นายเลิศชัย สกลเสาวภาคย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า จังหวัดได้ดำเนินการ ไม่ได้หยุดนิ่ง ได้ขอความร่วมมือจากส่วนกลางเข้ามาตรวจสอบ รวมถึงแจ้งให้อำเภอและอบต.ที่รับผิดชอบอยู่ ดำเนินการ พร้อมกับยืนยันว่าจังหวัดไม่ได้มีอำนาจไปตรวจจับ หรือไปกล่าวหาใคร เพราะเป็นอำนาจของผู้อนุญาต จังหวัดทำหน้าที่เพียงบำบัดทุกข์บำรุงสุข แก้ไขฟื้นฟู จังหวัดทำได้แต่รับเรื่องร้องเรียน ไม่เอื้อประโยชน์ต่อฝ่ายใด และทำงานด้วยข้อมูลข้อเท็จจริง
นางสาวรุ่งอรุณ ญาติบรรทุง ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยอมรับว่า เมื่อทางผู้ประกอบการโรงงานทำรายงานมอนิเตอร์ริ่ง ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าต้องทำส่งปีละ 2 ครั้ง ทางสำนักงานจะอ่านตามรายงานที่เข้ามา เพราะแต่ละปีมีผู้ประกอบการส่งมากว่า 3,700 โครงการ ฉะนั้น จึงไม่สามารถลงตรวจคุณภาพโรงงานได้ทุกโครงการ และเป็นการลงพื้นที่สุ่มตรวจโดยยึดหลักว่าโรงงานใดมีเรื่องร้องเรียน อย่างไรก็ตาม อำนาจหน้าที่สำนักงานไม่สามารถบังคับโรงงานได้โดยตรง แต่หากพบว่าเมื่อโรงงานไม่ดำเนินการตาม EIA จะส่งผลการปฏิบัติตามให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผู้อนุญาต จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้แจ้งให้ผู้ประกอบการปรับปรุงคุณภาพน้ำที่เกินค่ามาตรฐานที่กำหนด และเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงลักษณะบ่อฝั่งกลบ และ บ่อพักน้ำบำบัด ไปจาก EIA เดิม
ในส่วนการชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า โรงงานอุตสาหกรรมรายดังกล่าว แจ้งเปลี่ยนแปลงเพียงครั้งเดียว ส่วนเรื่องเนื้อที่ต้องรังวัด หากพบว่าใช้พื้นที่เกินคำขอ จะสั่งการตามกฎหมายโรงงาน สำหรับการที่จะให้ทางกรมเปิดเผยผลตรวจสารเคมีของโรงงานต่อสาธารณะหรือไม่นั้น จะต้องคำนึงการฟ้องร้องจากเอกชนที่ตามมาด้วย ขณะที่ กรมป่าไม้ แจ้งว่าจากกรณีที่โรงงานบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ได้แจ้งความดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว
ในส่วนของคุณภาพน้ำนั้น รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่าได้เก็บตัวอย่าง 13 จุดเพื่อตรวจสอบน้ำดำผิดปกติ และส่งตรวจโลหะหนัก พบการปนเปื้อนของโลหะหนัก ซึ่งน่าจะมาจากภาคอุตสาหกรรม ส่วนเรื่องตะกอนดินได้เก็บตัวอย่าง พบสารหนูเกินในห้วยตะเข้ และแจ้งกรมโรงงานฯรับทราบแล้ว และคิดว่าเป็นพฤติกรรมลักลอบปล่อยน้ำเสียงเป็นครั้งคราว สำหรับการตรวจน้ำผิวดิน สำนักน้ำบาดาล ได้เก็บตะกอนก้นคลอง และน้ำบ่อบาดาน คาดว่าผลตรวจจะออกในช่วงปลายเดือน ฟากฝั่งกรมชลประทาน มีการเก็บน้ำตัวอย่างไปตรวจเช่นกัน เป็นการวัด 6 ค่าคุณภาพน้ำเชิงชลประทานและการเกษตร พบว่าคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของกรมชลประทาน
ภายหลังการรับฟังคำชี้แจง นางสาวกุลวลี นำคณะกรรมาธิการ ลงพื้นที่ 4 จุด ของตำบลกุดนกเปล้า อำเภอเมืองสระบุรี จากการลงพื้นที่พบท่อปริศนาต่อออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรม มุดลงใต้ดินเพื่อข้ามมาอีกฝั่งถนน รวมถึงพบว่ามีปลาตายในลำน้ำใกล้โรงงาน และจากการตรวจคุณภาพน้ำของกรมชลประทาน พบว่าค่าออกซิเจนต่ำกว่ามาตรฐาน