หลังจากแผนการดังกล่าวแท้งภายในวันเดียว ทรัมป์ได้เปลี่ยนมาเสนอแผนการใหม่แทน โดยระบุว่าจะหันไปใช้วิธีบีบทำ "ข้อตกลงทางการค้าและการลงทุน" (Trade and investment deals) กับบรรดาประเทศพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียแทน เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่กองทัพสหรัฐฯ จะให้ความคุ้มครองความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าความปั่นป่วนเชิงนโยบายรายวันของทรัมป์ เกิดจากความพยายามที่จะสร้างคะแนนนิยมให้กับกลุ่มผู้สนับสนุนที่เริ่มเบื่อหน่ายกับ "สงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด" (Forever Wars) ในตะวันออกกลาง ท่ามกลางความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงจนฉุดสถิติเงินเฟ้อในประเทศให้กลับมาวิกฤตอีกครั้งก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยหลังจากการประกาศปิดล้อมรอบใหม่ ราคาน้ำมันดิบโลกได้พุ่งทะยานขึ้นถึง 10% ภายในวันเดียว ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในวันเดียวที่สูงที่สุดในรอบ 6 ปี
ผู้เชี่ยวชาญชี้ข้อตกลงอิสลามาบัดตายสนิท สงครามส่อเค้ายืดเยื้อซ้ำรอยเวียดนาม
ทางด้าน โรสมารี เคลานิก ผู้อำนวยการโครงการตะวันออกกลางแห่งสถาบัน Defense Priorities ได้ออกมาแสดงทัศนะว่า ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวหรือบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เคยทำไว้ที่กรุงอิสลามาบัดได้ "ตายสนิทและสิ้นสภาพอย่างสมบูรณ์แล้ว" หลังจากทรัมป์สั่งเปิดฉากปูพรมถล่มทางอากาศรอบใหม่และรื้อฟื้นการปิดล้อมทางทะเล ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการส่งฝูงโดรนและขีปนาวุธถล่มเรือสินค้าและฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคจนการจราจรทางน้ำอัมพาต