นายชาดา ยังเสนอว่า หน่วยงานภาครัฐต้องรณรงค์สร้างความรู้ให้แก่ประชาชนที่เข้าไปใช้บริการสถานบันเทิง โดยสิ่งแรกที่ควรสังเกตคือ ทางหนีไฟ จากนั้นต้องทราบตำแหน่งของถังดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิง รวมถึงระบบช่วยชีวิตและระบบความปลอดภัยต่างๆ หากสถานประกอบการมีระบบประกันภัยหรือมาตรการดูแลผู้ใช้บริการ ก็ควรมีการแสดงข้อมูลไว้ในจุดที่ประชาชนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้มาใช้บริการรับรู้ถึงมาตรการความปลอดภัยของสถานที่นั้น
“ท่านต้องรณรงค์ให้คนที่มาเที่ยวสถานบันเทิงรู้เรื่องพวกนี้ เราจะไปบอกว่าเขาเที่ยวกลางคืนก็เป็นเรื่องของเขาไม่ได้ เพราะรัฐก็มีหน้าที่ต้องดูแลความปลอดภัยของประชาชน” นายชาดา ระบุ
นายชาดา กล่าวพร้อมฝากประเด็นดังกล่าวไปยังทั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา โดยระบุว่า เข้าใจดีว่าการบริหารงานในระดับท้องถิ่นมีรายละเอียดจำนวนมาก เนื่องจากตนเองเคยมีประสบการณ์ทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาก่อน
นอกจากนี้ นายชาดา ยังกล่าวถึงเรื่องการศึกษาของกรุงเทพมหานครว่า ในช่วงที่ตนดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีและมีหน้าที่ดูแลงานด้านการศึกษา เคยเดินทางมาศึกษาดูงานโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครหลายครั้ง และเห็นว่าโรงเรียนของ กทม. ในอดีตมีศักยภาพสูง หลายโรงเรียนมีผลงานโดดเด่นและสร้างชื่อเสียงอย่างมาก
"อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันรู้สึกว่าความโดดเด่นดังกล่าวลดลงไปบ้าง จึงอยากฝากให้กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนในสังกัด เพื่อให้กลับมามีความเข้มแข็งและสร้างชื่อเสียงเช่นที่ผ่านมา" นายชาดา เผย