เนชั่นทีวี

ข่าว

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: สหรัฐฯ ปะทะอิหร่านกลางช่องแคบฮอร์มุซ ช็อก "คูเวต" โดนถล่มขีปนาวุธ-โดรนกามิกาเซ่

28 พ.ค. 2569 | apirak_pra

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: สหรัฐฯ ปะทะอิหร่านกลางช่องแคบฮอร์มุซ ช็อก "คูเวต" โดนถล่มขีปนาวุธ-โดรนกามิกาเซ่

วิกฤตสงครามอิหร่านรอบวัน สหรัฐฯ ยิงสอยโดรนอิหร่านร่วง 4 ลำ ก่อนเปิดฉากปะทะเดือดกลางช่องแคบฮอร์มุซ ช็อกซ้ำคูเวตถูกถล่มขีปนาวุธปริศนาทำราคาน้ำมันดิบพุ่งกระฉูด

สำนักข่าวต่างประเทศและสำนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera) รายงานเกาะติดสถานการณ์วิกฤตการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ประจำวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุการณ์เผชิญหน้าทางทหาร เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่าได้ส่งฝูงบินรบเข้าทำการยิงทำลายโดรนโจมตีของกองทัพอิหร่านร่วงทันที 4 ลำ บริเวณน่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) พร้อมทั้งส่งฝูงบินทิ้งระเบิดถล่มสถานีควบคุมภาคพื้นดินบนฝั่งของอิหร่านในเมืองท่าบันดาร์ อับบาส (Bandar Abbas) ยับเยินเพื่อสกัดกั้นการปล่อยโดรนลำที่ 5 โดยระบุว่าเป็นมาตรการ "ป้องกันตนเองอย่างจำกัดเพื่อรักษาข้อตกลงหยุดยิง"

ทว่า เหตุการณ์กลับทวีความรุนแรงและขยายสเกลสู่ระดับภูมิภาคอย่างรวดเร็ว เมื่อสำนักข่าวแห่งชาติคูเวตรายงานด่วนระบุว่า เสียงไซเรนเตือนภัยฉุกเฉินได้ดังกึกก้องไปทั่วทั้งประเทศ โดยกองทัพคูเวตออกแถลงการณ์ยืนยันว่า "ระบบป้องกันภัยทางอากาศของคูเวตกำลังเดินหน้าเปิดฉากยิงสกัดกั้นขีปนาวุธและฝูงโดรนกามิกาเซ่ผู้รุกรานที่เป็นภัยคุกคามอย่างดุเดือด" พร้อมแจ้งเตือนให้พลเรือนทุกคนปฏิบัติตามคำสั่งความปลอดภัยขั้นสูงสุดทันที โดยระบุว่าเสียงระเบิดดังกึกก้องทั่วชั้นบรรยากาศเกิดจากการทำงานของระบบขีปนาวุธสกัดกั้น ซึ่งเหตุการณ์ล็อกเป้าโจมตีประเทศคนกลางอย่างคูเวตในครั้งนี้ สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ประชาคมโลกเป็นอย่างมาก

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: สหรัฐฯ ปะทะอิหร่านกลางช่องแคบฮอร์มุซ ช็อก "คูเวต" โดนถล่มขีปนาวุธ-โดรนกามิกาเซ่

1. ปะทะเดือดน่านน้ำสากล-อิหร่านสวนกลับถล่ม "ฐานทัพอากาศอเมริกัน" พังยับ

รายงานข่าวกรองเชิงลึกจากสำนักข่าวทาสนิม (Tasnim) ซึ่งเป็นสื่อกระบอกเสียงหลักของกองทัพเรือกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ได้เปิดเผยภาพข้อเท็จจริงดราม่าภาคสนามระบุว่า ชนวนเหตุของการปะทะรอบนี้เกิดจากการที่กองทัพเรือ IRGC ได้ตรวจพบเรือบรรทุกน้ำมันดิบของสหรัฐอเมริกาพยายามแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยเจตนา "ปิดระบบเรดาร์และสัญญาณระบุตัวตนทั้งหมด" เพื่อพรางตาเจ้าหน้าที่ควบคุมน่านน้ำ

ส่งผลให้กองทัพเรืออิหร่านตัดสินใจส่งฝูงเรือเร็วเข้าสกัดและทำการ "ยิงเตือนด้วยกระสุนจริงอย่างเด็ดขาดและฉับไว" บีบกดดันจนเรือบรรทุกน้ำมันอเมริกันลำดังกล่าวต้องยอมหักหัวเรือเลี้ยวกลับออกไปทันที ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่สหรัฐฯ ส่งฝูงบินมาทิ้งระเบิดล้างแค้นชานเมืองท่าบันดาร์ อับบาส ทางกองทัพ IRGC ได้ออกแถลงการณ์สวนกลับทันควันระบุว่า:

"เพื่อตอบโต้การรุกรานอันป่าเถื่อนของจักรวรรดินิยม กองกำลังขีปนาวุธของอิหร่านได้เปิดฉากยิงถล่มเข้าใส่ 'ฐานทัพอากาศของกองทัพสหรัฐฯ' ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของเครื่องบินรบที่มาโจมตีเรา เมื่อเวลา 04.50 น. ตามเวลาท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว และเราขอเตือนว่าการรุกรานใดๆ หลังจากนี้จะไม่มีวันไร้คำตอบ แต่จะถูกโต้กลับด้วยมาตรการทางทหารที่เด็ดขาดและรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า" แถลงการณ์ IRGC ระบุ

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: สหรัฐฯ ปะทะอิหร่านกลางช่องแคบฮอร์มุซ ช็อก "คูเวต" โดนถล่มขีปนาวุธ-โดรนกามิกาเซ่

2. "ทรัมป์" ลั่นพังโต๊ะเจรจาหากอเมริกาเสียเปรียบ-คลังสหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตรซ้ำควบแช่แข็งทรัพย์สินทูต UN

สลับมาที่ทำเนียบขาว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีวาระฉุกเฉินครั้งที่ 12 นับตั้งแต่คัมแบ็กสู่ห้องรูปไข่ โดยมีพีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั่งขนาบข้าง ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลจากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตที่บีบให้ทรัมป์ปิดจ๊อบสงครามน้ำมันที่กำลังทำลายฐานเสียงก่อนศึกเลือกตั้งมิดเทอม โดยทรัมป์ได้กล่าวถึงจุดยืนต่อข้อตกลงหยุดยิง 95% ในกาตาร์อย่างแข็งกร้าวว่า:

"ไม่มีใครหน้าไหนทั้งนั้นที่จะมาสถาปนาอำนาจควบคุมเหนือช่องแคบฮอร์มุซได้ มันคือน่านน้ำสากลของโลก และอิหร่านจะไม่มีวันได้รับมาตรการผ่อนปรนหรือยกเลิกการคว่ำบาตรใดๆ ทั้งสิ้น ตราบใดที่ไม่ยอมทำลายคลังเก็บยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงทั้งหมด อเมริกาต้องการข้อตกลงที่ยิ่งใหญ่ (Great Deal) และหากมันไม่ใช่ข้อตกลงที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับผลประโยชน์ของอเมริกา เราก็พร้อมจะเดินหันหลังพังโต๊ะเจรจาทันที" ทรัมป์ ลั่นวาจา

สอดรับกับการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศยกระดับสงครามเศรษฐกิจเชิงรุก สั่งขึ้นบัญชีดำคว่ำบาตรฉุกเฉิน (SDN List) ต่อ "หน่วยงานบริหารจัดการช่องแคบเปอร์เซียของอิหร่าน" ซึ่งเป็นองค์กรใหม่ที่เตหะรานตั้งขึ้นมาเพื่อจัดระเบียบและเรียกเก็บค่าผ่านทางเรือสินค้า ยิ่งไปกว่านั้น ศาลอุทธรณ์ภาคภูมิภาควอชิงตัน ดี.ซี. ได้ออกคำสั่งเพิกถอนมาตรการคุ้มครองชั่วคราว พร้อมสั่งให้รัฐบาลทรัมป์เดินหน้า "แช่แข็งบัญชีธนาคารและคว่ำบาตรทางกฎหมาย" ต่อ นางฟรานเชสกา อัลบานีส (Francesca Albanese) ผู้แทนพิเศษแห่งสหประชาชาติ (UN) ปมเคลื่อนไหวโจมตีอิสราเอลในคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ฉนวนกาซา

สรุปสงครามอิหร่านรอบวัน: สหรัฐฯ ปะทะอิหร่านกลางช่องแคบฮอร์มุซ ช็อก "คูเวต" โดนถล่มขีปนาวุธ-โดรนกามิกาเซ่

3. ตลาดน้ำมันโลกเดือดพล่านพุ่งชน 96 ดอลลาร์-อิสราเอลขยายวงบุกยึดเมืองท่า "ไทร" พลเรือนดับเพิ่ม

ผลกระทบจากการปะทะกลางทะเลและการระดมยิงถล่มคูเวต ได้ส่งแรงกระเพื่อมทำลายโครงสร้างราคาพลังงานโลกให้กลับมาวิกฤตอีกครั้ง โดยในการซื้อขายช่วงเช้าที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งทะยานขึ้นทันที 2.02% ดีดตัวขึ้นไปอยู่ที่ 96.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) ที่พุ่งขึ้น 1.95% แตะระดับ 90.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำลายสถิติต่ำสุดของสัปดาห์ก่อนหน้าลงอย่างสิ้นเชิง

ขณะเดียวกัน ในสมรภูมิแนวรบเลบานอนตอนใต้ กองทัพอิสราเอลได้ประกาศยกระดับแผนยุทธศาสตร์ภาคพื้นดิน ส่งสัญญาณทหารราบพร้อมรถถังรุกคืบเข้าโจมตีและทำลายสิ่งปลูกสร้างโครงสร้างพื้นฐานของฮิซบอลเลาะห์ใน เมืองไทร (Tyre) ซึ่งเป็นเมืองท่าเก่าแก่ริมชายฝั่งทะเลประวัติศาสตร์ หลังกองทัพอิสราเอลออกคำสั่งบังคับอพยพประชากรทั้งหมดออกจากพื้นที่ลึกเหนือแม่น้ำซาห์รานี 40 กิโลเมตร โดยแรงระเบิดจากการทิ้งระเบิดปูพรมส่งผลให้อาคารพาณิชย์และร้านกาแฟกลางเมืองพังวอดวาย มีรายงานทหารหญิงอิสราเอลวัย 20 ปีสังกัดกองพลกิแวติ (Givati Brigade) พลีชีพคาสนามรบเพิ่มอีก 1 นายจากการปะทะดุเดือด ส่วนที่ฉนวนกาซา กองทัพอิสราเอลส่งเครื่องบินรบถล่มตึกที่พักอาศัยใจกลางเมืองหลวง ส่งผลให้พลเรือนปาเลสไตน์ รวมถึงเด็กและสตรีเสียชีวิตอนาถทันทีอีก 7 ศพ