วิกฤตการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงจนก้าวเข้าสู่ "การปะทะระลอกที่สาม" อย่างเต็มรูปแบบ หลังกองทัพสหรัฐฯ และกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เปิดฉากสาดอาวุธนำวิถีถล่มกันอย่างบ้าคลั่ง ล่าสุด กองทัพอิหร่านเปิดปฏิบัติการล้างแค้นครั้งใหญ่ ยิงขีปนาวุธและฝูงโดรนโจมตีฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ในประเทศจอร์แดน คูเวต และบาห์เรน ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้คลังเชื้อเพลิงและระบบป้องกันภัยทางอากาศพังยับเยิน เพื่อตอบโต้ที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ส่งเครื่องบินรบและโดรนจู่โจมทางทะเลปูพรมระเบิดเมืองท่าและสถานที่นิวเคลียร์ทั่วอิหร่านเมื่อคืนที่ผ่านมา
มะกันขนอาวุธลับถล่ม 8 จังหวัดอิหร่าน ชนวนเหตุปมแย่งน่านน้ำโอมาน
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงความสำเร็จในการยุติปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ โดยระบุว่าได้ใช้ระบบอาวุธแม่นยำสูงทำลายเป้าหมายนับสิบจุดในภูมิภาคตอนใต้ของอิหร่าน ทั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ สถานีเรดาร์ชายฝั่ง และฝูงเรือรบขนาดเล็ก เพื่อลดทอนศักยภาพของอิหร่านในการปิดกั้นการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยความพิเศษของศึกครั้งนี้คือ สหรัฐฯ ได้ส่งโดรนพลีชีพโจมตีทางอากาศและ "โดรนพลีชีพโจมตีทางทะเล" (One-way attack sea drones) ออกมาประเดิมสนามรบเป็นครั้งแรก ส่งผลให้เกิดระเบิดรุนแรงในหลายเมืองท่าสำคัญ เช่น บันดาร์อับบาส, ซิริก, ฆอนด็อบ (ที่ตั้งโรงงานน้ำมวลหนัก) รวมถึงสถานีปั๊มน้ำทางการเกษตรในเมืองมาห์ชาห์ร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 1 ราย และบาดเจ็บอีก 4 ราย