"ฮอร์มุซ" เดือดอีก! Project Freedom ปะทะอิหร่าน ปิดตายทางน้ำโลก?
06 พ.ค. 2569

"กุญแจฮอร์มุซอยู่ในมือใคร?" เมื่อสหรัฐฯ ส่ง "Project Freedom" ท้าชนอำนาจสกัดกั้นของอิหร่าน จับตา "มังกรจีน" ตัวกลางสำคัญที่อาจหยุดยั้งวิกฤตน้ำมันโลก?
ข่าว
06 พ.ค. 2569

"กุญแจฮอร์มุซอยู่ในมือใคร?" เมื่อสหรัฐฯ ส่ง "Project Freedom" ท้าชนอำนาจสกัดกั้นของอิหร่าน จับตา "มังกรจีน" ตัวกลางสำคัญที่อาจหยุดยั้งวิกฤตน้ำมันโลก?
“ใครถือกุญแจฮอร์มุซที่แท้จริง? : เมื่อ ‘Project Freedom’ ปะทะ ‘อำนาจการสกัดกั้น’ ของอิหร่าน”
6 พฤษภาคม 2569 อ.กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ วิเคราะห์สมรภูมิช่องแคบฮอร์มุซ ชี้ปฏิบัติการ "Project Freedom" ของสหรัฐฯ กำลังเผชิญความย้อนแย้ง เมื่อเสรีภาพทางการเดินเรือแลกมาด้วยความเสี่ยงระดับสงคราม แฉอิหร่านใช้กลยุทธ์ "Veto Power" ปิดตายเส้นทางผ่านโดรนและเรือเร็ว ทำราคาพลังงานโลกพุ่ง จับตามังกรจีนอาจเป็นผู้ไขกุญแจดอกสุดท้าย?
เช้าวันที่ 5 พฤษภาคม 2026 ความตึงเครียดยังคงปกคลุมเหนือน่านน้ำที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมื่อปฏิบัติการ “Project Freedom” ของกองทัพสหรัฐฯ เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ (4 พฤษภาคม) เพื่อหวังจะทลายกำแพงล่องหนที่กักขังเรือสินค้าจำนวนมหาศาลไว้ในอ่าวเปอร์เซีย โลกกำลังจ้องมองด้วยลมหายใจอันติดขัดว่า "กุญแจ" ที่แท้จริงของช่องแคบฮอร์มุซนั้นอยู่ในมือของใคร ระหว่างพญาอินทรีที่พยายามประกาศศักดาเสรีภาพทางการเดินเรือ หรือเจ้าถิ่นอย่างอิหร่านที่พิสูจน์ให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าพวกเขามีอำนาจ "Veto" ต่อเศรษฐกิจโลกเพียงปลายนิ้วสัมผัส
นาย Pete Hegseth รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงด้วยความมั่นใจจากเพนตากอนว่า การเริ่มต้นของ Project Freedom คือข้อพิสูจน์ว่าอิหร่าน "ไม่ได้เป็นผู้ควบคุมช่องแคบนี้อีกต่อไป" แต่หากเรามองข้ามวาทกรรมทางการเมืองไปสู่ตัวเลขในความเป็นจริง เราจะพบภาพที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ในสภาวะปกติ ช่องแคบฮอร์มุซจะมีเรือสินค้าสัญจรผ่านเฉลี่ยวันละ 130 ลำ แต่ในวันแรกของปฏิบัติการ "ทวงคืนเสรีภาพ" มีเรือพาณิชย์เพียง 2 ลำ เท่านั้นที่เดินเรือผ่านไปได้ภายใต้การคุ้มกันอย่างใกล้ชิดของเรือทำลายล้างขีปนาวุธ (Destroyers) อย่าง USS Truxtun และ USS Mason ในขณะที่เรืออีกกว่า 850 ถึง 1,600 ลำ (ตามแต่แหล่งข่าวจะรายงาน) ยังคงจอดสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัว
นี่คือความย้อนแย้งที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญ: พวกเขาอาจควบคุม "ความปลอดภัย" ในพื้นที่เฉพาะจุดได้ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและกำลังรบมหาศาล แต่พวกเขากลับไม่สามารถควบคุม "ความไหลลื่น" (Flow) ของการค้าโลกได้ ความมั่นใจของบริษัทเดินเรือและผู้รับประกันภัยไม่ได้สร้างขึ้นได้ด้วยการส่งเรือรบไปคุ้มกันเรือสินค้าเพียงไม่กี่ลำ ตราบใดที่เสียงระเบิดจากการปะทะกับเรือเร็วและโดรนของอิหร่านยังคงดังสนั่นเหมือนที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ซึ่งกองทัพสหรัฐฯ ต้องทำลายเรือเร็วของอิหร่านไปถึง 6 ลำ และสกัดกั้นขีปนาวุธครูซอีกหลายลูก
สำหรับภาคธุรกิจ ฮอร์มุซในวันนี้ไม่ใช่เส้นทางเดินเรือเสรี แต่มันคือ "เขตสงครามที่มีการคุ้มกัน" ซึ่งมีค่าใช้จ่ายและมวลความเสี่ยงที่สูงเกินกว่าจะแบกรับ
ในขณะที่สหรัฐฯ เน้นการอวดอ้างแสนยานุภาพ อิหร่านกลับเลือกใช้กลยุทธ์ "การปฏิเสธการเข้าถึงพื้นที่" (Area Denial) ได้อย่างทรงประสิทธิภาพอย่างยิ่ง สื่อของรัฐบาลอิหร่านเย้ยหยัน Project Freedom ว่าเป็นความล้มเหลว และประกาศว่าการควบคุมเหนือช่องแคบของตนนั้น "เข้มข้นขึ้น" (Intensified)
ความได้เปรียบของอิหร่านไม่ใช่จำนวนเรือรบขนาดใหญ่ แต่คือ "ภูมิศาสตร์" ช่องแคบฮอร์มุซมีส่วนที่แคบที่สุดเพียงไม่กี่กิโลเมตร ทำให้อิหร่านไม่จำเป็นต้องมีกองเรือบรรทุกเครื่องบินเพื่อปิดตายเส้นทางนี้ พวกเขาเพียงใช้โดรนราคาถูก ขีปนาวุธชายฝั่ง และเรือเร็วขนาดเล็กซุ่มโจมตี ก็เพียงพอที่จะทำให้ระบบประกันภัยการเดินเรือทั่วโลกพังทลายลง
ยิ่งไปกว่านั้น การขยายขอบเขตการโจมตีไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ด้วยขีปนาวุธและโดรนเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แม้จะอยู่ในช่วงข้อตกลงหยุดยิง คือการส่งสัญญาณเตือนว่า อิหร่านพร้อมจะขยายวงของความขัดแย้งไปสู่พันธมิตรของสหรัฐฯ ทุกเมื่อหากมีการ "รุกล้ำ" พื้นที่ที่พวกเขาถือว่าเป็นอธิปไตยเหนือผืนน้ำ การกระทำนี้เป็นการยืนยันว่าอิหร่านถือ "กุญแจ" ในเชิงลบ—นั่นคือ หากพวกเขาเปิดประตูไม่ได้ ก็ไม่มีใครหน้าไหนจะได้เดินผ่านประตูนี้ไปอย่างสะดวกสบาย
ความน่าสนใจของ Project Freedom ในแง่กลยุทธ์ คือการที่สหรัฐฯ เลือกใช้พื้นที่ทางตอนใต้ซึ่งอยู่ใน "น่านน้ำอาณาเขตของโอมาน" เป็นเส้นทางหลักในการพาเรือหลบหนี นี่เป็นการดึงมัสกัตเข้าสู่ใจกลางของพายุภูมิรัฐศาสตร์อย่างเลี่ยงไม่ได้
หากโอมานยอมเปิดน่านน้ำของตนให้กลายเป็น "ทางเลี่ยงถาวร" (Permanent Bypass) ดุลอำนาจในฮอร์มุซอาจเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ แต่อย่างไรก็ตาม โอมานมีนโยบายต่างประเทศแบบ "เป็นมิตรกับทุกฝ่าย" (Friend to all, enemy to none) มาโดยตลอด การยอมเป็นฐานให้สหรัฐฯ ดำเนินการ Project Freedom อาจนำมาซึ่งความร้าวรานกับอิหร่าน และเสี่ยงต่อการถูกลากเข้าไปเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง ซึ่งโอมานพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดหลายทศวรรษ
คำถามที่ว่า "ใครคือกุญแจที่แท้จริง?" ในเช้าวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ คำตอบอาจจะน่าผิดหวังสำหรับทุกฝ่าย เพราะ "ไม่มีใครควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด"
แต่ท่ามกลางการปะทะกันของอินทรีและสิงโตแห่งเปอร์เซีย มีสายตาคู่หนึ่งที่เฝ้ามองอยู่อย่างเงียบเชียบและอาจเป็นผู้ถือกุญแจดอกสุดท้าย นั่นคือ "จีน"
การเดินทางไปปักกิ่งของรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน Abbas Araghchi ในวันนี้ เพื่อพบปะกับผู้นำจีน และการเตรียมพร้อมของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะไปเยือนจีนในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ บ่งชี้ว่าทางออกของวิกฤตฮอร์มุซอาจไม่ได้จบลงที่การสู้รบในทะเล แต่จะจบลงที่โต๊ะเจรจาในปักกิ่ง จีนในฐานะผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ที่สุดและมีอิทธิพลทางการทูตเหนือทั้งสองฝ่าย อาจเป็นผู้เดียวที่สามารถ "ไขกุญแจ" ให้ประตูนี้กลับมาเปิดกว้างได้อีกครั้ง
ตราบใดที่ "ปืนใหญ่" ยังทำงานแทน "โต๊ะเจรจา" ช่องแคบฮอร์มุซในวันนี้ก็เป็นเพียงอนุสรณ์สถานของความไร้เสถียรภาพ มันคือบทเรียนราคาแพงที่พิสูจน์ว่า ในโลกยุคใหม่ที่เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน แม้แต่กองทัพที่เกรียงไกรที่สุดในโลก ก็ไม่อาจเอาชนะข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์และความดื้อรั้นทางการเมืองได้ด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว
เสรีภาพที่ปราศจากความมั่นใจ... ก็ไม่ต่างอะไรจากกรงขังที่ขยายขนาดขึ้นเท่านั้นเอง
หมายเหตุ: สถานการณ์ล่าสุดยังคงมีความผันผวนสูง ข้อมูลจำนวนเรือและเหตุการณ์ปะทะอ้างอิงตามรายงานล่าสุด ณ เวลา 11:00 น. (EDT) ของวันที่ 5 พฤษภาคม 2026
ข่าวล่าสุด