ชาร์จมือถือที่ออฟฟิศ...อาจโดนไล่ออก! ญี่ปุ่นเอาจริง! กฎหมาย "ไฟฟ้าคือทรัพย์สิน"
10 มิ.ย. 2569 | natthanan_chu

ชาร์จมือถือที่ออฟฟิศ...อาจโดนไล่ออก! ญี่ปุ่นเอาจริง! กฎหมาย "ไฟฟ้าคือทรัพย์สิน" เตือนสายเนียนชาร์จแบตฯ ในบริษัท เสี่ยงตกงานไม่รู้ตัว
ข่าว
10 มิ.ย. 2569 | natthanan_chu

ชาร์จมือถือที่ออฟฟิศ...อาจโดนไล่ออก! ญี่ปุ่นเอาจริง! กฎหมาย "ไฟฟ้าคือทรัพย์สิน" เตือนสายเนียนชาร์จแบตฯ ในบริษัท เสี่ยงตกงานไม่รู้ตัว
KEY
POINTS
#ชาร์จมือถือที่ทำงาน #กฎหมายญี่ปุ่น #ลักทรัพย์ #มนุษย์ออฟฟิศ #ทำงานที่ญี่ปุ่น #ข่าวต่างประเทศ #ดราม่าญี่ปุ่น #วัฒนธรรมญี่ปุ่น #เตือนภัยชาวออฟฟิศ #ชาร์จแบตในออฟฟิศ
10 มิถุนายน 2569 – กลายเป็นเรื่องดรามาร้อนแรงในประเทศญี่ปุ่น กับประเด็นที่ว่า
"การชาร์จมือถือที่บริษัททุกวัน" อาจทำให้พนักงานถูกไล่ออกจากงานได้ เพราะพฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการ "ลักทรัพย์" ตามข้อบังคับทางกฎหมาย
การชาร์จโทรศัพท์มือถือ หรือพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ที่บริษัทเป็นประจำทุกวัน อาจถือว่ามีความผิดร้ายแรงและอาจถูกลงโทษถึงขั้นไล่ออกจากงาน
เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีข้อกฎหมายที่กำหนดอย่างชัดเจนให้ "ไฟฟ้า" มีสถานะเป็น "ทรัพย์สิน" ดังนั้น การนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนตัวมาชาร์จไฟโดยไม่ได้รับอนุญาตจากทางองค์กร จึงถือเป็นการลักทรัพย์
ทางสื่อภาษาญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง Yahoo News Japan ได้นำเสนอประเด็นนี้ หลังจากมีกรณีตัวอย่างของพนักงานที่มักจะนำโทรศัพท์มือถือและพาวเวอร์แบงก์ส่วนตัวมาชาร์จไฟที่ออฟฟิศอยู่เป็นประจำ
โดยจะชาร์จจนแบตเตอรี่เต็มทุกวันก่อนเดินทางกลับบ้าน ซึ่งในกฎหมายอาญาของญี่ปุ่น มาตรา 245 ได้มีการบัญญัติระบุไว้ชัดเจนว่าให้ "ไฟฟ้า" เป็น "ทรัพย์สิน" ด้วยเหตุนี้ การดึงกระแสไฟของบริษัทไปใช้ส่วนตัวโดยไม่ได้รับความเห็นชอบ จึงอาจเข้าข่ายความผิดฐานลักทรัพย์โดยปริยาย
มูลค่าไม่กี่สตางค์ แต่พังทั้งอนาคตการทำงาน
แม้ว่าหากคำนวณสะท้อนตามจริง ค่าไฟฟ้าสำหรับการชาร์จโทรศัพท์มือถือต่อ 1 ครั้ง จะมีมูลค่าเฉลี่ยอยู่เพียงประมาณ 0.3 - 0.5 เยน (หรือไม่ถึง 1 บาทไทย) เท่านั้น แต่เหล่าผู้เชี่ยวชาญได้ออกมาเน้นย้ำว่า ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมูลค่าของความเสียหายที่เกิดขึ้น
สิ่งที่น่าเป็นห่วงและเป็นผลกระทบโดยตรงมากกว่าคือ "การถูกลงโทษทางวินัยจากองค์กร" เนื่องจากหลายๆ บริษัทมีระเบียบข้อบังคับที่เข้มงวด ห้ามมิให้พนักงานนำทรัพยากรหรือทรัพย์สินขององค์กรไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยเด็ดขาด หากพนักงานถูกตรวจสอบพบว่าแอบใช้ไฟฟ้าของบริษัท จะเริ่มตั้งแต่การโดนตักเตือน, การหักเงินเดือน หรือในสถานการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดคือการถูกเลิกจ้างทันที
นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังส่งผลเชิงลบต่อภาพลักษณ์ของพนักงาน โดยจะถูกมองว่าเป็นคนประเภทที่ "แยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ออก" ซึ่งจะบั่นทอนความน่าเชื่อถือ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการประเมินผลงาน ตลอดจนโอกาสที่จะเติบโตและก้าวหน้าในสายอาชีพในระยะยาวอีกด้วย
ท้ายที่สุด ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวเตือนพนักงานออฟฟิศทุกคนว่า อย่าได้คิดปลอบใจตัวเองด้วยคำว่า "คนอื่นเขาก็ทำกัน" หรือ "แค่นิดเดียวเอง ไม่เป็นไรหรอก" เพราะในวัฒนธรรมการทำงานขององค์กรญี่ปุ่นนั้น เรื่องของความซื่อสัตย์ วินัย และความไว้วางใจ (Trust) เป็นสิ่งสำคัญเหนืออื่นใด และมักถูกยกมาพิจารณาเป็นอันดับแรกๆ ซึ่งมีความหมายมากกว่ามูลค่าความเสียหายตัวเงินที่เกิดขึ้นเสมอ
ภาพและข้อมูลจากสื่อญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง Yahoo News Japan
ข่าวล่าสุด