เนชั่นทีวี

ข่าว

เจาะลึกปม "ทรัมป์" ปัดช่วยซาอุฯ รับศึกหนักฮูตีถล่มท่อน้ำมัน

15 ก.ย. 2569 | apirak_pra

เจาะลึกปม "ทรัมป์" ปัดช่วยซาอุฯ รับศึกหนักฮูตีถล่มท่อน้ำมัน

เปิดปมลึก "ทรัมป์" ปฏิเสธส่งทหารช่วยซาอุดีอาระเบียรับศึกหนักรอบทิศ เผย ซาอุฯ ตกอยู่ในภาวะ "ช็อกทางยุทธศาสตร์" หลังถูกกบฏฮูตีถล่มยับทั้งท่อน้ำมันและเส้นทางเดินเรือ ท่ามกลางทางเลือกทางการทูตที่ตีบตัน

เปิดปมลึก "ทรัมป์" ปฏิเสธส่งทหารช่วยซาอุดีอาระเบียรับศึกหนักรอบทิศ เผย ซาอุฯ ตกอยู่ในภาวะ "ช็อกทางยุทธศาสตร์" หลังถูกกบฏฮูตีถล่มยับทั้งท่อน้ำมันและเส้นทางเดินเรือ ท่ามกลางทางเลือกทางการทูตที่ตีบตัน

KEY

POINTS

  • ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธคำร้องขอของซาอุดีอาระเบียในการส่งกำลังทหารเข้าช่วยปราบปรามกลุ่มฮูตี โดยเสนอให้ความช่วยเหลือด้านข่าวกรองเท่านั้น
  • การตัดสินใจของสหรัฐฯ ทำให้ซาอุฯ เผชิญภาวะ "ช็อกทางยุทธศาสตร์" และต้องสั่งปิดท่อส่งน้ำมันสายหลัก "เปโทรไลน์" ชั่วคราวหลังถูกโจมตี
  • เหตุผลที่สหรัฐฯ ไม่ช่วยคาดว่ามาจากภาระศึกกับอิหร่าน และผลประโยชน์ทับซ้อนจากการที่สหรัฐฯ กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่แข่งกับซาอุฯ
  • เมื่อไม่ได้รับการสนับสนุนทางทหารจากสหรัฐฯ ซาอุฯ อาจต้องเปลี่ยนแนวทางโดยหันไปพึ่งพาจีนให้เข้ามาเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้ง

อุณหภูมิความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความร้อนแรง ในขณะที่ศึกระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่านยังไม่มีทีท่าจะยุติ กลุ่มฮูตีในเยเมนที่ได้รับความคุ้มครองและสนับสนุนจากอิหร่าน ได้เปิดฉากยกระดับการโจมตีซาอุดีอาระเบียอย่างเต็มรูปแบบ พุ่งเป้าทั้งท่อส่งน้ำมันยุทธศาสตร์และเป้าหมายพลเรือน จนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลก

 

ความกดดันดังกล่าวส่งผลให้ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (MBS) มกุฎราชกุมารและผู้ปกครองโดยพฤตินัยของซาอุดีอาระเบีย ต้องทรงเร่งเปิดพระราชวังในเมืองเจดดาห์เพื่อต้อนรับ พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เข้าร่วมหารือฉุกเฉิน ซึ่งการพบปะครั้งนี้เกิดขึ้นคล้อยหลังเพียงไม่กี่วันหลังจากที่มีรายงานว่า มกุฎราชกุมารทรงต่อสายตรงถึง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เพื่อร้องขอความช่วยเหลือทางทหารโดยตรงในการปราบปรามกลุ่มฮูตี ทว่าทรัมป์กลับปฏิเสธที่จะส่งกำลังทหารเข้าร่วม โดยยินดีสนับสนุนเพียงการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองและการชี้เป้าเท่านั้น

ซาอุฯ เผชิญภาวะ "ช็อกทางยุทธศาสตร์" สหรัฐฯ ปฏิเสธส่งทหารลุยศึก

 

สำนักข่าว New York Times ระบุว่า การตัดสินใจใจแข็งของทรัมป์ทำให้ซาอุดีอาระเบียตกอยู่ใน "สถานการณ์เลวร้ายที่สุด" (Worst-Case Scenario) และเผชิญกับภาวะ "ช็อกทางยุทธศาสตร์" (Strategic shock) เนื่องจากพันธมิตรหลักอย่างสหรัฐฯ ไม่ตอบรับคำร้องขอสนับสนุนกำลังทหาร ทั้งที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมารัฐบาลซาอุฯ ได้ทุ่มเงินทุนมหาศาลหลายพันล้านดอลลาร์ รวมถึงต้นทุนทางการเมือง เพื่อสร้างความสัมพันธ์ส่วนพระองค์และหุ้นส่วนความมั่นคงกับทรัมป์และครอบครัว

 

ไมเคิล แรทนีย์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำซาอุดีอาระเบีย ชี้ว่า เหตุผลหลักที่ซาอุฯ ยอมลงทุนมหาศาลกับสหรัฐฯ ก็เพื่อรับมือกับวิกฤตในลักษณะนี้ ดังนั้นความลังเลของทรัมป์จึงสร้างความผิดหวังให้แก่ฝ่ายซาอุฯ อย่างยิ่ง ขณะที่ แดน ชาปิโร อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มองว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังมีภาระหนักกับศึกอิหร่าน คลังยุทโธปกรณ์เริ่มร่อยหรอ ทรัมป์จึงไม่ต้องการเปิดแนวรบใหม่ในเยเมน

 

แม้ทรัมป์จะอ้างว่ากลุ่มฮูตีได้โทรศัพท์มาหาและขอร้องไม่ให้สหรัฐฯ เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่ โมฮัมเหม็ด อัล-บุคไฮตี เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมืองของฮูตี ได้ออกมาปฏิเสธทันควันว่าไม่เคยติดต่อหรือร้องขอใดๆ ต่อทรัมป์ทั้งสิ้น

ศึก 3 ด้านบีบปิดท่อน้ำมัน Petroline - หันพึ่งจีนไกล่เกลี่ยแทน

 

ในช่วงเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ซาอุดีอาระเบียต้องเผชิญการโจมตีจากกลุ่มกองกำลังตัวแทนอิหร่านถึง 3 ทิศทาง ทั้งจากกลุ่มฮูตีในเยเมนทางทิศใต้ การบุกยึดเกาะเพริมบริเวณปากทางเข้าทะเลแดง และกลุ่มแนวร่วมการต่อต้านอิสลามในอิรัก (IRI) ทางทิศเหนือและตะวันออก ส่งผลให้ซาอุฯ จำเป็นต้องสั่งปิดท่อส่งน้ำมันสายหลัก "เปโทรไลน์" (Petroline) ความยาว 1,200 กิโลเมตร ที่ใช้ลำเลียงน้ำมันไปยังทะเลแดงเป็นการชั่วคราว หลังโดนโดรนโจมตี ซ้ำเติมวิกฤตหลังจากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นไปก่อนหน้า

 

ขณะเดียวกัน ความพยายามทางการทูตก็เผชิญทางตัน เมื่อการประชุมร่วมระหว่างซาอุฯ อิหร่าน และกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียที่กำหนดไว้เมื่อวันจันทร์ (14 ก.ย.) ต้องถูกเลื่อนออกไปกะทันหันเนื่องจากจุดยืนยังขัดแย้งกันสูง นักวิเคราะห์มองว่า เมื่อช่องทางทหารจากสหรัฐฯ ปิดลง ซาอุดีอาระเบียอาจต้องหันไปพึ่งพาทางการทูตในรูปแบบอื่น เช่น การดึง "จีน" เข้ามาเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยเพื่อหาข้อตกลงยุติศึก แม้จะเป็นข้อตกลงที่ไม่สวยงามนักก็ตาม

 

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังตั้งข้อสังเกตเชิงลึกว่า การที่สหรัฐฯ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกแทนที่ซาอุฯ ประกอบกับผลประโยชน์ส่วนตัวของทรัมป์และครอบครัวในธุรกิจพลังงาน อาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยแฝงที่ทำให้ทรัมป์ปฏิเสธการช่วยเหลือซาอุฯ ในครั้งนี้ แม้ว่าที่ผ่านมามกุฎราชกุมารซาอุฯ จะเคยประกาศเพิ่มวงเงินลงทุนในสหรัฐฯ สูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมสัญญาซื้ออาวุธล็อตใหญ่รวมถึงเครื่องบินรบ F-35 ก็ตาม

ข่าวล่าสุด