เนชั่นทีวี

ข่าว

อินทรีเหล็กฟอร์มดุถล่ม 7-1 ขณะที่ซามูไรบลูฮึดไล่ตีเสมออัศวินสีส้ม 2-2 ศึกเวิลด์คัพ

15 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

อินทรีเหล็กฟอร์มดุถล่ม 7-1 ขณะที่ซามูไรบลูฮึดไล่ตีเสมออัศวินสีส้ม 2-2 ศึกเวิลด์คัพ

ทัพ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี คืนฟอร์มโหดถล่ม กือราเซา ยับเยิน 7-1 ขณะที่บิ๊กแมตช์กลุ่ม F "ซามูไรบลู" ญี่ปุ่น โชว์ทีเด็ดโขกทำประตูในช่วงท้ายเกมไล่ตามเสมอ "อัศวินสีส้ม" เนเธอร์แลนด์ สุดระทึก 2-2 ส่วน ไอวอรีโคสต์ เฉือน เอกวาดอร์ 1-0

ทัพ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี คืนฟอร์มโหดถล่ม กือราเซา ยับเยิน 7-1 ขณะที่บิ๊กแมตช์กลุ่ม F "ซามูไรบลู" ญี่ปุ่น โชว์ทีเด็ดโขกทำประตูในช่วงท้ายเกมไล่ตามเสมอ "อัศวินสีส้ม" เนเธอร์แลนด์ สุดระทึก 2-2 ส่วน ไอวอรีโคสต์ เฉือน เอกวาดอร์ 1-0

KEY

POINTS

  • ทีมชาติเยอรมนี เปิดสนามฟุตบอลโลกด้วยฟอร์มดุ ถล่มเอาชนะทีมชาติกือราเซาไปขาดลอย 7-1
  • ทีมชาติญี่ปุ่น สู้ไม่ถอย ไล่ตามตีเสมอทีมชาติเนเธอร์แลนด์ได้สำเร็จในช่วงท้ายเกมด้วยสกอร์ 2-2
  • ไค ฮาแวร์ตซ์ ยิงสองประตูให้เยอรมนี ขณะที่ ไดจิ คามาดะ เป็นฮีโร่โหม่งประตูตีเสมอให้ญี่ปุ่นในนาทีที่ 88

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) รอบสุดท้าย ประเดิมความมันในเกมนัดแรกของกลุ่ม E และกลุ่ม F เรียบร้อยแล้ว โดยอดีตแชมป์โลก 4 สมัยอย่าง ทีมชาติเยอรมนี คืนฟอร์มดุไล่ถล่มน้องใหม่ ทีมชาติกือราเซา ไปแบบขาดลอย 7-1 ขณะที่บิ๊กแมตช์หยุดโลกฝั่งกลุ่ม F ขวัญใจชาวไทย ทัพ "ซามูไรบลู" ทีมชาติญี่ปุ่น โชว์หัวใจสิงห์พังประตูในช่วงท้ายเกมไล่ตามตีเสมอ "อัศวินสีส้ม" ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ไปอย่างตื่นเต้น 2-2

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความเคลื่อนไหวทัวร์นาเมนต์เวิลด์คัพประจำวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ยอดทีมเต็งแชมป์อย่าง "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ประเดิมสนาม ณ สังเวียนเอ็นอาร์จี สเตเดียม เมืองฮิวสตัน ท่ามกลางแฟนบอล 68,021 คน โดยเกมนี้ ไค ฮาแวร์ตซ์ ดาวยิงตัวเก่งระเบิดฟอร์มเหมาคนเดียวสองประตู พาทีมเอาชนะ กือราเซา ชาติขนาดเล็กที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกไปแบบถล่มทลาย 7-1 ขยับเก็บ 3 แต้มขยายโอกาสลุ้นเข้ารอบน็อกเอาต์เพื่อลบล้างฝันร้ายที่ตกรอบแรกมาสองทัวร์นาเมนต์ติดต่อกัน

ทว่าเกมนัดนี้มีหน้าประวัติศาสตร์ให้จดจำเมื่อ ลิแวนโน โคเมเนนเซีย กองหลังกือราเซา ซัดประตูตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 21 จารึกเป็นประตูแรกในเวทีโลกของประเทศ ท่ามกลางภาพไฮไลต์ช่องว่างอายุระหว่างกุนซือที่ห่างกันมากที่สุดในโลก โดย ดิ๊ก อัดโวคาท เฮดโค้ชฝั่งกือราเซาสร้างสถิติอายุมากที่สุดด้วยวัย 78 ปี ปะทะกับ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ กุนซือเยอรมนีที่มีอายุน้อยที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยวัย 38 ปี

สำหรับผลการแข่งขันอีกคู่ในกลุ่ม E แข้ง "ช้างดำ" ไอวอรีโคสต์ ได้ อาหมัด ดิยัลโล่ ตัวสำรองสวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยในนาทีที่ 90 เฉือนชนะ เอกวาดอร์ ไปได้ 1-0 ยุติสถิติไร้พ่าย 19 นัดติดต่อกันก่อนหน้านี้ของทัพ "ลา ตรี" ลงทันที

" ไดจิ คามาดะ นักเตะทีมชาติญี่ปุ่น โหม่งตีเสมอ

"ไดจิ คามาดะ" โขกช่วงท้ายเกมพาญี่ปุ่นเสมอเนเธอร์แลนด์สุดมัน 2-2

ขยับไปดูศึกบิ๊กแมตช์หยุดโลกของกลุ่ม F ณ สนามเอทีแอนด์ที สเตเดียม รัฐเท็กซัส แฟนบอลชาวไทยได้เฮกันลั่นหน้าจอเมื่อ ขุนพลซามูไรบลู ญี่ปุ่น โชว์แท็กติกความอดทนไล่ตามตีเสมอทีมแกร่งเกรดเออย่าง เนเธอร์แลนด์ ไปได้แบบสะใจ 2-2 ทั้งที่เป็นฝ่ายโดนนำไปก่อนถึงสองครั้งสองครา

เกมนัดนี้ระเบิดความมันในครึ่งเวลาหลังเมื่อทั้งสองทีมเปิดฉากแลกหมัดรัวพังประตูรวมกันถึง 3 ลูกภายในเวลาเพียง 14 นาที โดยเนเธอร์แลนด์ได้ประตูนำก่อนจากลูกโหม่งของกัปตันทีม เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ในนาทีที่ 50 ก่อนที่ เคโตะ นากามูระ จะซัดเสียบตาข่ายให้ญี่ปุ่นตามเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 57 ทว่าถัดมาอีก 7 นาที คริเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ ก็ยิงให้ขุนพลอัศวินสีส้มขยับนำอีกครั้งเป็น 2-1 ในนาทีที่ 64 เกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะของยุโรป ทว่าในนาทีที่ 88 แฟนบอลญี่ปุ่นได้เฮลั่นอัฒจันทร์เมื่อ โคกิ โอกาวะ เปิดลูกเตะมุมโค้งเข้าเขตโทษ และเป็น ไดจิ คามาดะ ที่สลัดตัวประกบสปริงตัวโขกเน้นๆ บอลเปลี่ยนทางพุ่งเบียดมือ บาร์ต แฟร์บรุคเคน นายทวารเนเธอร์แลนด์เข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด ช่วยให้ญี่ปุ่นตามเสมอ 2-2 แบ่งแต้มล้ำค่าในเกมนัดแรกพ่วงด้วยการยุติโอกาสฉลองชัยของ โรนัลด์ คูมัน กุนซือดัตช์ที่โดนสื่อวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องแผนการเล่นหลังจบเกม

ซึ่งผลการแข่งขันในรอบนี้ชี้ชัดว่าโอกาสในการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้ายของทั้งสองทีมยังคงอยู่ในกำมือ โดยนัดถัดไปญี่ปุ่นมีคิวลงสนามพบกับ ตูนิเซีย ส่วนเนเธอร์แลนด์ต้องไปเบียดแต้มกับ สวีเดน ในวันเสาร์หน้าต่อไป