เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลสั่งคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา 'ติ๊ก ชิโร่' เมาขับชนดับ 2 ชีวิต

24 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

ศาลสั่งคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา 'ติ๊ก ชิโร่' เมาขับชนดับ 2 ชีวิต

ศาลอาญามีนบุรีสั่งจำคุก "ติ๊ก ชิโร่" 4 ปี ลดเหลือ 2 ปี ไม่รอลงอาญา คดีเมาขับชนท้าย จยย. ดับ 2 ชีวิต ด้านพ่อผู้ตายชี้โทษน้อยไป เตรียมยื่นอุทธรณ์สู้ต่อ ยันเงินเยียวยาไม่ตรงปก

ศาลอาญามีนบุรีสั่งจำคุก "ติ๊ก ชิโร่" 4 ปี ลดเหลือ 2 ปี ไม่รอลงอาญา คดีเมาขับชนท้าย จยย. ดับ 2 ชีวิต ด้านพ่อผู้ตายชี้โทษน้อยไป เตรียมยื่นอุทธรณ์สู้ต่อ ยันเงินเยียวยาไม่ตรงปก

KEY

POINTS

  • ศาลสั่งคุกไม่รอลงอาญา: ศาลอาญามีนบุรีพิพากษาคุก "ติ๊ก ชิโร่" 4 ปี ลดเหลือ 2 ปี ไม่รอลงอาญา ชี้พฤติการณ์ร้ายแรงเมาแล้วขับชนดับ 2 ศพ พร้อมสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
     
  • ได้ประกันตัวชั้นอุทธรณ์: จำเลยยื่นหลักทรัพย์ 200,000 บาท ศาลปล่อยตัวชั่วคราวโดยมีเงื่อนไขสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และห้ามกระทำผิดซ้ำในลักษณะเดิม
     
  • ครอบครัวเหยื่อเตรียมสู้ต่อ: พ่อผู้ตายมองโทษจำคุก 2 ปีน้อยเกินไป เตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อ พร้อมคาใจปมตรวจแอลกอฮอล์ย้อนหลังช้า 3 ชั่วโมง และยอดเงินเยียวยาที่ยังตกลงกันไม่ได้

24 มิถุนายน 2569 ศาลอาญามีนบุรี พิพากษาจำคุกนักร้องดัง ติ๊ก ชิโร่ เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา จากคดีเมาขับรถตู้ชนจักรยานยนต์จนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย เหตุเกิดเมื่อปี 2567 บริเวณสะพานข้ามถนนเทพรักษ์ ย่านสายไหม หลังผลตรวจชี้ชัด ติ๊ก ชิโร่ มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกินกฎหมายกำหนด ขณะขับขี่ด้วยความเร็ว ซึ่งต่อมาศาลให้ประกันตัววงเงิน 2 แสนบาท ห้ามออกนอกประเทศ ขณะที่ครอบครัวผู้สูญเสียยังคาใจพฤติการณ์ตรวจวัดเมาและยอดเงินเยียวยา เตรียมยื่นอุทธรณ์สู้ต่อ 


วันนี้ (24 มิ.ย.) ที่ศาลอาญามีนบุรี ถนนสีหบุรานุกิจ ห้องพิจารณา 301 ศาลอ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการอาญามีนบุรี ยื่นฟ้อง นายมนัสวิน หรือศักดิ์ นันทเสน หรือ ติ๊ก ชิโร่ อายุ 64 ปี นักร้องชื่อดัง ในความผิดฐานขับขี่รถในขณะเมาสุรา เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย


กรณีเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2567 เวลา 04.00 น. นายมนัสวิน จำเลย ขับรถยนต์ตู้ ยี่ห้อฮุนได สีดำ ทะเบียน ฮม-7999 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นคลิก ทะเบียน 8 ขณ 508 กรุงเทพมหานคร บริเวณสะพานข้ามถนนเทพรักษ์ ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้ น.ส.เทียรพร หรือเมจิ อายุ 28 ปี เสียชีวิต และนายจักรภัทร หรือจูเนียร์ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปี 2 คณะมนุษยศาสตร์ มศว ประสานมิตร น้องชายของ น.ส.เทียรพร ได้รับบาดเจ็บสาหัส ร่างตกจากสะพานความสูง 10 เมตร เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลและเสียชีวิตในวันที่ 18 มี.ค. 2568 โดยขณะเกิดเหตุนายมนัสวินมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

 

จำเลยให้การรับสารภาพ

แฟ้มภาพ ติ๊ก ชิโร่ เมื่อครั้งเกิดเหตุเมาขับชน 2 พี่น้องเสียชีวิตบนสะพานข้ามแยก เมื่อปี 67

 

เปิดคำพิพากษาจำคุก “ติ๊ก ชิโร่” 4 ปี ขับรถชนคนตาย 2 ศพ ไม่รอลงอาญา

 

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567 จำเลยได้ขับรถยนต์ตู้นั่งสี่ตอน แล่นไปตามถนนสาธารณะสายสุขาภิบาล 5 มุ่งหน้าไปยังห้าแยกวัชรพลสู่ถนนรามอินทรา สภาพถนนแบ่งเป็นช่องทางเดินรถไปและกลับฝั่งละสองช่องทางและมีไหล่ทาง  รถแล่นสวนทางกันมีเกาะกลางถนนเป็นกำแพงแผ่นปูนสำหรับแบ่งช่องทางเดินรถ มีเส้นทึบสีขาวเป็นเส้นแบ่งช่องไหล่ทางด้านซ้ายกับช่องเดินรถที่ 1 และมีเส้นประสีขาวเป็นเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ ในขณะเมาสุรา


ภายหลังเกิดเหตุประมาณ 3 ชั่วโมง แพทย์ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดของจำเลย โดยวิธีการตรวจวัดจากเลือด วัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้ 106 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งคำนวณปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดของจำเลยย้อนหลังโดยอ้างอิงระยะเวลาการตรวจภายหลังเกิดเหตุประมาณ 3 ชั่วโมง คำนวณปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดของจำเลยในขณะเกิดเหตุได้ 151 – 166 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จำเลยขับรถยนต์ตู้ดังกล่าวโดยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นจำเลยนั้นจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ 



แฟ้มภาพ รถ จยย.คู่ กรณีที่ ติ๊ก ชิโร่ ขับรถชนจน 2 พี่น้องเสียชีวิตบนสะพานข้ามแยก เมื่อปี 67

กล่าวคือ จำเลยขับรถด้วยอัตราความเร็วอย่างน้อย 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น อันเป็นเหตุให้จำเลยหย่อนความสามารถในการขับรถ และไม่สามารถควบคุมรถหรือหยุดรถได้ทันท่วงที เมื่อจำเป็นต้องหยุด เมื่อจำเลยขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ ในช่วงทางขึ้นสะพาน ขณะนั้นมีนายจักรภัทร ศิวพรพิทักษ์ เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันอยู่ด้านหน้าในช่องทางเดินรถเดียวกันกับที่จำเลยขับขี่ โดยมีนางสาวจิณห์นิภา ศิวพรพิทักษ์ นั่งโดยสารซ้อนท้ายอยู่ตรงกลาง และนางสาวเทียรพร ศิวพรพิทักษ์ นั่งโดยสารซ้อนท้ายคนหลังสุด


และในขณะนั้นนายจักรภัทรได้หยุด และจอดรถจักรยานยนต์บนสะพานข้ามแยกเทพรักษ์ โดยจอดริมช่องทางเดินรถก่อนถึงจุดพักรถบนสะพาน เพื่อให้นางสาวจิณห์นิภาลงจากรถเพื่อเดินย้อนศรไปตามช่องไหล่ทางด้านซ้าย เพื่อเก็บขวดน้ำที่ทำตกหล่นไว้บนพื้น


โดยนายจักรภัทรและนางสาวเทียรพร ยังนั่งคร่อมอยู่บนรถ ทั้งนี้นายจักรภัทรได้หยุดรถจักรยานยนต์ชิดเส้นทึบสีขาว ซึ่งเป็นเส้นแบ่งช่องไหล่ทางด้านซ้ายในช่องเดินรถที่หนึ่ง ในช่วงทางขึ้นสะพานซึ่งเป็นที่ห้ามหยุดรถ เป็นที่คับขันตามกฎหมาย ขณะนั้นจำเลยซึ่งกำลังขับรถในช่วงทางขึ้นสะพาน ควรต้องใช้ความระมัดระวังด้วยการชะลอความเร็วของรถให้ช้าลงและไม่ควรขับรถแล่นไปข้างหน้าในขณะเมาสุรา เพื่อคำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่น ซึ่งจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นได้ แต่จำเลยหาได้ใช้ความระมัดระวังให้เพียงพอไม่


จำเลยยังคงขับรถยนต์ในขณะที่อยู่ในอาการมึนเมาสุรา ด้วยความเร็วเกินสมควร ทำให้จำเลยไม่สามารถควบคุมรถยนต์ที่จำเลยขับขี่ได้หรือหยุดรถได้ทัน


ด้วยการกระทำโดยประมาทของจำเลยดังกล่าว ทำให้รถคันที่จำเลยขับขี่เฉี่ยวชนด้านท้ายของรถจักรยานยนต์ ซึ่งหยุดกีดขวางอยู่ในช่องเดินรถดังกล่าวข้างต้นอย่างแรง ทำให้รถทั้งสองคันได้รับความเสียหาย และเป็นเหตุให้นายจักรภัทรกระเด็นตกจากรถและตกลงไปยังบริเวณพื้นถนนสุขาภิบาล 5 ซึ่งอยู่ด้านล่างของสะพานข้ามแยกเทพรักษ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา และเป็นเหตุให้นางสาวเทียรพรกระเด็นตกจากรถ ไปกระแทกกับกำแพงแผ่นปูนกั้นสะพานถึงแก่ความตายทันทีในที่เกิดเหตุ


ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 43, 160 ตรี และเพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ของจำเลย


ระหว่างพิจารณานายจีรวัฒน์ ศิวพรพิทักษ์ และนางหฤทัย อิ่มเอิบ บิดามารดาผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาต
 

พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (2) (4), 160 ตรี วรรคสี่ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี


พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและรายงานการสืบเสาะและพินิจของจำเลยแล้ว เห็นว่า แม้ว่าจำเลยจะรู้สำนึกในการกระทำโดยไปร่วมงานศพของผู้ตาย และชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ญาติผู้ตาย แต่ก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ ประกอบกับจำเลยขับรถในขณะเมาสุราจำเลย ย่อมเข้าใจดีว่าทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลง จำเลยสามารถหลีกเลี่ยงได้แต่ไม่กระทำและการขับขี่ดังกล่าวเป็นการชนอย่างแรงทำให้มีผู้เสียชีวิตถึงสองคนถือว่า เป็นพฤติการณ์ร้ายแรง จึงไม่รอการลงโทษ กับให้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถยนต์ของจำเลย ส่วนที่โจทก์ร่วมขอให้ริบรถยนต์นั้น เนื่องจากคำฟ้องของโจทก์ไม่มีคำขอให้ริบของกลาง โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจขอให้ริบรถยนต์ นอกเหนือไปจากคำฟ้องได้ กรณีจึงไม่อาจริบรถยนต์ได้ ยกคำร้อง

 

ครอบครัวผู้เสียชีวิตชี้โทษเบาไป เตรียมเดินหน้ายื่นอุทธรณ์ต่อ

 

หลังจากฟังคำพิพากษา นายจีรวัฒน์ บิดาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า แม้จะน้อมรับคำตัดสินของศาล แต่ยังรู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากมองว่าบทลงโทษจำคุก 2 ปี เป็นโทษที่ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการสูญเสียชีวิตของคนถึง 2 คน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะหารือกับทนายความเพื่อพิจารณาแนวทางทางกฎหมาย และศึกษารายละเอียดว่ามีประเด็นใดที่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้บ้าง ส่วนกรณีเรื่องเงินเยียวยา ยืนยันว่า ที่ผ่านมาระยะเวลาเกือบ 2 ปี ติ๊ก ชิโร่ ไม่เคยติดต่อมา แต่ยอมรับว่ามีการเยียวยาค่าปลงศพและค่ารักษาพยาบาลจริง แต่เป็นจำนวนเงิน 2.5 ล้านบาท ซึ่งรวมกับเงิน พ.ร.บ.รถยนต์ และเงินที่ได้จากการเล่นคอนเสิร์ต สำหรับเงินจำนวน 5 แสนบาท ที่นำมาวางต่อศาลในวันนี้ หากรวมกับเงินที่เคยจ่ายก่อนหน้านี้ จะทำให้ยอดเงินช่วยเหลือทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านบาท ไม่ใช่ 3.5 ล้านบาทตามที่มีการกล่าวอ้าง


ขณะที่ประเด็นการฟ้องร้องทางแพ่ง นายจีรวัฒน์ระบุว่า ตัวเลขค่าเสียหาย 24 ล้านบาทที่ปรากฏตามข่าวนั้นไม่ใช่ยอดเรียกร้องที่แท้จริง แต่เป็นเพียงการคำนวณมูลค่าความเสียหายตามหลักกฎหมาย โดยขณะนี้ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงกันได้ แม้คดีจะอยู่ในชั้นพิจารณาของศาลแพ่งแล้วก็ตาม แต่ส่วนตัวก็ยินดีจะเจรจา โดยจะต้องหารือกับทนายความถึงตัวเลขที่เหมาะสมอีกครั้ง

 

นอกจากนี้ยังติดใจเรื่องของปริมาณเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ไม่ได้ตรวจทันทีในตอนที่เกิดเหตุ แต่เป็นการตรวจย้อนหลังไป 7 ชั่วโมง ทำให้ปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 106 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งตนไม่รู้ว่าจะมีผลตามข้อกฎหมายหรือไม่เพราะตัวเลขห่างกันเยอะ หากมีการตรวจแอลกอฮอล์ ณ ที่เกิดเหตุทันที อาจจะสูงกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ 



นายจีรวัฒน์ บิดาของผู้เสียชีวิต

 

ศาลให้ประกันตัว ติ๊ก ชิโร่ 2 แสนบาท ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

 

ภายหลังศาลมีคำพิพากษาจำคุกไม่รอลงอาญา จำเลยยื่นคำร้องขอประกันตัว โดยใช้กรมธรรม์ประกันภัยวงเงิน 200,000 บาท เป็นหลักประกัน

 

ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวชั้นอุทธรณ์ ตีราคาหลักประกัน 200,000 บาท กำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล ห้ามกระทำการในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกฟ้องคดีนี้ มิฉะนั้นถือว่าผิดสัญญาประกัน

 

ต่อมาภายหลังได้ประกันตัว ติ๊ก ชิโร่ ได้เดินทางกลับทันที โดยไม่ได้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

 

 

ข่าวล่าสุด