ศึก 3 ด้านบีบปิดท่อน้ำมัน Petroline - หันพึ่งจีนไกล่เกลี่ยแทน
ในช่วงเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ซาอุดีอาระเบียต้องเผชิญการโจมตีจากกลุ่มกองกำลังตัวแทนอิหร่านถึง 3 ทิศทาง ทั้งจากกลุ่มฮูตีในเยเมนทางทิศใต้ การบุกยึดเกาะเพริมบริเวณปากทางเข้าทะเลแดง และกลุ่มแนวร่วมการต่อต้านอิสลามในอิรัก (IRI) ทางทิศเหนือและตะวันออก ส่งผลให้ซาอุฯ จำเป็นต้องสั่งปิดท่อส่งน้ำมันสายหลัก "เปโทรไลน์" (Petroline) ความยาว 1,200 กิโลเมตร ที่ใช้ลำเลียงน้ำมันไปยังทะเลแดงเป็นการชั่วคราว หลังโดนโดรนโจมตี ซ้ำเติมวิกฤตหลังจากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นไปก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน ความพยายามทางการทูตก็เผชิญทางตัน เมื่อการประชุมร่วมระหว่างซาอุฯ อิหร่าน และกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียที่กำหนดไว้เมื่อวันจันทร์ (14 ก.ย.) ต้องถูกเลื่อนออกไปกะทันหันเนื่องจากจุดยืนยังขัดแย้งกันสูง นักวิเคราะห์มองว่า เมื่อช่องทางทหารจากสหรัฐฯ ปิดลง ซาอุดีอาระเบียอาจต้องหันไปพึ่งพาทางการทูตในรูปแบบอื่น เช่น การดึง "จีน" เข้ามาเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยเพื่อหาข้อตกลงยุติศึก แม้จะเป็นข้อตกลงที่ไม่สวยงามนักก็ตาม
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังตั้งข้อสังเกตเชิงลึกว่า การที่สหรัฐฯ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกแทนที่ซาอุฯ ประกอบกับผลประโยชน์ส่วนตัวของทรัมป์และครอบครัวในธุรกิจพลังงาน อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยแฝงที่ทำให้ทรัมป์ปฏิเสธการช่วยเหลือซาอุฯ ในครั้งนี้ แม้ว่าที่ผ่านมามกุฎราชกุมารซาอุฯ จะเคยประกาศเพิ่มวงเงินลงทุนในสหรัฐฯ สูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมสัญญาซื้ออาวุธล็อตใหญ่รวมถึงเครื่องบินรบ F-35 ก็ตาม