที่น่าทึ่งที่สุดของสหรัฐอเมริกา เธอเกิดเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 1989 ในย่านพาร์กเชสเตอร์ บร็องซ์ ในครอบครัวเชื้อสายเปอร์โตริโก บิดาทำธุรกิจสถาปัตยกรรมขนาดเล็ก ส่วนมารดาเคยทำงานทำความสะอาดบ้าน ครอบครัวต้องเผชิญวิกฤตการเงิน หนี้สิน และการถูกยึดบ้านหลังจากบิดาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งระหว่างที่เธอกำลังศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย

 

เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเกียรตินิยม (cum laude) สาขาเศรษฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยบอสตัน (Boston University) ในปี 2011 และเคยฝึกงานในสำนักงานของวุฒิสมาชิก เท็ด เคนเนดี ก่อนจะกลับมาทำงานขับเคลื่อนองค์กรชุมชน ช่วยแคมเปญหาเสียงของ เบอร์นี แซนเดอร์ส ในปี 2016 ควบคู่กับการทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟและบาร์เทนเดอร์เพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัว

จารึกประวัติศาสตร์การเมืองสายก้าวหน้า

จุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในปี 2018 เมื่อเธอตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. เขต 14 โดยไม่มีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อน และสร้างปรากฏการณ์ช็อกการเมืองระดับชาติด้วยการโค่น โจ โครว์ลีย์ แกนนำคนสำคัญของเดโมแครตที่ครองตำแหน่งมานานถึง 10 สมัย ในการเลือกตั้งขั้นต้น (Primary) ด้วยคะแนน 57% ก่อนจะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปและเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2019 ด้วยวัยเพียง 29 ปี กลายเป็นผู้หญิงที่อายุน้อยที่สุดและสตรีเชื้อสายลาตินาคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาคองเกรส

 

ตลอดการดำรงตำแหน่ง สส. ทั้ง 5 สมัย (2018, 2020, 2022, 2024 และ 2026) AOC ได้แสดงบทบาทเป็นปากเสียงสำคัญของกลุ่ม Democratic Socialists of America และเป็นผู้นำคลื่นลูกใหม่ของปีกซ้าย ผลักดันนโยบายก้าวหน้าอย่าง Medicare for All, แผนปฏิรูปสิ่งแวดล้อม Green New Deal, สิทธิการศึกษาฟรี และการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยยึดหลักการไม่รับเงินบริจาคจากกลุ่มทุนขนาดใหญ่ จนกลายเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่มีผู้ติดตามและทรงอิทธิพลทางโซเชียลมีเดียมากที่สุดในยุคปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด