รัฐบาลญี่ปุ่นออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับวิกฤตความมั่นคงครั้งใหม่ หลังจากหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ (New York Times) สื่อทรงอิทธิพลของสหรัฐฯ ตีแผ่รายงานเชิงสืบสวนสอบสวนชิ้นสำคัญ ระบุว่า สหพันธรัฐรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ได้ใช้ประโยชน์จาก "กฎหมายต่อต้านการจารกรรมที่อ่อนแอ" พลิกโฉมประเทศญี่ปุ่นให้กลายเป็น "รังสายลับ" (Den of Spies) และศูนย์กลางสำคัญในการลักลอบจัดหาชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงสองหน้า (Dual-use Technology) เพื่อนำไปใช้ในสงครามยูเครน
โฆษกรัฐบาลโตเกียวรับวิกฤต เร่งเข็นกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่สู้ภัยจารชน
มิโนรุ คิฮาระ โฆษกระดับสูงของรัฐบาลญี่ปุ่น ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการว่า ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ประเทศญี่ปุ่นตระหนักดีถึงความจำเป็นขั้นสูงสุดที่จะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการรับมือและต่อต้านกิจกรรมข่าวกรองของต่างชาติ โดยเฉพาะการลักลอบลอกเลียนหรือครอบครองข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงแห่งชาติ แม้ว่าโฆษกรัฐบาลจะปฏิเสธที่จะให้ความเห็นโดยตรงต่อเนื้อหาในรายงานของสื่ออเมริกัน แต่ก็เน้นย้ำว่าโตเกียว "ต้องจัดการกับปัญหานี้ด้วยความก้าวร้าวและเด็ดขาดขั้นสูงสุด"
ทั้งนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติของญี่ปุ่นได้มีมติผ่านความเห็นชอบกฎหมายใหม่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพื่อกรุยทางสู่การจัดตั้ง "องค์กรข่าวกรองแห่งชาติ" หน่วยงานบูรณาการความมั่นคงรูปแบบใหม่ที่จะเข้ามาประสานงานกิจกรรมต่อต้านข่าวกรองที่เคยแยกส่วนกันในอดีต ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากพรรครัฐบาลเสรีประชาธิปไตย (LDP) แสดงความกังวลอย่างหนักต่อกรณีศาลญี่ปุ่นไม่มีบทลงโทษที่รุนแรงพอต่อการจารกรรมทางอุตสาหกรรม