เนชั่นทีวี

ข่าว

สะเทือนมนุษย์เงินเดือน 50+ วัยเสี่ยงตกงานในญี่ปุ่น

26 พ.ค. 2569 | thunchanok_kul

สะเทือนมนุษย์เงินเดือน 50+ วัยเสี่ยงตกงานในญี่ปุ่น

"ญี่ปุ่น" ตื่นตัวรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานทั่วโลก บริษัทหลายแห่งเริ่มเล็งปลดพนักงานวัย 50 ปีขึ้นไป ผ่านโครงการสมัครใจ หลัง AI เข้ามาแทนที่หลายบียู

26 พฤษภาคม 2569 แนวคิด "การทำงานที่เดียวตลอดชีวิต" (Lifetime Employment) หรือ ชูชิน โคโย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของวัฒนธรรมองค์กรญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน กำลังค่อยๆ เลือนหายไปตามสถานการณ์และสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน 

เมื่อก่อนบริษัทจะจ้างนักศึกษาจบใหม่เข้าทำงาน และดูแลไปจนเกษียณ ส่วนพนักงานก็ทำงานด้วยความ "จงรักภักดี อุทิศตนทำงานให้บริษัทอย่างซื่อสัตย์ แลกกับความมั่นคงและการันตีว่าจะไม่มีการเลิกจ้าง การเติบโตเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป เงินเดือนและตำแหน่งปรับขึ้นตาม "ระบบอาวุโส" หรือ เน็งโก จุนเร็ตสึ มากกว่าความสามารถเฉพาะบุคคล มีสวัสดิการครอบคลุม ดูแลในทุกมิติ ตั้งแต่โบนัสประจำปี เงินเกษียณ ไปจนถึงสวัสดิการครอบครัวและที่พัก

แต่ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่มีปัจจัยไม่คาดฝันเข้ามารบกวนเศรษฐกิจโลก เช่น สงคราม และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนตลาดแรงงานทั่วโลก บริษัทใหญ่ๆ ไม่ว่าสหรัฐฯ หรือจีน ได้เริ่มใช้ AI แทนงานประจำซ้ำๆ ก่อนลดพนักงานจริงจัง แม้บริษัทจะยัง "กำไร" ก็ตาม 

ญี่ปุ่น ที่กำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจอย่างรุนแรงก็ต้องตั้งรับและปรับตัวเช่นกัน กำแพงที่เคยปกป้องมนุษย์เงินเดือน (Salaryman) เริ่มพังทะลายลง และหลายบริษัทเริ่มเล็ง "พนักงานอายุ 50 ปีขึ้นไป" เป็นกลุ่มแรกที่อยากลดค่าใช้จ่าย ผ่านโครงการลาออกโดยสมัครใจ หลัง AI แทนที่ได้ในหลายหน่วยธุรกิจ หรือ BU (Business Unit) เช่น งานด้านเอกสาร ฝ่ายบุคคล บัญชี วิจัยและงานรูทีนทั่วไป

บริษัทยักษ์ใหญ่ฝั่งอเมริกา เช่น แอมะซอน (Amazon), ไมโครซอฟต์ (Microsoft), เมตา (Meta), ไอบีเอ็ม (IBM), ซิสโก (Cisco) และฮิวเล็ตต์ แพ็คการ์ด (HP) ได้ปลดคนจำนวนมาก เพื่อลงทุนกับ AI โดย IBM ระบุว่า AI ทำงานเอกสารแทนคนได้ถึง 94% และลดต้นทุนได้กว่า  ช่วยลดต้นทุนกว่า 3,500 ล้านดอลลาร์ 

ส่วนจีนนั้นหนักกว่า เผชิญทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว และ AI แย่งงาน ทำให้คนวัย 25-29 ปี ตกงานเพิ่มขึ้น บริษัทใหญ่อย่าง อาลีบาบา (Alibaba) ลดพนักงานไปถึง 34% แต่ยังรับตำแหน่งเกี่ยวกับ AI นี่เป็นตัววัดสำหรับอนาคต ก็คือ งานที่เสี่ยงจะโดนแทนมากที่สุดคือ "งานที่มีขั้นตอนตายตัว" เพราะ AI ทำได้ใกล้เคียงมนุษย์แล้ว

แต่ผู้เชี่ยวชาญได้เตือนไปยังบรรดาบริษัทที่ "ทุ่มสุดตัว" ไปกับ AI  ว่า ยังมีปัญหาที่ต้อง
แก้ไขและระวัง โดยเฉพาะความผิดพลาดเรื่อง "หลอนข้อมูล" หรือสร้างข้อมูลผิด เช่น สำนักงานกฎหมายใหญ่ในสหรัฐฯ เคยยื่นเอกสารที่เป็น "คดีปลอม" ที่ AI แต่งขึ้นจนโดนศาลเล่นงาน

ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ทางด้วยว่า คนที่จะรอดในยุค AI คือคนที่มี "ความรู้เชิงลึก" และมี "ประสบการณ์จริง" ที่ AI เลียนแบบไม่ได้ รวมถึงคนที่ตรวจสอบความถูกต้องของ AI ได้ด้วย และนับจากนี้ไป  คนทุกวัยต้องเรียนรู้ใหม่ พัฒนาทักษะเฉพาะตัว และใช้ AI เป็นเครื่องมือ ไม่ใช่ปล่อยให้ AI มาแทนตัวเองทั้งหมด

.
https://www.youtube.com/watch?v=Eoa58biE6V4