เนชั่นทีวี

ข่าว

เคียฟพินาศ! รัสเซียเปิดฉากถล่มใหญ่ ยิง "ออเรชนิก" ขีปนาวุธความเร็วเหนือแสงถล่มเมืองหลวงยูเครน

25 พ.ค. 2569 | apirak_pra

เคียฟพินาศ! รัสเซียเปิดฉากถล่มใหญ่ ยิง "ออเรชนิก" ขีปนาวุธความเร็วเหนือแสงถล่มเมืองหลวงยูเครน

รัสเซียเปิดฉากถล่มกรุงเคียฟครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 4 ปี ระดมขีปนาวุธ 90 ลูก โดรน 600 ลำ พร้อมยิงขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก "ออเรชนิก" ยุโรปชี้เป็นการยกระดับนิวเคลียร์ขั้นวิกฤต

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569 กองทัพรัสเซียเปิดฉากปูพรมระเบิดโจมตีระลอกใหญ่ข้ามคืนยาวนานหลายชั่วโมง ส่งผลให้อาคารที่พักอาศัย โรงเรียนหลายแห่ง และสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ใจกลางเมืองหลวงพังพินาศยับเยิน โดยทางการยูเครนยืนยันพบผู้เสียชีวิตในกรุงคีฟและจังหวัดรอบข้างรวม 4 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสทันทีเกือบ 100 ราย นอกจากนี้ยังมีรายงานการโจมตีในภูมิภาคอื่นๆ รวมถึงมีผู้เสียชีวิตอีก 2 ศพในจังหวัดเคอร์ซอน (Kherson) ทางตอนใต้ของประเทศ

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน Telegram แสดงความโกรธแค้นพร้อมเรียกร้องให้ชาติพันธมิตรตะวันตกเร่งลงมือปฏิบัติการตอบโต้อย่างเร่งด่วน โดยระบุว่า "นี่คือสิ่งสำคัญที่การกระทำของรัสเซียจะต้องไม่ปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่มีมาตรการลงโทษ เราต้องการการตัดสินใจที่เด็ดขาดเด็ดเดี่ยว ทั้งจากสหรัฐอเมริกา ยุโรป และภาคีอื่นๆ"

เคียฟพินาศ! รัสเซียเปิดฉากถล่มใหญ่ ยิง "ออเรชนิก" ขีปนาวุธความเร็วเหนือแสงถล่มเมืองหลวงยูเครน

ย้อนรอยความน่ากลัว "ออเรชนิก": อาวุธไฮเปอร์โซนิกยิงบดขยี้หัวเมืองใหญ่

การโจมตีในครั้งนี้นับเป็นเพียง "ครั้งที่สามเท่านั้น" ที่กองทัพรัสเซียตัดสินใจงัดขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกพิสัยกลางรุ่น "ออเรชนิก" ออกมาถล่มยูเครนนับตั้งแต่เปิดฉากสงครามเต็มรูปแบบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 โดยออเรชนิกมีรัศมีทำลายล้างไกลหลายพันกิโลเมตร และมีความสามารถในการติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์

สำหรับพิกัดเป้าหมายถล่มในครั้งนี้ เซเลนสกีระบุว่ารัสเซียได้สั่งยิงออเรชนิกเข้าถล่ม เมืองบีลา เซอร์ควา (Bila Tserkva) ซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมที่มีประชากรกว่า 200,000 คน ตั้งอยู่ห่างจากชนบทชานกรุงเคียฟราว 64 กิโลเมตร โดย โรลโล คอลลินส์ นักสืบสวนเชิงรุกจากองค์กร Centre for Information Resilience ได้ทำการตรวจสอบคลิปวิดีโอหลักฐานของรอยเตอร์พบว่า หัวรบของขีปนาวุธออเรชนิกได้ทำการ "แยกตัวออกเป็นหัวรบย่อย (Submunitions) ถึง 36 หัวรบ" พุ่งดิ่งลงมาบดขยี้เป้าหมายด้วยความเร็วเหนือแสงจนเกิดการระเบิดเป็นลูกโซ่พินาศยับเยิน

ขณะที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงยอมรับว่า ได้เปิดฉากยิงขีปนาวุธนำวิถีหลากรุ่น ทั้งออเรชนิก, อิสกันเดอร์ (Iskander), คินซาล (Kinzhal) และเซอร์คอน (Zircon) เพื่อเป็นการตอบโต้แก้แค้นที่ยูเครนลอบโจมตีเป้าหมายพลเรือนในรัสเซีย โดยขีปนาวุธทั้งหมดพุ่งเป้าทำลายศูนย์บัญชาการทหารบก หน่วยข่าวกรองทางทหาร ฐานทัพอากาศ และโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมความมั่นคงของยูเครนอย่างแม่นยำ พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวการโจมตีพลเรือน

เคียฟพินาศ! รัสเซียเปิดฉากถล่มใหญ่ ยิง "ออเรชนิก" ขีปนาวุธความเร็วเหนือแสงถล่มเมืองหลวงยูเครน

ผู้นำยุโรปประสานเสียงประณาม "สงครามทำลายล้างวัฒนธรรมและความหวาดกลัวนิวเคลียร์"

กลุ่มผู้นำในทวีปยุโรป ทั้งสหราชอาณาจักรและเยอรมนี ต่างออกแถลงการณ์ร่วมประณามมอสโกอย่างรุนแรง โดยตราหน้าว่าการควักขีปนาวุธออเรชนิกมาใช้อีกครั้งถือเป็น "มาตรการยกระดับความรุนแรงขั้นวิกฤต" (Escalation) ขณะที่ คายา คัลลาส (Kaja Kallas) หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (EU) จวกยับว่ารัฐบาลมอสโกกำลังใช้แท็กติก "การสร้างความหวาดกลัวทางการเมืองและจงใจข่มขู่ด้วยสงครามนิวเคลียร์อย่างไม่รับผิดชอบต่อโลก"

รายงานระบุว่า แรงระเบิดได้สร้างความเสียหายแก่ตึกทำเนียบคณะรัฐมนตรียูเครนและกระทรวงการต่างประเทศเล็กน้อย แต่ที่น่าสลดคือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติเคียฟ และอาคารแสดงดนตรีฟิลฮาร์มอนิกฮอลล์ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองประวัติศาสตร์ได้รับความเสียหายอย่างหนักหน่วง รวมถึงพิพิธภัณฑ์รำลึกโศกนาฏกรรมนิวเคลียร์เชอร์โนบิลปี 1986 ที่พึ่งเปิดทำการใหม่ก็ถูกระเบิดจู่โจมพังพินาศเป็นหน้ากลอง ทำให้นายคิริโล บูดานอฟ หัวหน้าคณะทำงานของเซเลนสกี ออกมาระบุว่า "นี่ไม่ใช่แค่สงครามทางทหาร แต่มันคือสงครามทำลายล้างวัฒนธรรม ความทรงจำ และอัตลักษณ์ความเป็นยูเครนของเราที่มอสโกพยายามทำลายมานานหลายศตวรรษ"

เคียฟพินาศ! รัสเซียเปิดฉากถล่มใหญ่ ยิง "ออเรชนิก" ขีปนาวุธความเร็วเหนือแสงถล่มเมืองหลวงยูเครน

ค่ำคืนอันโหดร้ายในคีฟ: ชาวเมืองอพยพลงสถานีรถไฟใต้ดินหนีตายระเบิด

วิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ เผยว่าประชาชนส่วนใหญ่ต่างวิ่งหนีตายอพยพลงไปหลบภัยอยู่ในสถานีรถไฟใต้ดิน (Metro Stations) ตลอดทั้งคืนท่ามกลางเสียงระเบิดที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งเมือง

นาตาเลีย ซวาริช หญิงชราวัย 62 ปี หนึ่งในผู้อพยพเปิดเผยด้วยความตื่นตระหนกว่า "มันเป็นค่ำคืนที่น่าสยดสยองและน่ากลัวที่สุดในชีวิต เสียงระเบิดดังกึกก้องจนแผ่นดินสะเทือนจนฉันต้องรีบวิ่งมาหลบในสถานีรถไฟ"

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางซากปรักหักพัง ร้านกาแฟใจกลางเมืองแห่งหนึ่งที่เพิ่งจัดงานฉลองเปิดร้านไปเมื่อวันเสาร์ พนักงานและเจ้าของร้านต่างช่วยกันกวาดเศษกระจกและเศษอิฐในวันอาทิตย์ และยังคงยืนหยัดเปิดให้บริการชงกาแฟให้แก่ลูกค้าที่เดินทางมาอุดหนุนเพื่อแสดงพลังสนับสนุนอย่างไม่ย่อท้อ