มหันตภัยใหญ่! น้ำท่วมชายแดน "เนปาล-ทิเบต" ดับพุ่ง 157 ศพ มวลโคลนและหินขนาดใหญ่ถล่มลงแม่น้ำ
27 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

มหันตภัยใหญ่! น้ำท่วมชายแดน "เนปาล-ทิเบต" ดับพุ่ง 157 ศพ มวลโคลนและหินขนาดใหญ่ถล่มลงแม่น้ำ บ้านเรือนพังเสียหายหนัก
ข่าว
27 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

มหันตภัยใหญ่! น้ำท่วมชายแดน "เนปาล-ทิเบต" ดับพุ่ง 157 ศพ มวลโคลนและหินขนาดใหญ่ถล่มลงแม่น้ำ บ้านเรือนพังเสียหายหนัก
KEY
POINTS
27 สิงหาคม 2569 สำนักข่าว Reuters รายงานข่าว เกิดเหตุก้อนโคลนและหินขนาดมหึมาพังทลายลงสู่แม่น้ำบริเวณชายแดนเทือกเขาหิมาลัยระหว่าง "เนปาลและทิเบต" ของจีนเมื่อวันพุธ(25 ส.ค.69) ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมใหญ่ระดับมหันตภัยในฝั่งเนปาล คร่าชีวิตผู้คนไปจำนวนมาก และทำให้นักท่องเที่ยวสูญหายอีกหลายร้อยคน
ในสถานการณ์ภัยพิบัติที่กำลังวิกฤต คลิปวิดีโอที่ผ่านการตรวจสอบยืนยันเผยให้เห็นภาพผู้คนหลายสิบคนถูกกระแสน้ำพัดหายไปต่อหน้าต่อตาบริเวณชายแดน ขณะที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายเกรงว่ายอดผู้เสียชีวิตและระดับความเสียหายจะสูงกว่านี้มาก
น้ำท่วมฉับพลัน แถวชายแดนเนปาล-ทิเบต สูญหายร้อยชีวิต กู้แล้ว 157 ร่าง
บ้านเรือน ถนนหนทาง และโรงไฟฟ้าถูกกระแสน้ำพัดพังเสียหายในเนปาล ขณะที่เจ้าหน้าที่ในทิเบตระบุว่า เกรงว่าจะเกิด "ความสูญเสียครั้งใหญ่" หลังจากโคลนถล่มด่านตรวจคนเข้าเมืองบริเวณชายแดนในเขตจี้หลง (Gyirong)
เกศาภ ประสาด บารัล (Keshav Prasad Baral) ชายวัย 68 ปี ผู้รอดชีวิตซึ่งกำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเล็กๆ แห่งหนึ่ง เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง "มันเป็นมวลโคลนขนาดใหญ่ที่ซัดตรงเข้ามาหาพวกเรา ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งยกตัวสูงขึ้น พอเห็นมันทะลักเข้ามาในบ้าน ผมพยายามคว้ามือภรรยาเพื่อพาขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้า แต่เธอกลับถูกโคลนพัดหายไป อีก 4-5 ชั่วโมงต่อมา เฮลิคอปเตอร์ก็มาช่วยผมไว้ แต่ภรรยาของผมยังคงจมอยู่ใต้โคลนตรงไหนสักแห่ง... เธอจากไปแล้ว"
ขณะที่ ผู้รอดชีวิตอีกราย เล่าว่า เขารอดชีวิตมาได้ด้วยการเกาะต้นมะม่วงไว้แน่น ขณะที่มองดูบ้านหลังที่เขากำลังทำงานอยู่พังหายไปกับตา
รายงานเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่เนปาล ระบุว่า แผ่นดินไหวในพื้นที่ดังกล่าวอาจเป็นสาเหตุให้ส่วนล่างของธารน้ำแข็งพังทลายลงมาจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ ในเวลาต่อมา
สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า แรงสั่นสะเทือนที่บันทึกได้ในขณะนั้น เกิดจากการถล่มของหินและน้ำแข็งจากธารน้ำแข็งที่ร่วงลงสู่พื้นหุบเขา
เมื่อความมืดเยือน เจ้าหน้าที่ยังคงต้องทำภารกิจอันน่าเศร้าสลดในการค้นหาและพยายามระบุตัวตนของผู้เสียชีวิต ตำรวจเนปาลเปิดเผยช่วงดึกวันพุธว่า จนถึงตอนนี้สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้วประมาณ 157 ศพ และมีนักท่องเที่ยวสูญหายมากกว่า 400 คน โดยในจำนวนนี้ประมาณ 340 คนเป็นชาวต่างชาติ
สุนิล ชาร์มา (Sunil Sharma) โฆษกคณะกรรมการการท่องเที่ยวเนปาล เปิดเผยกับสำนักข่าวเอพีว่า นักท่องเที่ยวที่สูญหาย 133 คนเป็นชาวอินเดียที่เดินทางมาแสวงบุญ เขาระบุเพิ่มเติมว่า นักท่องเที่ยวที่สูญหายเป็นชาวสหรัฐฯ 47 คน, ออสเตรเลีย 34 คน, สหราชอาณาจักร 33 คน และแคนาดา 24 คน
อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) กล่าวว่า ทีมงานและภาคีของ UN กำลังเร่งระดมสิ่งของสิ่งจำเป็นและกำลังคนในเนปาล เพื่อช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า "กระทรวงการต่างประเทศรับทราบเรื่องชาวอเมริกันที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในเนปาลแล้ว และกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด"
ด้านนายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า แคนาดากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเช่นกัน พร้อมระบุว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ "สร้างความสูญเสียอย่างรุนแรง"
พื้นที่ดังกล่าวตั้งอยู่บนเส้นทางยอดนิยมที่มุ่งหน้าสู่ เขาไกลาสและทะเลสาบมานสโรวาร์ ในทิเบต ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้แสวงบุญชาวฮินดูจากอินเดียและพื้นที่อื่นเดินสายมาเยือนปีละหลายร้อยคน โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ของปี
สถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของจีนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และสูญหาย 265 รายในเขตจี้หลง โดยระบุว่ากำลังเร่งตรวจสอบยอดผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างเป็นทางการ และปฏิบัติการช่วยเหลือยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง
น้ำท่วมฉับพลัน แถวชายแดนเนปาล-ทิเบต สูญหายร้อยชีวิต กู้แล้ว 157 ร่างขณะที่เกาหลีใต้เปิดเผยแยกต่างหากว่า มีพลเมืองของตน 8 คนที่ทำงานในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำสูญหายไป
ศูนย์วิจัยธรณีวิทยาแห่งเยอรมนี (GFZ) ระบุว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.4 ก่อนเวลาที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดประมาณ 7 นาที
ชาวบ้านจากพื้นที่ประสบภัยในอำเภอนูวาโกต (Nuwakot) และธาดิง (Dhading) ต่างมารวมตัวกันที่หน้าศูนย์ฝึกกองทัพเนปาล ซึ่งใช้เป็นฐานปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยทางอากาศ เพื่อรอฟังข่าวคราวของสมาชิกในครอบครัวที่สูญหาย
เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือเป็นแสงสว่างเดียวในการส่องจดรายชื่อผู้สูญหายบริเวณหน้าประตูค่าย เนื่องจากพื้นที่ทั้งหมดไฟฟ้าดับ จากการที่โครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าพลังน้ำได้รับความเสียหาย
ในพื้นที่ประสบภัย บ้านเรือน ต้นไม้ และยานพาหนะต่างจมอยู่ใต้น้ำหรือถูกดินถล่มทับ ขณะที่เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยบินวนอยู่บนฟ้าตลอดทั้งวันเพื่อลำเลียงผู้รอดชีวิตออกมา
สำนักงานลดความเสี่ยงและบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของเนปาล โพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า ผลการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมเบื้องต้นจาก Planet Labs ชี้ว่า ดินถล่มที่ประกอบด้วยน้ำแข็งและหินได้ก่อให้เกิดโคลนและเศษซากทะลักลงสู่แม่น้ำเลนเด (Lhende River) ซึ่งอยู่ห่างจากด่านชายแดนราสุวากาธิ (Rasuwagadhi) ระหว่างเนปาล-จีน ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยไม่สามารถลงจอดในพื้นที่ประสบภัยอย่างเชียปรุ เบซี (Syapru Besi) และติมูเร (Timure) ในเขตภูเขาเอลราสุวา (Rasuwa) ซึ่งมีประชากรราว 5,000 คนได้ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเอ่อล้นสูงกว่าปกติมาก
ภาพจากสถานีโทรทัศน์แสดงให้เห็นบ้านเรือนที่พังทลาย รถยนต์ลอยไปตามน้ำ และสะพานเหล็กถูกกระแสน้ำพัดหายไป ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์บอกกับรอยเตอร์ว่า น้ำได้กลืนกินทั้งหมู่บ้านจมหายไปในพริบตา
"มองไปทางไหนก็เห็นแต่ความพังพินาศ" ตูลา บาฮาดูร์ บีเค (Tula Bahadur BK) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเขตราสุวากล่าวกับรอยเตอร์ "ชุมชนที่อยู่ติดแม่น้ำถูกน้ำพัดหายไปจนหมด ญาติของผมเองก็สูญหายไปถึง 5 คน"
สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า เหตุโคลนถล่มได้พัดถล่มด่านจี้หลง ส่งผลให้ถนน การสื่อสาร และระบบไฟฟ้าในเขตซิกัตเซ (Shigatse) ใกล้ชายแดนถูกตัดขาดทั้งหมด
เจ้าหน้าที่กู้ภัยรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนว่า เจ้าหน้าที่พยายามติดต่อไปยังด่านชายแดนจี้หลง แต่ "จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้เลย" พร้อมเสริมว่าจากการสำรวจเบื้องต้นด้วยโดรนพบว่า เส้นทางทั้งหมดที่มุ่งหน้าไปยังด่านชายแดนถูก "ทำลายเสียหายสิ้นเชิง"
เนื่องจากมวลน้ำโคลนทะลักลงมาจากความสูงเกือบ 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้มีการแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมในรัฐอุตตรประเทศและรัฐพิหาร ทางตอนเหนือของอินเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นและมีชายแดนติดกับเนปาล โดยเป็นจุดที่แม่น้ำหลายสายไหลจากเทือกเขาลงสู่ราบลุ่ม
เจ้าหน้าที่ในรัฐพิหารเปิดเผยว่า ได้อพยพประชาชนแล้วประมาณ 5,000 คนจาก 6 อำเภอ และมีแผนจะอพยพคนเพิ่มเป็น 10,000 ถึง 12,000 คน
ภาพและข้อมูลจาก Reuters