เนชั่นทีวี

ข่าว

"ทรัมป์" เปิดฉากฟาดพันธมิตรกลางเวที NATO ฉุนยุโรปขวางน่านฟ้าศึกถล่มอิหร่าน

08 ก.ค. 2569 | apirak_pra

"ทรัมป์" เปิดฉากฟาดพันธมิตรกลางเวที NATO ฉุนยุโรปขวางน่านฟ้าศึกถล่มอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดฉากฉะพันธมิตรยุโรปกลางที่ประชุมสุดยอด NATO ณ กรุงอังการา ฉุนไม่ยอมส่งทหารช่วยรบและปิดกั้นน่านฟ้าศึกถล่มอิหร่าน ด้านยุโรปทุ่มเงิน 5 หมื่นล้านเหรียญง้อ

โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดฉากฉะพันธมิตรยุโรปกลางที่ประชุมสุดยอด NATO ณ กรุงอังการา ฉุนไม่ยอมส่งทหารช่วยรบและปิดกั้นน่านฟ้าศึกถล่มอิหร่าน ด้านยุโรปทุ่มเงิน 5 หมื่นล้านเหรียญง้อ

KEY

POINTS

  • โดนัลด์ ทรัมป์ โจมตีชาติพันธมิตรยุโรปอย่างรุนแรงในการประชุมนาโต (NATO) โดยกล่าวหาว่าทรยศสหรัฐฯ จากกรณีที่ปฏิเสธการเปิดน่านฟ้าเพื่อโจมตีอิหร่าน
  • ทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผยต่อนายกรัฐมนตรีอิตาลี และจุดประเด็นความขัดแย้งเก่าเรื่องการซื้อเกาะกรีนแลนด์จากเดนมาร์กขึ้นมาอีกครั้ง
  • สหรัฐฯ เริ่มทบทวนยุทธศาสตร์ทางทหารและถอนกำลังพลบางส่วนออกจากยุโรป เพื่อกดดันให้ยุโรปรับผิดชอบการป้องกันตนเองมากขึ้น และเตรียมย้ายกำลังไปภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

การประชุมสุดยอดผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO ประจำปี 2026 ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี เปิดฉากขึ้นด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุด หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีชาติพันธมิตรยุโรปอย่างรุนแรงตั้งแต่วันแรกที่เดินทางถึง โดยตำหนิว่ายุโรปทรยศและทอดทิ้งสหรัฐฯ ในช่วงสงครามกับอิหร่าน พร้อมแสดงความไม่พอใจที่หลายประเทศปฏิเสธที่จะเปิดน่านฟ้าและให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในดินแดนของตนเพื่อส่งเครื่องบินรบไปทิ้งระเบิดปูพรมถล่มชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่านกว่า 80 จุดเมื่อวันก่อน

 

ทรัมป์ฉุนจัดลั่นเกือบเบือนหน้าหนี้ประชุม แฉสัมพันธ์ร้าว "เมโลนี่" ปมขวางศึกอิหร่าน

ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งระดมวิจารณ์พันธมิตร NATO มาโดยตลอด ออกมาประกาศอย่างตรงไปตรงมาเคียงข้างประธานาธิบดี เรเจป ตายยิป แอร์โดอัน เจ้าภาพฝั่งตุรกี โดยระบุว่าเขาอาจจะคว่ำบาตรไม่มาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วยซ้ำ หากไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับแอร์โดอัน

"ผมผิดหวังมากกับ NATO สหรัฐฯ ทุ่มเงินหลายแสนล้านดอลลาร์เพื่อปกป้องพวกเขา แต่พอเรามีศึกกับอิหร่าน พวกเขากลับไม่อยู่เคียงข้างเรา" ทรัมป์กล่าว

พร้อมกันนี้ ทรัมป์ยังฟาดใส่ จอร์เจีย เมโลนี่ นายกรัฐมนตรีอิตาลี อดีตพันธมิตรคนสนิท โดยยอมรับว่าความสัมพันธ์เริ่มร้าวฉานเพราะอิตาลีปฏิเสธที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือสหรัฐฯ ในการทำสงครามตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังจุดชนวนความขัดแย้งเก่าด้วยการประกาศอีกครั้งว่า "กรีนแลนด์" ดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์ก (หนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้ง NATO) ควรจะเข้ามาอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ ส่งผลให้ เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีหญิงของเดนมาร์ก ต้องออกมาตอกกลับทันควันในกรุงอังการาว่า "กรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย และเดนมาร์กพร้อมปกป้องดินแดนของตนเองทุกตารางนิ้ว" สอดคล้องกับท่าทีของฝั่งยุโรปที่พยายามแก้เกมด้วยการเปิดดีลซื้อขายอาวุธล็อตใหญ่ที่มีมูลค่าสูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแสดงให้ทรัมป์เห็นว่ายุโรปกำลังเพิ่มงบประมาณกลาโหมของตนเองและพึ่งพาอเมริกาน้อยลงตามที่ทรัมป์ต้องการ

 

เลขาฯ NATO ออกโรงป้องสหรัฐฯ บอมบ์อิหร่าน ขณะที่วอชิงตันสั่งทบทวนลดกำลังพลในยุโรป

อย่างไรก็ตาม มาร์ก รุตเต เลขาธิการทั่วไปของ NATO ได้ออกโรงช่วยปกป้องการตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่ส่งเครื่องบินรบไปรัวบอมบ์ถล่มอิหร่าน โดยระบุว่าเป็น "สิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง" เนื่องจากอิหร่านเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในช่องแคบฮอร์มุซก่อนด้วยการลอบโจมตีเรือขนส่งสินค้าสากล และการที่สหรัฐฯ ตอบโต้คืนอย่างรุนแรงรวมถึงสั่งแบนการส่งออกน้ำมันของอิหร่านนั้นถือเป็นเรื่องที่ชอบธรรมอย่างที่สุด เพื่อรักษาเสถียรภาพและเสรีภาพในการเดินเรือพาณิชย์โลก

ขณะนี้ บรรดาเอกอัครราชทูตของชาติสมาชิก NATO ทั้ง 32 ประเทศ ได้ร่วมกันอนุมัติร่างแถลงการณ์ร่วมของการประชุมเพื่อยืนยัน "พันธกรณีที่มั่นคงดั่งเหล็กกล้า" ในการป้องกันร่วมกันตามมาตรา 5 ทว่าในความเป็นจริง รัฐบาลของทรัมป์กำลังเดินหน้ากดดันให้ยุโรปรับผิดชอบระบบป้องกันตนเองขั้นพื้นฐาน โดยสหรัฐฯ ได้เริ่มประกาศถอนกำลังทหารบางส่วนออกจากยุโรป ลดโควตากำลังรบสนับสนุนแผนป้องกันของ NATO รวมถึงสั่งถอนเรือบรรทุกเครื่องบิน ฝูงบินรบ และโดรนสอดแนมออกไป พร้อมเปิดฉากทบทวนแผนยุทธศาสตร์ทางทหารในทวีปยุโรปนาน 6 เดือน เพื่อเตรียมโยกย้ายแสนยานุภาพทหารมุ่งเป้าไปที่ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกแทน ท่ามกลางความกังวลของผู้นำยุโรปที่กลัวว่าการเปลี่ยนผ่านที่รวดเร็วเกินไปจะเกิดช่องว่างที่เปิดโอกาสให้รัสเซียเข้ามาแทรกแซง

ข่าวล่าสุด