เนชั่นทีวี

ข่าว

ระทึกซ้ำ! พบผู้โดยสารอพยพติดเชื้อ 'ฮันตา' บนเครื่องบินขณะส่งกลับประเทศ

11 พ.ค. 2569

ระทึกซ้ำ! พบผู้โดยสารอพยพติดเชื้อ 'ฮันตา' บนเครื่องบินขณะส่งกลับประเทศ

สถานการณ์ไวรัสฮันตาบนเรือสำราญ MV Hondius ตึงเครียด หลังพบชาวอเมริกันผลตรวจเป็นบวก และชาวฝรั่งเศสเริ่มแสดงอาการระหว่างเที่ยวบินอพยพส่งกลับประเทศ

ปฏิบัติการอพยพผู้โดยสารจากเรือสำราญ MV Hondius ที่เผชิญการระบาดของไวรัสฮันตา (Hantavirus) ณ เกาะเตเนริเฟ ประเทศสเปน ต้องเผชิญกับสถานการณ์ตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อได้รับรายงานผลตรวจเป็นบวกในผู้โดยสารชาวอเมริกัน 1 ราย และพบผู้โดยสารชาวฝรั่งเศสเริ่มแสดงอาการป่วยระหว่างการเดินทางกลับประเทศด้วยเครื่องบินแยกลำเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (10 พฤษภาคม 2569)

 

สถานการณ์ล่าสุด: พบเชื้อบนเครื่องบินอพยพ

แม้ก่อนหน้านี้ทางการสเปนและองค์การอนามัยโลก (WHO) จะระบุว่าผู้ที่อยู่บนเรือไม่มีใครแสดงอาการ แต่เมื่อเริ่มการเคลื่อนย้ายกลับประเทศ ผลตรวจกลับชี้ชัดถึงความเสี่ยงที่ยังแฝงตัวอยู่

  • เคสอเมริกา: เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหรัฐฯ ยืนยันว่า 1 ใน 17 ผู้โดยสารชาวอเมริกันมีผลตรวจไวรัสฮันตาเป็นบวก แม้จะยังไม่แสดงอาการ โดยผู้ป่วยรายนี้จะถูกส่งตัวไปยังหน่วยกักกันชีวภาพพิเศษ (Biocontainment Unit) ที่มหาวิทยาลัยเนบราสกา ซึ่งเป็นหน่วยเดียวกับที่เคยใช้รักษาผู้ป่วยอีโบลาและโควิด-19
  • เคสฝรั่งเศส: นายกรัฐมนตรี เซบาสเตียน เลอกอร์นู แห่งฝรั่งเศส แถลงว่าผู้โดยสาร 1 ใน 5 รายเริ่มแสดงอาการระหว่างเที่ยวบิน ทำให้ต้องมีการสั่งกักตัวและแยกโรคอย่างเข้มงวดทันทีที่ถึงปารีส

  • เคสญี่ปุ่น: ทางการญี่ปุ่นระบุว่าพลเมืองของตนเดินทางถึงอังกฤษแล้ว และจะต้องอยู่ภายใต้การเฝ้าสังเกตอาการโดยทางการอังกฤษนานถึง 45 วัน

ระทึกซ้ำ! พบผู้โดยสารอพยพติดเชื้อ 'ฮันตา' บนเครื่องบินขณะส่งกลับประเทศ

WHO ย้ำความเสี่ยงต่ำ แต่มาตรการต้องเข้มข้น

นายเทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ยืนยันอีกครั้งว่านี่ไม่ใช่ "โควิดระลอกใหม่" และความเสี่ยงต่อสาธารณะยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม มาตรการอพยพยังคงใช้ระดับสูงสุด โดยเจ้าหน้าที่ต้องสวมชุดป้องกัน Hazmat และหน้ากากกรองอากาศมิดชิด รวมถึงมีการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผู้โดยสารบนรันเวย์

"เราย้ำหลายครั้งว่านี่ไม่ใช่โควิด และความเสี่ยงต่ำ ประชาชนไม่ควรตื่นตระหนก" — ผู้อำนวยการใหญ่ WHO กล่าว

 

การแพร่เชื้อที่ต้องเฝ้าระวัง

ตามปกติไวรัสฮันตาจะแพร่กระจายผ่านการสูดดมละอองจากมูลหรือฉี่ของสัตว์ฟันแทะ และไม่แพร่จากคนสู่คนได้ง่าย แต่สายพันธุ์ "Andes" ที่ตรวจพบในคลัสเตอร์เรือสำราญนี้ มีคุณสมบัติพิเศษที่อาจแพร่เชื้อระหว่างมนุษย์ได้ในกรณีที่หายาก ซึ่งระยะฟักตัวอาจยาวนานตั้งแต่ 1-8 สัปดาห์

การพบผู้ติดเชื้อและผู้แสดงอาการระหว่างการอพยพสะท้อนถึงความท้าทายในการคัดกรองโรคที่มีระยะฟักตัวยาวนาน แม้ WHO จะพยายามลดความตื่นตระหนกของสังคม แต่มาตรการกักตัวที่ยาวนานถึง 6 สัปดาห์ในหลายประเทศชี้ให้เห็นว่าทางการไม่อาจประมาทได้ แนวโน้มหลังจากนี้คือการเฝ้าระวังผู้โดยสารกว่า 20 สัญชาติที่กระจายตัวกลับบ้าน สิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไปคือระบบสาธารณสุขของแต่ละประเทศจะมีความพร้อมในการจัดการโรคอุบัติใหม่ที่แพร่เชื้อทางอากาศได้ดีเพียงใด เพื่อไม่ให้คลัสเตอร์จากเรือสำราญกลายเป็นการระบาดในวงกว้างบนแผ่นดิน