เดือด! ผู้นำโลกรุมถล่มอิสราเอล กลางเวที UNGA81
24 ก.ย. 2569 | apirak_pra

เวทีประชุม UNGA81 ดุเดือด! ผู้นำฝรั่งเศส อิหร่าน ซีเรีย ตุรกี และเลขาฯ UN ผนึกกำลังรุมจวกอิสราเอลปมรุกรานปาเลสไตน์และก่อสงครามตะวันออกกลาง
ข่าว
24 ก.ย. 2569 | apirak_pra

เวทีประชุม UNGA81 ดุเดือด! ผู้นำฝรั่งเศส อิหร่าน ซีเรีย ตุรกี และเลขาฯ UN ผนึกกำลังรุมจวกอิสราเอลปมรุกรานปาเลสไตน์และก่อสงครามตะวันออกกลาง
KEY
POINTS
การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly) หรือ UNGA ครั้งที่ 81 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 กลายเป็นเวทีทางการทูตที่ร้อนระอุอย่างหนัก หลังบรรดาผู้นำประเทศชั้นนำและผู้บริหารระดับสูงขององค์กรระหว่างประเทศ ต่างขึ้นเวทีเพื่อประณามและโจมตีการดำเนินนโยบายทางการทหาร ตลอดจนการรุกรานดินแดนของประเทศอิสราเอลอย่างเผ็ดร้อนและต่อเนื่อง
บรรยากาศความตึงเครียดเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงเปิดการประชุม เมื่อคณะผู้แทนของอิหร่านวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุม เหลือไว้เพียงเจ้าหน้าที่ระดับล่างคนเดียว ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมและโจมตีอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์สำคัญที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดของวัน คือการที่ผู้นำจากฝรั่งเศส อิหร่าน ซีเรีย ตุรกี รวมถึงเลขาธิการสหประชาชาติ ได้ขึ้นแถลงสุนทรพจน์โดยพุ่งเป้าโจมตีบทบาทของอิสราเอลในวิกฤตความขัดแย้งแถบตะวันออกกลางอย่างหนักหน่วง
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส ในฐานะประธานร่วมของการประชุม ได้วิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์ในฉนวนกาซาและนโยบายทางการทหารของอิสราเอลอย่างรุนแรง โดยระบุว่า ภาพความขัดแย้งและการปิดกั้นความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมในปัจจุบันถือเป็นเรื่องน่าละอายอย่างยิ่ง และเป็นความอับอายของทุกคนในประชาคมโลก พร้อมเหน็บแนมกลุ่มที่อ้างว่ามีความสงบสุขเกิดขึ้นแล้วว่ากำลังหลอกตัวเอง ทั้งนี้ มาครงย้ำว่าการสร้างความมั่นคงที่แท้จริงให้อิสราเอลจะไม่เกิดขึ้นหากยังคงละเมิดสิทธิและอธิปไตยของประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเรียกร้องให้คืนอธิปไตยและสิทธิในการกำหนดตนเองให้แก่ปาเลสไตน์และเลบานอนอย่างเต็มรูปแบบ
ด้าน อันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) เตือนว่า เงื่อนไขในการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระกำลังถูกลบทิ้งอย่างเป็นระบบ ผ่านมาตรการขยายชุมชนตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลในเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออก การยึดคืนพื้นที่ การไล่ที่ดิน และความรุนแรงจากผู้ตั้งถิ่นฐานที่พุ่งสูงขึ้น เข้าข่ายการผนวกดินแดนอย่างผิดกฎหมายและสุ่มเสี่ยงต่อ "การกวาดล้างทางเผ่าพันธุ์" (Ethnic Cleansing) โดยเฉพาะแผนการตั้งถิ่นฐาน "E1" ทางตะวันออกของเยรูซาเล็ม พร้อมเรียกร้องให้รวมพื้นที่ฉนวนกาซา เวสต์แบงก์ และเยรูซาเล็มตะวันออก เข้าด้วยกันภายใต้รัฐบาลปาเลสไตน์ที่ชอบธรรมเพียงหนึ่งเดียว ยึดเส้นพรมแดนก่อนปี 2510
นายอาหมัด อัล-ชาราอ์ ประธานาธิบดีรักษาการของซีเรีย ประณามปฏิบัติการทางทหารและการรุกรานพื้นที่ของอิสราเอลนับร้อยครั้ง พร้อมยืนยันว่าพื้นที่ราบสูงโกลาน (Golan Heights) ยังคงเป็นดินแดนของซีเรียอย่างถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ และย้ำข้อมติ UN ที่ระบุว่าการผนวกดินแดนโกลานของอิสราเอลเป็นโมฆะ โดยซีเรียพร้อมเปิดประตูสู่สันติภาพก็ต่อเมื่อกองทัพอิสราเอลยอมถอนกำลังออกจากพื้นที่กันชนที่บุกเข้ามากระจายกำลังนับตั้งแต่การล่มสลายของระบอบอัสซาดเมื่อปลายปี 2567 และหันมายึดถือข้อตกลงถอนกำลังปี 2517 อย่างเคร่งครัด
ขณะที่ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ประณามมหาอำนาจโลกว่าใช้นโยบาย "สองมาตรฐาน" โดยแฉว่าอิสราเอลเป็นฝ่ายครอบครองอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูงและระเบิดนิวเคลียร์ แต่กลับไม่เคยอนุญาตให้มีการเข้าตรวจสอบสถานภาพทางนิวเคลียร์แม้แต่ครั้งเดียว ในขณะที่อิหร่านกลับถูกบีบและบังคับให้รับการตรวจค้น ยิ่งไปกว่านั้น อิสราเอลยังสังหารประชาชนบริสุทธิ์ในฉนวนกาซาไปมากกว่า 70,000 ราย แต่กลุ่มประเทศมหาอำนาจกลับมอบรางวัลแก่อิสราเอลด้วยการสนับสนุนช่องทางที่เปิดทางให้มีอำนาจสั่งยิงถล่มเมืองหลวงใดๆ ในภูมิภาคได้อย่างเสรีโดยปราศจากการลงโทษ
ด้าน ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน แห่งตุรกี ได้แสดงความเสียใจที่นายมาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีแห่งรัฐปาเลสไตน์ ไม่สามารถมาร่วมประชุมได้เป็นปีที่สองติดต่อกัน พร้อมชี้ว่าภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า สหประชาชาติที่ก่อตั้งมานานกว่า 81 ปี เพื่อธำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความมั่นคง ได้กลายเป็นองค์กรที่ไม่สามารถบรรลุภารกิจนี้ได้อีกต่อไป หรือถูกทำให้ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้
ผู้นำตุรกี ได้ทิ้งท้ายด้วยการเรียกร้องให้ปฏิรูปคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) โดยชี้ว่าระบบที่เจตจำนงของประเทศกว่า 190 ประเทศ ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการตามอำเภอใจของสมาชิกถาวรเพียง 5 ประเทศ (สหรัฐฯ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย และสหราชอาณาจักร) ไม่ใช่เรื่องยุติธรรม โดยยึดหลักการว่า "โลกใบนี้ยิ่งใหญ่กว่าแค่ 5 ประเทศ" พร้อมเรียกร้องให้นานาชาติเพิ่มแรงกดดันต่ออิสราเอลเพื่อยุติสงครามในภูมิภาคอ่าวอาหรับทันที