ในวันต่อมาซึ่งเป็นการประชุมอัยการสูงสุด จีน-อาเซียน ครั้งที่ 16 (The 16th China-ASEAN Prosecutors-General Conference) ซึ่งได้กำหนดหัวข้อหลักในการประชุม โดยมุ่งหวังให้เกิดความร่วมมือในการคุ้มครองเด็กในยุคดิจิทัล การประสานความร่วมมือทางกฎหมาย และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยแต่ละประเทศจะได้โอกาสนำเสนอข้อมูลในมิติต่าง ๆ
นายชาติ รองอัยการสูงสุดไทย ได้กล่าวในที่ประชุมว่า ปัจจุบัน สมาร์ทโฟนไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญที่เด็ก ๆ ใช้ในการเรียนรู้ ผูกมิตร และพัฒนาอัตลักษณ์ของตนเอง การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างง่ายดายได้สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้เด็กได้เปิดโลกทัศน์และสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ ๆ แต่ในขณะเดียวกัน โลกดิจิทัลยังก่อให้เกิดความเสี่ยงมากมายที่เด็ก ๆ ต้องเผชิญ อาทิ การล่อลวงเด็กออนไลน์ การกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ และการแพร่กระจายของสื่อล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ซึ่งภัยคุกคามเหล่านี้ได้ทวีความรุนแรงด้วยการขยายวงกว้างเกินกว่าเขตอำนาจรัฐใดรัฐหนึ่งจะปกป้องได้
ดังนั้น การประสานความสอดคล้องของกรอบกฎหมายภายในประเทศ และการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศที่เข้มแข็ง จะช่วยรับมือภัยคุกคามสมัยใหม่เหล่านี้ได้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ดำเนินการในมิติต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความคุ้มครองให้กับเด็กผ่านหลักนิติธรรม (Rule of Law) ซึ่งจะเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก อย่างไรก็ตาม เราต้องยอมรับว่า แม้จะมีความเข้มงวดของกฎหมายภายในประเทศเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถจัดการกับอาชญากรรมออนไลน์ได้โดยลำพัง เนื้อหาที่เป็นอันตรายชิ้นหนึ่งอาจถูกเก็บอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ในทวีปหนึ่ง บริหารจัดการโดยบุคคลในอีกทวีปหนึ่ง และถูกนำมาใช้ทำร้ายเด็กในประเทศไทย รวมถึงในประเทศต่าง ๆ ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ฉะนั้นนี้คือเหตุผลสำคัญที่ความร่วมมือระหว่างประเทศมิได้เป็นเพียงทางเลือกแล้ว แต่เป็นความจำเป็นที่สุดในการปฏิบัติการเพื่อยับยั้งความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กบนโลกดิจิทัล ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องทำให้มั่นใจว่าโลกดิจิทัลจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ๆ และจะไม่แสวงหาประโยชน์จากความไร้เดียงสาของพวกเขาเป็นการตอบแทน
จากนั้น นายชาติ รองอัยการสูงสุด ได้ทำการแทนอัยการสูงสุดลงนามในปฏิญญาร่วม (Joint Declaration) เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการคุ้มครองเด็กในยุคดิจิทัล และการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ การปฏิบัติภารกิจ ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรอัยการของประเทศสมาชิกอาเซียน ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติทางกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาศักยภาพในด้านการดำเนินงาน ตลอดจนการยกระดับความร่วมมือในกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ ต่อไป