การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) รอบสุดท้าย ประเดิมความมันในเกมนัดแรกของกลุ่ม E และกลุ่ม F เรียบร้อยแล้ว โดยอดีตแชมป์โลก 4 สมัยอย่าง ทีมชาติเยอรมนี คืนฟอร์มดุไล่ถล่มน้องใหม่ ทีมชาติกือราเซา ไปแบบขาดลอย 7-1 ขณะที่บิ๊กแมตช์หยุดโลกฝั่งกลุ่ม F ขวัญใจชาวไทย ทัพ "ซามูไรบลู" ทีมชาติญี่ปุ่น โชว์หัวใจสิงห์พังประตูในช่วงท้ายเกมไล่ตามตีเสมอ "อัศวินสีส้ม" ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ไปอย่างตื่นเต้น 2-2
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความเคลื่อนไหวทัวร์นาเมนต์เวิลด์คัพประจำวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ยอดทีมเต็งแชมป์อย่าง "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ประเดิมสนาม ณ สังเวียนเอ็นอาร์จี สเตเดียม เมืองฮิวสตัน ท่ามกลางแฟนบอล 68,021 คน โดยเกมนี้ ไค ฮาแวร์ตซ์ ดาวยิงตัวเก่งระเบิดฟอร์มเหมาคนเดียวสองประตู พาทีมเอาชนะ กือราเซา ชาติขนาดเล็กที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกไปแบบถล่มทลาย 7-1 ขยับเก็บ 3 แต้มขยายโอกาสลุ้นเข้ารอบน็อกเอาต์เพื่อลบล้างฝันร้ายที่ตกรอบแรกมาสองทัวร์นาเมนต์ติดต่อกัน
ทว่าเกมนัดนี้มีหน้าประวัติศาสตร์ให้จดจำเมื่อ ลิแวนโน โคเมเนนเซีย กองหลังกือราเซา ซัดประตูตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 21 จารึกเป็นประตูแรกในเวทีโลกของประเทศ ท่ามกลางภาพไฮไลต์ช่องว่างอายุระหว่างกุนซือที่ห่างกันมากที่สุดในโลก โดย ดิ๊ก อัดโวคาท เฮดโค้ชฝั่งกือราเซาสร้างสถิติอายุมากที่สุดด้วยวัย 78 ปี ปะทะกับ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ กุนซือเยอรมนีที่มีอายุน้อยที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยวัย 38 ปี
สำหรับผลการแข่งขันอีกคู่ในกลุ่ม E แข้ง "ช้างดำ" ไอวอรีโคสต์ ได้ อาหมัด ดิยัลโล่ ตัวสำรองสวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยในนาทีที่ 90 เฉือนชนะ เอกวาดอร์ ไปได้ 1-0 ยุติสถิติไร้พ่าย 19 นัดติดต่อกันก่อนหน้านี้ของทัพ "ลา ตรี" ลงทันที