เนชั่นทีวี

ข่าว

‘ทรัมป์-ปากีฯ’ ยันบรรลุข้อตกลงสันติภาพอิหร่าน จ่อเซ็นศุกร์นี้ที่สวิตเซอร์แลนด์

15 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

‘ทรัมป์-ปากีฯ’ ยันบรรลุข้อตกลงสันติภาพอิหร่าน จ่อเซ็นศุกร์นี้ที่สวิตเซอร์แลนด์

ปากีสถานและทำเนียบขาวประสานเสียง ยืนยันบรรลุข้อตกลงสันติภาพหยุดยั้งสงครามระหว่าง สหรัฐฯ-อิหร่าน เรียบร้อยแล้ว เตรียมจัดพิธีลงนามเป็นทางการวันศุกร์นี้ที่สวิตเซอร์แลนด์ ดันหุ้นโลกพุ่ง-ราคาน้ำมันดิ่งทันที 4%

ปากีสถานและทำเนียบขาวประสานเสียง ยืนยันบรรลุข้อตกลงสันติภาพหยุดยั้งสงครามระหว่าง สหรัฐฯ-อิหร่าน เรียบร้อยแล้ว เตรียมจัดพิธีลงนามเป็นทางการวันศุกร์นี้ที่สวิตเซอร์แลนด์ ดันหุ้นโลกพุ่ง-ราคาน้ำมันดิ่งทันที 4%

KEY

POINTS

  • สหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลาง และเตรียมจัดพิธีลงนามอย่างเป็นทางการที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้
  • สาระสำคัญของข้อตกลงคือการยุติการสู้รบทุกแนวรบ และสหรัฐฯ จะทยอยปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัดของอิหร่านมูลค่า 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล
  • อิหร่านสามารถผลักดันเงื่อนไขจนสหรัฐฯ ยอมถอดประเด็นการควบคุมขีปนาวุธและการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธออกจากข้อตกลงได้สำเร็จ
  • การบรรลุข้อตกลงส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบลดลงทันทีประมาณ 4%

วิกฤตการณ์ความตึงเครียดระดับโลกในสมรภูมิตะวันออกกลางบรรลุจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ หลังจากนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ แห่งปากีสถาน ในฐานะตัวกลางหลัก แถลงยืนยันอย่างเป็นทางการว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้บรรลุ "ข้อตกลงสันติภาพ" ร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเตรียมจัดพิธีลงนามอย่างยิ่งใหญ่ในวันศุกร์นี้ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศอย่างเป็นทางการผ่านสื่อว่าข้อตกลงเสร็จสมบูรณ์ พร้อมสั่งยุติการปิดล้อมทางทะเลข้ามแดนทันที ส่งผลให้สภาวะเศรษฐกิจโลกขานรับข่าวดีอย่างคึกคัก

จากรายงานสถานการณ์สดของสำนักข่าวอัล จาซีรา (Al Jazeera) ประจำวันที่ 14 มิถุนายน 2569 ระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงประวัติศาสตร์นี้ช่วยขจัดความคลุมเครือจากการดำเนินทางการทูตในช่วงไม่กี่วันก่อนหน้าได้อย่างเด็ดขาด โดยจะเปลี่ยนรูปแบบจากการลงนามผ่านระบบออนไลน์เสมือนจริง มาเป็นการจัดพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) อย่างเป็นทางการในสถานที่จริง ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ซึ่งก่อนจะถึงวันงาน ทั้งสองฝ่ายจะส่งคณะผู้แทนเดินทางไปร่วมประชุมสรุปรายละเอียดข้อบัญญัติทางกฎหมายขั้นสุดท้ายร่วมกัน ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ตลอดทั้งสัปดาห์นี้

บรรยากาศในช่องแคบฮอร์มุซ

เจาะลึกร่างสัญญา 14 ข้อ: ข้อตกลงหยุดยิงทุกแนวรบ ยอมคืนเงิน 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์

สำนักข่าวเมหร์ (Mehr) ของอิหร่านได้เปิดเผยโครงสร้างสาระสำคัญของร่างข้อตกลงหยุดยิงซึ่งประกอบไปด้วยเกณฑ์ยุทธศาสตร์ 14 ข้อ โดยมีรายละเอียดสำคัญดังต่อไปนี้:

  • มาตรการระยะสั้น: สั่งระงับและยุติการสู้รบรวมถึงปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบในภูมิภาคอย่างถาวรทันที ซึ่งรวมถึงพื้นที่ประเทศเลบานอน พร้อมทั้งกำหนดให้สหรัฐฯ ต้องสั่งยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือทั้งหมดของอิหร่านให้เสร็จสิ้นภายในกรอบเวลา 30 วัน และเปิดน่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซใหม่อีกครั้ง
  • มาตรการเยียวยาและนิวเคลียร์: สหรัฐฯ ยอมอนุมัติระงับมาตรการคว่ำบาตรการซื้อขายน้ำมันดิบของอิหร่านชั่วคราว และตกลงจะทยอยปลดล็อกคืนสินทรัพย์ต่างประเทศที่ถูกอายัดไว้ของอิหร่านมูลค่ารวม 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.6 แสนล้านบาท) ภายในกรอบเวลาเจรจาเชิงลึก 60 วัน เพื่อปูทางสู่การทำสนธิสัญญานิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์ร่วมกัน

  • เงื่อนไขเด็ดขาดของเตหะราน: ฝั่งอิหร่านวางเกณฑ์เด็ดขาดว่า มาตรการเจรจาขั้นสุดท้ายจะไม่เริ่มต้นขึ้นจนกว่าสัดส่วนครึ่งหนึ่งของเงินทุนที่โดนอายัด (12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) จะถูกโอนถ่ายกลับมา และมาตรการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซต้องถูกยกเลิกจริง ยิ่งไปกว่านั้น รายละเอียดข้อตกลงรอบนี้ฝ่ายอิหร่านสามารถกดดันจนสหรัฐฯ ยอมลบวาระเรื่องการควบคุมขีปนาวุธระยะไกล และข้อกำหนดห้ามสนับสนุนกลุ่มกองกำลังต่อต้านออกจากร่างสัญญาเจรจาได้สำเร็จ

แหล่งน้ำมันเพอร์เมียนเบซิน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา

เศรษฐกิจโลกขานรับข่าวดี: ตลาดหุ้นเอเชียพุ่งกระฉูด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงทันที 4%

การประกาศคำสั่งยุติการสู้รบและการบรรลุข้อตกลงตามเส้นตายทางการทูตของ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลสะท้อนเชิงบวกเข้าสู่ระบบการเงินโลกทันที โดยเฉพาะในตลาดทุนฝั่งเอเชียที่เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ด้วยแดนบวกสีเขียว นำโดย ดัชนีนิกเกอิ 225 (Nikkei 225) ของญี่ปุ่นพุ่งทะยานกว่า 5% ขณะที่ดัชนีคอสปี (KOSPI) ของเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 5.7% สอดคล้องกับดัชนีฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ที่ดีดตัวบวกรับข่าวล่วงหน้า 1.6% เนื่องจากนักลงทุนคลายความตื่นตระหนกเรื่องสภาวะเงินเฟ้อข้ามพรมแดน

ด้านสถานการณ์พลังงานโลก ราคาน้ำมันดิบเกณฑ์มาตรฐานสากลเบรนท์ (Brent crude) ดิ่งตัวลดลงทันทีถึง 4% ลงมาซื้อขายกันที่ระดับ 83.70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบฝั่งสหรัฐฯ WTI ร่วงลง 4.6% มาอยู่ที่ 80.95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ซึ่ง ขุน โกห์ (Khoon Goh) หัวหน้าฝ่ายวิจัยภูมิภาคเอเชียของธนาคาร ANZ ระบุว่า มาตรการลดระดับความรุนแรงในรอบนี้จะช่วยดึง "ค่าความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์" (Geopolitical risk premium) ออกจากราคาพลังงาน และช่วยลดแรงกดดันในระบบงบประมาณของธนาคารกลางทั่วโลกได้อย่างเด่นชัด แม้ผู้เชี่ยวชาญด้านพาณิชย์นาวีจะแจ้งเตือนว่า การเคลียร์เส้นทางเดินเรือและกู้ระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซอาจต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการยาวนานหลายเดือนก็ตาม

นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล และ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ

การเมืองเดือดข้ามทวีป: เดโมแครตวิจารณ์ยับ - ฝ่ายขวาอิสราเอลตราหน้าเนทันยาฮู "พ่ายแพ้ยับเยิน"

แม้ความสำเร็จทางการทูตจะทำให้ ส.ส. ฝั่งรีพับลิกัน พากันออกมาแสดงความยินดีและเสนอว่าทรัมป์ควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ทว่าฝั่งพรรคเดโมแครตคู่แข่ง นำโดย ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาโพสต์ข้อความโจมตีอย่างดุเดือดว่า ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นเพราะทรัมป์ฉีกสัญญา JCPOA ปี 2015 ของบารัค โอบามา ทิ้งอย่างไร้เหตุผลจนแปรผันเป็นสงครามที่สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินตั้งแต่แรก ขณะที่อดีตรองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ ก็ออกมาแสดงความเคลือบแคลงใจว่าไม่ควรไว้ใจอิหร่านจนกว่าระบบนิวเคลียร์จะถูกรื้อถอนทั้งหมด

ทว่าประเด็นความขัดแย้งที่ดุเดือดที่สุดกลับตกไปอยู่ที่ประเทศอิสราเอล โดยสื่อมวลชนชั้นนำและกลุ่มการเมืองฝั่งขวาจัดได้รุมโจมตีนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู อย่างหนักหน่วง ตราหน้าข้อตกลงฉบับนี้ว่าเป็น "ความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของอิสราเอล" เนื่องจากตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา เนทันยาฮูได้วางเกณฑ์สร้างความหวังกับประชาชนไว้สูงมากว่าจะล้มระบอบปกครองของอิหร่านและทำลายคลังขีปนาวุธให้สิ้นซาก ทว่าผลลัพธ์ในข้อตกลง MOU ฉบับนี้กลับชี้ชัดว่า อิหร่านก้าวออกจากสงครามด้วยสถานะที่แข็งแกร่งและมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจมากกว่าเดิม ส่งผลให้เกิดสภาวะปั่นป่วนในคณะรัฐมนตรีอิสราเอล นำโดย อิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีความมั่นคง และ เบซาเลล สโมทริช รัฐมนตรีคลัง ที่ออกมาเรียกร้องให้กองทัพส่งเครื่องบินรบไปโจมตีทางอากาศในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน เพื่อทำลายกลไกสันติภาพและขยายอำนาจยึดครองพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอนลึก 40 กิโลเมตรให้เสร็จสิ้น ก่อนที่จะโดนมาตรการหยุดยิงของทรัมป์บังคับแช่แข็งในวันศุกร์นี้

ซึ่งท่าทีดื้อแพ่งดังกล่าวสร้างความเดือดดาลให้แก่ทรัมป์เป็นอย่างมาก จนมีรายงานหลุดออกมาว่า ทรัมป์ได้ต่อสายตรงไปตำหนิเนทันยาฮูด้วยถ้อยคำที่รุนแรงและออกคำสั่งเด็ดขาดให้ "ถอยทัพและหยุดปฏิบัติการทั้งหมดทันที" เพื่อไม่ให้โรดแมปสันติภาพระดับโลกต้องพังทลายลงในรอบนี้