เนชั่นทีวี

ข่าว

เนทันยาฮูลั่นไม่ถอนทหารเลบานอน-กาซา-ซีเรีย ทรัมป์ขู่ฮุบเงินอิหร่านกว้านซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐฯ

26 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

เนทันยาฮูลั่นไม่ถอนทหารเลบานอน-กาซา-ซีเรีย ทรัมป์ขู่ฮุบเงินอิหร่านกว้านซื้อสินค้าเกษตรสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลประกาศกร้าว กองทัพจะไม่ถอนกำลังออกจากเลบานอน ซีเรีย และกาซา จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ขณะที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศแผนเด็ดเตรียมยึดทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกปลดล็อกมาบังคับซื้อผลผลิตทางการเมืองของสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลประกาศกร้าว กองทัพจะไม่ถอนกำลังออกจากเลบานอน ซีเรีย และกาซา จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ขณะที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศแผนเด็ดเตรียมยึดทรัพย์สินอิหร่านที่ถูกปลดล็อกมาบังคับซื้อผลผลิตทางการเมืองของสหรัฐฯ

KEY

POINTS

  • นายกฯ อิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ยืนยันจะไม่ถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ยึดครองในเลบานอน ซีเรีย และฉนวนกาซา โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง
  • ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่จะใช้ทรัพย์สินของอิหร่านที่เพิ่งถูกปลดล็อกมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์ มาบังคับซื้อสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ
  • อิหร่านตอบโต้แผนของทรัมป์อย่างรุนแรง โดยประธานรัฐสภากล่าวว่าสิ่งที่อิหร่านได้รับจากสหรัฐฯ คือความไม่ไว้วางใจที่สะสมมานาน ไม่ใช่สินค้าเกษตร

สรุปสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางล่าสุด ซึ่งทวีความซับซ้อนอย่างรุนแรง สวนทางกับกรอบบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่มุ่งหมายจะยุติการเผชิญหน้าทางทหารในทุกระดับ โดยล่าสุด นายกรัฐมนตรีอิสราเอลได้ออกมาประกาศจุดยืนแข็งกร้าวปฏิเสธการถอนทหารออกจากดินแดนยึดครอง ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เผยแผนการใช้มาตรการเชิงนโยบายบีบให้อิหร่านต้องนำทรัพย์สินที่เพิ่งได้รับการปลดล็อกกลับมาซื้อสินค้าเกษตรสัญชาติอเมริกัน จนนำไปสู่การตอบโต้อย่างดุเดือดจากกรุงเตหะราน

 

1. เนทันยาฮูประกาศกร้าว "ไม่ถอนทหาร" ลุยปักหลักคุมพื้นที่เลบานอน-กาซา-ซีเรีย

นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้กล่าวถ้อยแถลงอย่างดุดันในพิธีสำเร็จการศึกษาของนายทหารสัญชาติต่าง ๆ ทางตอนใต้ของประเทศ โดยระบุอย่างชัดเจนว่า กองทัพอิสราเอล (IDF) จะไม่มีวันถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ยึดครองในภาคใต้ของเลบานอน ซีเรีย และฉนวนกาซา โดยกองทัพจะยังคงรักษาและควบคุมพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญเหล่านี้เอาไว้ "ตราบเท่าที่จำเป็น" เพื่อความมั่นคงสูงสุดของประเทศ

คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการโจมตีอย่างต่อเนื่องของอิสราเอลในพื้นที่ภาคใต้ของเลบานอน ล่าสุด กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ออกแถลงการณ์ประณามอิสราเอลอย่างรุนแรง หลังกองทัพอิสราเอลใช้อาวุธสงครามยิงถล่มใส่กลุ่มพลเรือนผู้บริสุทธิ์ที่กำลังเดินทางกลับเข้าสู่บ้านเรือนของตนเองในเขตมาอารูบ (Maaroub) เมืองไทร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 2 ราย และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการฉีกข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวอย่างร้ายแรง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยระบบข้อมูลว่า คณะผู้แทนเจรจาของทั้งอิสราเอลและเลบานอนจะยังคงเปิดโต๊ะประชุมร่วมกันต่อในวันศุกร์นี้ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เดินกล่าวปราศรัยต่อแขกผู้ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่จัดขึ้นสำหรับเกษตรกร ณ สวนกุหลาบของทำเนียบขาว ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

2. ทรัมป์เปิดแผนยึดเงินแช่แข็งกว้านซื้อผลผลิตอเมริกัน ประธานสภาอิหร่านสวนเจ็บแสบ

เกิดประเด็นร้อนแรงในมิติเศรษฐกิจและการทูตเมื่อ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กล่าวถ้อยแถลงต่อกลุ่มเกษตรกรชาวอเมริกัน โดยระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีแผนที่จะนำทรัพย์สินเงินทุนสำรองของอิหร่านที่เพิ่งได้รับการปลดล็อกจำนวน 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาบังคับใช้ในการกว้านซื้อผลผลิตทางการเกษตรของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวสาลี ถั่วเหลือง และข้าวโพด ในปริมาณมหาศาล เพื่อส่งกลับไปให้ทางอิหร่าน ซึ่งทรัมป์ระบุว่ากระบวนการนี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในเร็ว ๆ นี้

แผนการดังกล่าวถูกปฏิเสธและตอบโต้อย่างรุนแรงจาก นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน โดยเขาได้โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X ตอกกลับผู้นำสหรัฐฯ อย่างเจ็บแสบว่า

"อเมริกากล่าวอ้างอย่างจอมปลอมว่าทรัพย์สินที่ได้รับการปลดล็อกของเราจะถูกนำไปใช้ซื้อสินค้าเกษตรของพวกเขา ช่างน่าขันสิ้นดี เพราะพืชผลชนิดเดียวที่พวกเรากำลังเก็บเกี่ยวจากพวกคุณในเวลานี้ คือความไม่ไว้วางใจที่สะสมมานานหลายทศวรรษต่างหาก"

ด้านผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเคโต (Cato Institute) วิเคราะห์ว่า ปัจจุบันปธน. ทรัมป์ กำลังเผชิญความกดดันอย่างหนักที่ต้องประคองดีลนี้ให้สำเร็จเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดิบโลก ทำให้อาจต้องเริ่มใช้ระบบคำสั่งกดดันให้อิสราเอลลดระดับการโจมตีเลบานอนลงในอนาคต

3. ผลลัพธ์ย้อนศร! ชาติอาหรับ GCC หันจับมือหนุนดีลสหรัฐฯ-อิหร่าน เมินอิสราเอลโดดเดี่ยว

ในส่วนของท่าทีทางการเมืองระดับภูมิภาค การเดินสายทัวร์ตะวันออกกลางของ นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ปิดฉากลงด้วยการออกแถลงการณ์ร่วมกับกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) ทั้ง 6 ชาติ (ซาอุดีอาระเบีย, ยูเออี, กาตาร์, คูเวต, บาห์เรน และโอมาน) ณ ประเทศบาห์เรน โดยกลุ่มประเทศ GCC ได้แสดงท่าทียอมรับและสนับสนุนข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านอย่างเป็นทางการ เพื่อหวังดึงความมั่นคงและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการผลิตพลังงานกลับคืนมา

นักวิเคราะห์ระบุว่า สถานการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ทางยุทธศาสตร์ของอิสราเอล เนื่องจากในอดีตอิสราเอลพยายามโดดเดี่ยวอิหร่านออกจากกลุ่มประเทศอาหรับมาโดยตลอด แต่ความก้าวร้าวและการใช้กำลังทหารอย่างบ้าคลั่งของอิสราเอลในช่วงสงครามที่ผ่านมา กลับกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่บีบให้กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับหันหน้าขยับความสัมพันธ์เชิงปฏิบัติการและเปิดระบบเจรจากับกรุงเตหะรานอย่างเหนียวแน่นมากขึ้นเพื่อป้องกันตนเองจากภัยสงคราม

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ พบกับกษัตริย์ฮาหมัด บิน อิซา อัล คาลิฟา แห่งบาห์เรน ระหว่างการเยือนตะวันออกกลางเพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกับพันธมิตรอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย ณ พระราชวังอัล-ซาคีร์

4. สหรัฐฯ-อาหรับ ประสานเสียงค้านอิหร่านคุม "ช่องแคบฮอร์มุซ" ลั่นห้ามเก็บค่าผ่านทาง

แม้กลุ่มประเทศ GCC จะสนับสนุนข้อตกลงสันติภาพ แต่ในมิติความปลอดภัยทางน่านน้ำสากล แถลงการณ์ร่วมระบุชัดเจนว่า ทั้งสหรัฐฯ และกลุ่มชาติอาหรับขอคัดค้านและปฏิเสธทุกความพยายามของอิหร่านในการจัดตั้งระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียม ค่าผ่านทาง หรือการแสดงตนเข้าควบคุมน่านน้ำในช่องแคบฮอร์มุซโดยเด็ดขาด พร้อมทั้งร่วมกันประณามเหตุโจมตีด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ของกลุ่มตัวแทนอิหร่านในอิรักที่เคยถล่มสิ่งปลูกสร้างพลเรือนในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ

ทว่าฝั่งกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยังคงส่งคำเตือนอย่างเด็ดขาดผ่านระบบความมั่นคง โดยระบุว่ากองทัพเรืออิหร่านพร้อมที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับเรือบรรทุกสินค้าหรือเรือเดินสมุทรลำใดก็ตามที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ข้อบังคับทางทะเลของอิหร่านอย่างเคร่งครัด

ข่าวล่าสุด