เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลจีนสั่งจำคุกตลอดชีวิตผู้ก่อตั้ง Evergrande ริบทรัพย์ทั้งหมด

20 ส.ค. 2569 | apirak_pra

ศาลจีนสั่งจำคุกตลอดชีวิตผู้ก่อตั้ง Evergrande ริบทรัพย์ทั้งหมด

ปิดฉากอดีตมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเอเชีย ศาลจีนสั่งจำคุกตลอดชีวิตผู้ก่อตั้ง Evergrande พร้อมริบทรัพย์สิน หลังทำวิกฤตหนี้สะเทือนเศรษฐกิจจีนหนัก

ปิดฉากอดีตมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเอเชีย ศาลจีนสั่งจำคุกตลอดชีวิตผู้ก่อตั้ง Evergrande พร้อมริบทรัพย์สิน หลังทำวิกฤตหนี้สะเทือนเศรษฐกิจจีนหนัก

KEY

POINTS

  • ศาลจีนพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต นายฮุย คา ยัน ผู้ก่อตั้งบริษัท Evergrande พร้อมสั่งริบทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด
  • นายฮุยถูกตัดสินว่ามีความผิดหลายกระทง รวมถึงการปลอมแปลงบัญชี ยักยอกทรัพย์สิน และให้สินบน ซึ่งสร้างความเสียหายรุนแรงต่อเศรษฐกิจจีน
  • นอกจากโทษส่วนตัวแล้ว ศาลยังสั่งปรับบริษัทในเครือเป็นเงิน 1.582 หมื่นล้านหยวน และผู้บริหารคนอื่นๆ รวมถึงบุตรชายก็ถูกตัดสินจำคุกด้วย

ศาลประชาชนชั้นกลางแห่งเมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน มีคำพิพากษาตัดสินจำคุกตลอดชีวิต นายฮุย คา ยัน (Hui Ka Yan) หรือ ซู จี๋อิน (Xu Jiayin) ผู้ก่อตั้งบริษัท เอเวอร์แกรนด์ (Evergrande) อดีตยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ของจีน พร้อมทั้งสั่งริบทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด ตลอดจนลงโทษปรับบริษัทในเครือเป็นจำนวนเงินสูงถึง 1.582 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 2.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) จากความผิดหลายกระทง รวมถึงการปลอมแปลงบัญชีและการปกปิดยักยอกหนี้สิน

นายฮุย คา ยัน ซึ่งเคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นบุคคลที่รวยที่สุดในเอเชีย ได้ยอมรับสารภาพผิดในข้อหาทางอาญา เช่น การยักยอกทรัพย์สินและการรับ-ให้กู้ยืมและติดสินบนในองค์กร โดยศาลระบุว่า พฤติกรรมของฮุยและกลุ่มบริษัทในเครือได้สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีน นำไปสู่ความสูญเสียทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ รวมถึงบุตรชายสองคนของเขา ได้แก่ ซู ชี่เจียน และ ซู เติ้งอี้ ก็ถูกตัดสินลงโทษจำคุกเช่นกัน โดยมีโทษจำคุกตั้งแต่ 22 เดือน ถึง 18 ปี
 

จากจุดสูงสุดสู่วิกฤตหนี้สินและคดีความ

สำหรับ ฮุย คา ยัน เริ่มต้นชีวิตจากเด็กกำพร้าในชนบทของจีนที่เติบโตมากับยาย ก่อนจะก้าวสู่วงการอสังหาริมทรัพย์และก่อตั้ง Evergrande ในปี 2539 เขาใช้วิธีการขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วผ่านการกู้ยืมเงินก้อนโต จนกระทั่ง Evergrande ก้าวขึ้นเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ด้วยมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) สูงกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2563 เมื่อรัฐบาลจีนประกาศใช้มาตรการควบคุมหนี้สินในภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างเข้มงวด ทำให้ Evergrande ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างหนัก ไม่สามารถชำระดอกเบี้ยหนี้สินได้ จนต้องใช้วิธีเร่งระบายสต็อกด้วยการลดราคาอสังหาริมทรัพย์ลงอย่างมาก และก้าวสู่วิกฤตการล่มสลายในปี 2564

จากการตรวจสอบของศาลพบว่า บริษัทได้นำเงินจองซื้อบ้านล่วงหน้านับล้านดอลลาร์จากผู้ซื้อบ้าน ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์โดยไม่นำไปใช้ในการก่อสร้าง แต่กลับนำไปใช้หมุนเวียนในโครงการใหม่ๆ ส่งผลให้เกิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างไม่เสร็จค้างอยู่ทั่วประเทศจำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคม 2567 นายฮุยเคยถูกปรับเงินเป็นจำนวน 6.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และถูกสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับตลาดทุนของจีนตลอดชีวิต จากกรณีการตกแต่งบัญชีแสดงรายได้เกินจริงสูงถึง 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และในเวลาต่อมา หุ้นของ Evergrande ซึ่งเคยสูญเสียมูลค่าตลาดไปกว่า 99% ก็ถูกถอดออกจากตลาดหุ้นฮ่องกงในเดือนสิงหาคม 2568 หลังจากซื้อขายมานานกว่า 15 ปี

ผลกระทบวงกว้างต่อเศรษฐกิจจีน

การล่มสลายของ Evergrande ถือเป็นชนวนสำคัญที่จุดชนวนให้เกิดการซบเซาอย่างหนักในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีน เนื่องจากในยุคที่ Evergrande เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ภาคอสังหาริมทรัพย์เคยมีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีน และเป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐบาลท้องถิ่น ปัจจุบัน ปัญหาที่เกิดขึ้นยังคงส่งผลกระทบและกดดันเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด