2. "ทรัมป์" ลั่นพังโต๊ะเจรจาหากอเมริกาเสียเปรียบ-คลังสหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตรซ้ำควบแช่แข็งทรัพย์สินทูต UN
สลับมาที่ทำเนียบขาว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีวาระฉุกเฉินครั้งที่ 12 นับตั้งแต่คัมแบ็กสู่ห้องรูปไข่ โดยมีพีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั่งขนาบข้าง ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลจากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตที่บีบให้ทรัมป์ปิดจ๊อบสงครามน้ำมันที่กำลังทำลายฐานเสียงก่อนศึกเลือกตั้งมิดเทอม โดยทรัมป์ได้กล่าวถึงจุดยืนต่อข้อตกลงหยุดยิง 95% ในกาตาร์อย่างแข็งกร้าวว่า:
"ไม่มีใครหน้าไหนทั้งนั้นที่จะมาสถาปนาอำนาจควบคุมเหนือช่องแคบฮอร์มุซได้ มันคือน่านน้ำสากลของโลก และอิหร่านจะไม่มีวันได้รับมาตรการผ่อนปรนหรือยกเลิกการคว่ำบาตรใดๆ ทั้งสิ้น ตราบใดที่ไม่ยอมทำลายคลังเก็บยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงทั้งหมด อเมริกาต้องการข้อตกลงที่ยิ่งใหญ่ (Great Deal) และหากมันไม่ใช่ข้อตกลงที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับผลประโยชน์ของอเมริกา เราก็พร้อมจะเดินหันหลังพังโต๊ะเจรจาทันที" ทรัมป์ ลั่นวาจา
สอดรับกับการที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศยกระดับสงครามเศรษฐกิจเชิงรุก สั่งขึ้นบัญชีดำคว่ำบาตรฉุกเฉิน (SDN List) ต่อ "หน่วยงานบริหารจัดการช่องแคบเปอร์เซียของอิหร่าน" ซึ่งเป็นองค์กรใหม่ที่เตหะรานตั้งขึ้นมาเพื่อจัดระเบียบและเรียกเก็บค่าผ่านทางเรือสินค้า ยิ่งไปกว่านั้น ศาลอุทธรณ์ภาคภูมิภาควอชิงตัน ดี.ซี. ได้ออกคำสั่งเพิกถอนมาตรการคุ้มครองชั่วคราว พร้อมสั่งให้รัฐบาลทรัมป์เดินหน้า "แช่แข็งบัญชีธนาคารและคว่ำบาตรทางกฎหมาย" ต่อ นางฟรานเชสกา อัลบานีส (Francesca Albanese) ผู้แทนพิเศษแห่งสหประชาชาติ (UN) ปมเคลื่อนไหวโจมตีอิสราเอลในคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ฉนวนกาซา
3. ตลาดน้ำมันโลกเดือดพล่านพุ่งชน 96 ดอลลาร์-อิสราเอลขยายวงบุกยึดเมืองท่า "ไทร" พลเรือนดับเพิ่ม
ผลกระทบจากการปะทะกลางทะเลและการระดมยิงถล่มคูเวต ได้ส่งแรงกระเพื่อมทำลายโครงสร้างราคาพลังงานโลกให้กลับมาวิกฤตอีกครั้ง โดยในการซื้อขายช่วงเช้าที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งทะยานขึ้นทันที 2.02% ดีดตัวขึ้นไปอยู่ที่ 96.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ (WTI) ที่พุ่งขึ้น 1.95% แตะระดับ 90.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำลายสถิติต่ำสุดของสัปดาห์ก่อนหน้าลงอย่างสิ้นเชิง
ขณะเดียวกัน ในสมรภูมิแนวรบเลบานอนตอนใต้ กองทัพอิสราเอลได้ประกาศยกระดับแผนยุทธศาสตร์ภาคพื้นดิน ส่งสัญญาณทหารราบพร้อมรถถังรุกคืบเข้าโจมตีและทำลายสิ่งปลูกสร้างโครงสร้างพื้นฐานของฮิซบอลเลาะห์ใน เมืองไทร (Tyre) ซึ่งเป็นเมืองท่าเก่าแก่ริมชายฝั่งทะเลประวัติศาสตร์ หลังกองทัพอิสราเอลออกคำสั่งบังคับอพยพประชากรทั้งหมดออกจากพื้นที่ลึกเหนือแม่น้ำซาห์รานี 40 กิโลเมตร โดยแรงระเบิดจากการทิ้งระเบิดปูพรมส่งผลให้อาคารพาณิชย์และร้านกาแฟกลางเมืองพังวอดวาย มีรายงานทหารหญิงอิสราเอลวัย 20 ปีสังกัดกองพลกิแวติ (Givati Brigade) พลีชีพคาสนามรบเพิ่มอีก 1 นายจากการปะทะดุเดือด ส่วนที่ฉนวนกาซา กองทัพอิสราเอลส่งเครื่องบินรบถล่มตึกที่พักอาศัยใจกลางเมืองหลวง ส่งผลให้พลเรือนปาเลสไตน์ รวมถึงเด็กและสตรีเสียชีวิตอนาถทันทีอีก 7 ศพ