น.ส.บุษกร เผยอีกว่า โฟมฉนวนกันความร้อนภายในฝ้าเพดานลุกไหม้จนกลายเป็นเชื้อเพลิง ส่งผลให้เกิดก๊าซจากการเผาไหม้สะสมอยู่ภายในอาคาร ซึ่งสอดคล้องกับคำบอกเล่าของผู้บาดเจ็บหลายรายที่ระบุว่า ได้กลิ่นฉุนจนแสบจมูก โดยพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายรุนแรงที่สุดคือบริเวณหน้าเวที เมื่อเกิดเหตุและมีการเปิดประตู อากาศจากภายนอกไหลเข้าสู่อาคารอย่างรวดเร็ว ทำให้ก๊าซเชื้อเพลิงที่สะสมอยู่ได้รับออกซิเจนและติดไฟทันที ส่งผลให้เกิดเปลวไฟพุ่งออกมาอย่างรุนแรง
"โดยสารโฟมที่เคลือบจะได้มาตรฐานหรือไม่นั้นอยู่ที่การพิสูจน์ และพบว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของร้านมีการฉีดพ่นโฟมหนาประมาณ 2 นิ้ว แต่บริเวณหน้าเวทีและบาร์น้ำมีการฉีดพ่นหนาประมาณ 3 นิ้ว ส่วนกรณีการผสมสารหน่วงไฟในโฟมนั้น แม้จะช่วยชะลอการลุกติดไฟในระดับอุณหภูมิที่กำหนดไว้ในการทดสอบ แต่หากเกิดเพลิงไหม้ที่มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าดังกล่าว โฟมก็ยังสามารถลุกไหม้และกลายเป็นเชื้อเพลิงได้" น.ส.บุษกร เผย
น.ส.บุษกร กล่าวอกว่า ฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการว่า บ้านเรามีอากาศค่อนข้างร้อน หากจะนำโฟมไปฉีดพ่นก็เสี่ยงเรื่องอัคคีภัย และก็ต้องดูระบบไฟฟ้าร่วมด้วย และหากเมื่ออาคารมีลักษณะเพดานต่ำ และมีการติดไฟที่เพดาน การแผ่รังสีความร้อนก็จะเร็วยิ่งขึ้น และการเคลื่อนที่ของไฟก็จะเร็วขึ้น ทั้งนี้ควรมีการติดตั้งระบบระบายควันหรือพัดลมระบายควันตามมาตรฐาน เพื่อช่วยลดการสะสมของควันและความร้อน เพิ่มโอกาสในการอพยพของผู้ที่อยู่ภายใน และลดการกระทบต่อโครงสร้างอาคารไม่ให้ถล่มตามมา ทั้งนี้สาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ยังคงต้องตรวจสอบและพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุปต่อไป
ขณะที่ ภาคีเครือข่ายร่วมกับเครือข่ายพลังผู้สูญเสีย ร่วมกันวางดอกไม้ไว้อาลัยต่อผู้สูญเสียเหตุเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว
พร้อมอ่านแถลงการณ์ แสดงความเสียใจ ส่งพลังให้ผู้บาดเจ็บ เรียกร้องการจัดระเบียบสถานบริการ สถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการทั่วประเทศ จัดระบบโซนนิ่งใหม่ที่สอดคล้องความเป็นจริง ปิดการรับส่วย ด้วยการแก้ไข พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ทบทวนการขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึงตี 4
โดยภาคประชาชน มองว่า เหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว กฎหมายไทยยังมีช่องโหว่ ขออนุญาตร้านอาหาร แต่เปิดบริการกึ่งผับเลี่ยงมาตรฐานสถานบริการ
นายธีระ วัชรปราณี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายที่ทำประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของแอลกอฮอล์ ผู้อำนวยการเครือข่ายเครือข่ายผู้ได้รับความสูญเสีย เผยว่า ความปลอดภัยในสถานบันเทิงจากการตรวจสอบการบริการไม่ได้ครอบคลุม จะมีช่องว่างมีจุดอ่อนรวมทั้งการใช้พรบสาธารณสุขทำมีความลักลั่นทำให้ผู้ประกอบการบางราย
จากเหตุการณ์ “ซานติกาผับ ” ทำให้มี พ.ร.บ.อาคาร มีกฎหมายเฉพาะเจาะจง แต่พอเป็นกฎหมาย ก็มีช่องว่างที่สำคัญ ส่วน พ.ร.บ.สาธารณสุข ที่เน้นเรื่องการควบคุมอาหารความเสี่ยงต่อสุขภาพ
แต่พอมีการแสดงดนตรีเล่นดนตรี ก็ทำให้เกิดการล้ำเส้น เปิดเกินเที่ยงคืนจึงเป็นจุดอ่อนของกฎหมาย และ การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่แค่เฉพาะในกรุงเทพแต่เป็นทั่วประเทศที่จะต้องดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง เป็นปัญหาสำคัญที่ต้องเเก้ทั้ง 2 จุด
โดยกฎหมายและการบังคับใช้อาจจะต้องเปลี่ยนแนวทาง จากที่เน้นให้ภาครัฐดำเนินการอย่างเดียว จะต้องเน้นให้ผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบมากขึ้นรวมถึงผู้ที่มาท่องเที่ยว จะต้องมีส่วนร่วมในการส่งข้อมูลให้กับหน่วย ต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยการแก้ไขกฎหมาย รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย เป็นสิ่งสำคัญที่ดำเนินการไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก
บริเวณหน้าร้าน "โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว" ที่เกิดเหตุ ภาคีเครือข่ายร่วมกับเครือข่ายพลังผู้สูญเสีย ร่วมกันวางดอกไม้ไว้อาลัยต่อผู้สูญเสีย พร้อมอ่านแถลงการณ์ แสดงความเสียใจและส่งพลังให้ผู้บาดเจ็บ และเรียกร้องการจัดระเบียบสถานบริการ สถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการทั่วประเทศ จัดระบบโซนนิ่งใหม่ที่สอดคล้องความเป็นจริง ปิดการรับส่วย ด้วยการแก้ไขพ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 ที่ประชาชนมีส่วนร่วม และทบทวนการขยายเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถึงตี 4
นายมหาโภคัย บิดาของ น้องปูอัด ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาของโรงเรียนวัดเขาพระยาจังหาร จังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า ตนเห็นข่าวแล้วไม่กล้าดูเลย เพราะตนก็เป็นหนึ่งในครอบครัวเหยื่อผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งใหญ่เหมือนกัน แม้ว่าลักษณะการเกิดจะไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย ทั้งรถบัสทัศนศึกษาที่ไม่สามารถเปิดประตูฉุกเฉินได้
"สุดท้ายตนอยากฝากถึงผู้สูญเสียและครอบครัว ถึงวันนี้ตนเองก็ยังทำใจไม่ได้ แต่ก็ขอให้ทุกคนเข้มแข็งเข้าไว้ แม้การจะผ่านช่วงเวลาไปในแต่ละวันให้ได้มันยากยิ่ง และต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูสภาพจิตใจอย่างมาก ตนจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลสภาพจิตใจของบุคคลในครอบครัว และผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง การให้กำลังใจกันของคนรอบข้างมีความสำคัญมากจริงๆ ที่สำคัญผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บต้องได้รับการชดเชยที่เป็นธรรม" นายมหาโภคัย เผย