อิหร่านย้ำชัดต้องหยุดยิงคลุมถึง "เลบานอน" แต่อิสราเอลกร้าวขอลุยถล่ม "ฮิซบอลเลาะห์" ต่อ
แม้ว่าคู่ขัดแย้งหลักจะยอมกดปุ่มพักรบ แต่ปมขัดแย้งในเชิงแท็กติกและเงื่อนไขของดีลสันติภาพยังคงมีความขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง โดยทูตอิหร่านประจำ UN เน้นย้ำว่า เงื่อนไขการหยุดยิงของอิหร่านจะต้องเป็นข้อตกลงที่ "ครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค" ซึ่งหมายความรวมถึงการที่อิสราเอลต้องยุติการรุกรานและหยุดทิ้งระเบิดในประเทศเลบานอนด้วย ทว่าเงื่อนไขนี้ได้รับการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงจากฝั่งเทลอาวีฟ โดย อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ได้ออกมาประกาศกร้าวชี้ชัดว่า กองทัพอิสราเอลจะยังคงเดินหน้าเปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารเข้าใส่กลุ่มกองกำลังฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนต่อไปอย่างไม่มีข้อแม้ และพร้อมจะสั่งถล่มโจมตีใจกลางกรุงเบรุตทันทีหากอิสราเอลโดนเปิดฉากโจมตีก่อน
สอดรับกับคำแถลงของ ยีคีล เลเทอร์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ ที่ออกมาลดโทนกระแสข่าวความตึงเครียดระหว่างทรัมป์และเนทันยาฮูผ่านสื่อ โดยเปรียบเปรยติดตลกว่า "บางครั้งคู่รักก็มีเรื่องกระทบกระทั่งและทะเลาะกันบ้างเป็นธรรมดา" เพราะทั้งสองผู้นำมีความสัมพันธ์และมิตรภาพที่ลึกซึ้งยาวนานกว่า 40 ปี อย่างไรก็ตาม เลเทอร์ ได้ยื่นคำขาดในเชิงจุดยืนว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนั้น "ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับสถานการณ์ในเลบานอน" พร้อมทั้งระบุว่า ประเทศเลบานอนจะไม่มีอนาคตหากยังคงยอมเอาตัวเองไปผูกติดเป็นเบี้ยล่างให้แก่อิหร่าน และชี้ว่าเมื่อใดก็ตามที่อิสราเอลถล่มฮิซบอลเลาะห์ อิหร่านจำเป็นต้องอยู่นิ่งๆ และห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวเด็ดขาด
ภาคสนามยังเดือด: ฮิซบอลเลาะห์รัวถล่มยิว 16 ระลอก - เผยภาพความเสียหายโรงงานปิโตรเคมีอิหร่าน
ในส่วนของสถานการณ์การสู้รบภาคพื้นดินบริเวณชายแดนทางตอนใต้ของเลบานอนก่อนการประกาศพักรบ กลุ่มกองกำลัง ฮิซบอลเลาะห์ ได้ออกแถลงการณ์อ้างความสำเร็จในการเปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารเข้าใส่กองทัพอิสราเอลอย่างหนักหน่วงถึง 16 ระลอกในวันเดียว โดยมุ่งเป้าถล่มการรวมตัวของทหารอิสราเอล ยานยนต์ศึก และรถแทรกเตอร์ทหารบริเวณชานเมืองเบท ยาฮูน (Beit Yahoun), นาคูรา (Naqoura) และไอนาตา (Aainata) รวมถึงการใช้โดรนพลีชีพติดอาวุธยิงถล่มใส่รถสื่อสารทหารของอิสราเอลใกล้กับป้อมปราการโบฟอร์ต (Beaufort Castle) และอาร์ทิลเลอรีตำแหน่งปืนใหญ่ในพื้นที่โอดิสเซห์ (Odaisseh) จนพังพินาศ
นอกจากนี้ อัลจาซีราได้เผยแพร่คลิปวิเคราะห์รายละเอียดกรณีที่กองทัพอิสราเอลได้ส่งเครื่องบินรบบุกโจมตีทิ้งระเบิดใส่ นิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมาห์ชาห์ร (Mahshahr petrochemical complex) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลเตหะราน โดยเฉพาะพื้นที่ของบริษัท Karun Petrochemical ซึ่งสื่อทางการอิหร่านรายงานว่าไม่มีพลเรือนได้รับบาดเจ็บ แต่อยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน อันโตนิโอ กูเตียร์เรส เลขาธิการ UN ได้ออกมาเรียกร้องให้อิสราเอลยอมเปิดด่านพรมแดนเข้าสู่ฉนวนกาซาอีกครั้ง หลังกองทัพยิวสั่งปิดตายรอบใหม่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ตลาดพลังงานจับตาใกล้ชิด: ราคาน้ำมันโลกขยับบวกรับความผันผวน ท่ามกลางเหตุแผ่นดินไหวซ้ำเติมอิหร่าน
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดพลังงานยังคงอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกช่วงเช้าวันอังคารตามเวลาสากลขยับตัวบวกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนและผู้ค้าน้ำมันยังคงมีความกังวลใจต่อสัญญาณเตือนของทั้งอิสราเอลและอิหร่านที่พร้อมจะกลับมาเปิดฉากยิงถล่มกันได้ทุกเมื่อ โดยราคาน้ำมันดิบ สัญญาส่งมอบล่วงหน้าเบรนท์ (Brent) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 13 เซนต์ หรือคิดเป็น 0.14% ไปอยู่ที่ระดับ 94.38 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบฝั่งสหรัฐฯ WTI ขยับขึ้น 11 เซนต์ หรือ 0.12% อยู่ที่ระดับ 91.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
นอกจากภัยสงครามแล้ว ในช่วงเช้าตรู่วันเดียวกัน สำนักข่าวเมฮร์ (Mehr) ของอิหร่าน รายงานว่า ได้เกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติซ้ำเติม โดยมีเหตุการณ์ แผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 5.0 แมกนิจูด พุ่งเข้าถล่มพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศอิหร่าน ลึกลงไปใต้ดินบริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดฮอร์โมซกัน (Hormozgan) และจังหวัดเคอร์มาน (Kerman) ใกล้กับเมืองซาร์กาซ (Sargaz) ทว่าในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายร้ายแรงหรือผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุภัยธรรมชาติในครั้งนี้