อัปเดตน้ำท่วมเนปาล-ทิเบต: กู้แล้ว 630 ศพ สูญหายทะลุ 3 พันราย
30 ส.ค. 2569 | apirak_pra

ความคืบหน้ามหันตภัยน้ำท่วมใหญ่เนปาล-ทิเบต พบร่างผู้เสียชีวิตพุ่งทะลุ 633 ราย ขณะที่ยอดผู้สูญหายพุ่งแตะ 3,000 คน ท่ามกลางวิกฤตผวาเขื่อนธรรมชาติพังทลายซ้ำ
ข่าว
30 ส.ค. 2569 | apirak_pra

ความคืบหน้ามหันตภัยน้ำท่วมใหญ่เนปาล-ทิเบต พบร่างผู้เสียชีวิตพุ่งทะลุ 633 ราย ขณะที่ยอดผู้สูญหายพุ่งแตะ 3,000 คน ท่ามกลางวิกฤตผวาเขื่อนธรรมชาติพังทลายซ้ำ
KEY
POINTS
ความคืบหน้ากรณีภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งมโหฬารบริเวณแนวเทือกเขาหิมาลัย รอยต่อระหว่างประเทศเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ล่าสุดเจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงทำงานอย่างหนักแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ยืนยันว่า สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตจากทั้งสองฝั่งรวมกันได้แล้วอย่างน้อย 633 ศพ ขณะที่ยอดผู้สูญหายกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดแตะเกือบ 3,000 ราย โดยกาชาดสากลประเมินว่ามีประชาชนได้รับผลกระทบจากอุทกภัยฉุกเฉินครั้งนี้สูงถึง 93,000 คน
ทางการเนปาลรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตในประเทศพุ่งสูงถึง 626 ราย และยังคงมีผู้ขาดการติดต่อสูญหายอีก 2,426 คน ซึ่งรวมถึงคนงานโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำจำนวน 933 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติ และผู้แสวงบุญที่เดินทางไปยังเขาไกลาส ส่วนฝั่งทิเบต สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานยืนยันผู้เสียชีวิต 7 ราย และสูญหายอีก 554 คน นอกจากนี้ ทางการอินเดียยังเปิดเผยว่า สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตจำนวน 7 ศพขึ้นมาจากแม่น้ำที่ไหลมาจากเนปาล ซึ่งคาดว่าเป็นร่างของผู้ประสบภัยที่ถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากพัดลอยข้ามพรมแดนมา
ปฏิบัติการกู้ภัยในฝั่งเนปาล กองทัพได้เร่งส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าช่วยเหลือคนงานที่ถูกมวลน้ำโคลนซัดติดค้างอยู่ภายในอุโมงค์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ "ตรีศูลี 3เอ" (Trishuli 3A) โดยล่าสุดช่วยเหลือนำตัวคนงานและชาวบ้านออกมาได้แล้วกว่า 350 คน แต่ยังคงมีคนงานอีกกว่า 100 ชีวิตที่ติดอยู่ด้านใน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคอย่างหนักเนื่องจากทางเข้าอุโมงค์ถูกโคลนหนาทับถมจนระบุพิกัดยากลำบาก
ขณะเดียวกัน ภัยแฝงที่สร้างความวิตกกังวลให้แก่ทีมกู้ภัยคือการก่อตัวของทะเลสาบน้ำแข็งและเขื่อนธรรมชาติแห่งใหม่จากเศษดินโคลน โดยตำรวจเนปาลได้แจ้งเตือนให้ทีมกู้ภัยถอนกำลังไปยังพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวหลังได้รับรายงานว่ามีเขื่อนกั้นน้ำในฝั่งทิเบตพังทลายลงมาอีกรอบ เช่นเดียวกับทางการจีนที่สั่งระงับการค้นหาในอำเภอจี๋หลง (Gyirong) ชั่วคราวเนื่องจากความเสี่ยงน้ำป่าระลอกใหม่ ก่อนจะประกาศว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลายในเวลาต่อมา
ผู้รอดชีวิตรายหนึ่งเล่าถึงนาทีชีวิตว่า กระแสน้ำโคลนขนาดใหญ่พุ่งเข้าถล่มชุมชนริมแม่น้ำอย่างรวดเร็วและกวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างไปในพริบตา โดยเขาและเพื่อนร่วมงานรอดชีวิตมาได้เนื่องจากโชคดีที่ทำงานอยู่ภายในอุโมงค์เขื่อนขณะเกิดเหตุ ขณะที่ผู้บริหารและเพื่อนร่วมงานที่อยู่ด้านนอกถูกมวลน้ำซัดหายไปทั้งหมด ทั้งนี้ ผู้ประสบภัยจำนวนมากต่างปักหลักรอคอยฟังข่าวของญาติพี่น้องที่สูญหายด้วยความสิ้นหวัง ท่ามกลางการสูญเสียบ้านเรือนและทรัพย์สินทั้งหมดในชีวิต