การเรียกผิดที่บังเอิญแทงใจดำ
การใช้คำว่าสาธารณรัฐอิสลามญี่ปุ่น ซึ่งแม้ทุกคนจะรู้อยู่เต็มอกว่าเป็นความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่ช่างบังเอิญที่ญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาเรื่อง "มุสลิม" ในประเทศพอดี
ประเด็นที่สร้างความไม่พอใจให้ชาวญี่ปุ่น :
1. จำนวนที่เพิ่มขึ้นเร็วมาก
- ปี 2019: ประมาณ 230,000 คน
- สิ้นปี 2024: ประมาณ 420,000 คน
- มัสยิด: จาก 50 แห่ง ปี 2008 เป็นมากกว่า 160 แห่งแล้ว
- สาเหตุหลัก คือ แรงงานทักษะเฉพาะทางที่ไปจาก อินโดนีเซีย ปากีสถาน บังกลาเทศ และมาเลเซีย
2. ปัญหาหลักที่เจอตอนนี้
การเหยียดเชื้อชาติและความเข้าใจผิด ที่มีตั้งแต่ Hate speech / ข่าวลือในโซเชียลมีเดีย ไปจนถึงข่าวปลอมที่เพิ่มขึ้น เช่น ข่าวลือว่ามัสยิดในโอซาก้าเปิดเสียงละหมาดดังมากตอนเช้า อิหม่ามมัสยิดแห่งหนึ่งในคันโต บอกว่า ได้รับโทรศัพท์ข่มขู่วันละ 5-10 สาย และข้อความว่า "กลับประเทศไป ญี่ปุ่นไม่ต้องการมัสยิด" จนหลายคนกลัวจนไม่กล้าออกจากบ้าน
3. การต่อต้านสร้างมัสยิดและสุสาน ในการประชุมชี้แจงสร้างมัสยิดใหม่ มีคน 200 คนตะโกนโห่ไล่ ถาม "ทำไมไม่บอกก่อน" กังวลเรื่องเสียงเรียกทำละหมาด หรือ อะซาน, รถติด และธรรมเนียมฝังศพ โครงการสุสานมุสลิมที่อาชิคางะ ถูกยกเลิกเพราะชาวบ้านค้าน ยืนยันว่า "อิสลามน่ากลัว" ตอนนี้ทั้งประเทศมีสุสานรับฝังศพแบบอิสลามแค่ 10 แห่ง
4. การเหมารวมกับก่อการร้าย + การเฝ้าระวัง ซึ่งเกิดจากการที่สื่อญี่ปุ่นมักเสนอข่าวอิสลามเกี่ยวกับสงครามและการก่อการร้าย ทำให้คนญี่ปุ่นมีภาพจำคือ "ก้าวร้าว ย้อนยุค เข้มงวด"
5. ตำรวจเคยเก็บข้อมูล โดยปี 2010 มีเอกสารหลุดว่า ตำรวจโตเกียวทำโปรไฟล์มุสลิม 72,000 คน รวมถึงเด็ก และเฝ้าดูมัสยิด ร้านค้า
แต่สรุปแล้ว ปัญหาใหญ่สุดตอนนี้คือ "จำนวนเพิ่มเร็ว + ข้อมูลผิดๆ" ทำให้คนญี่ปุ่นบางส่วนเริ่มกลัวและต่อต้าน ทั้งๆ ที่มุสลิมส่วนใหญ่มาทำงาน ใช้ชีวิตปกติ จ่ายภาษี และลูกเข้าเรียนโรงเรียนญี่ปุ่น ในขณะที่ญี่ปุ่นไม่มีศาสนาประจำชาติ ศาสนาหลักคือ ชินโต และพุทธ คนญี่ปุ่นนับถืออิสลามแค่ 0.3%