เปิดกลยุทธ์ "เรือ Mubaraz" ฝ่าวงล้อมฮอร์มุซ เกมพลังงานเหนือชั้น
29 เม.ย. 2569

ถอดรหัสปฏิบัติการ "เรือล่องหน" แห่ง UAE ฝ่าความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ ชี้เป็นสัญญาณเปลี่ยนผ่านระเบียบพลังงานโลก
ข่าว
29 เม.ย. 2569

ถอดรหัสปฏิบัติการ "เรือล่องหน" แห่ง UAE ฝ่าความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ ชี้เป็นสัญญาณเปลี่ยนผ่านระเบียบพลังงานโลก
29 เมษายน 2569 ท่ามกลางวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นอัมพาตมานานกว่า 2 เดือน การปรากฏตัวของเรือบรรทุกก๊าซ LNG "Mubaraz" ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่สามารถฝ่าวงล้อมความขัดแย้งออกมาได้สำเร็จ กลายเป็นบทพิสูจน์ชั้นดีว่าระเบียบโลกเก่ากำลังถูกท้าทายด้วยกุศโลบายที่แยบยลกว่าเดิม
บทความ "เมื่อเรือ LNG Mubaraz ฝ่าวงล้อมฮอร์มุซ : ยุทธศาสตร์แห่งความกล้าบ้าบิ่นหรือมาเหนือชั้น" โดย กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ บอกว่า "เรือลำเดียวผ่านไปได้สำเร็จ แต่อาจเป็นสัญญาณใหม่…. "
วันนี้มีข่าวที่ทำให้ตะลึง กรณีของเรือ Mubaraz เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของบริษัท Adnoc แห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่เพิ่งเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จเป็นลำแรกในรอบสองเดือน คือบทพิสูจน์ชั้นดีว่าระเบียบโลกเก่ากำลังถูกท้าทายด้วยกุศโลบายที่แยบยลกว่าเดิม
ท่ามกลางภาวะอัมพาตของช่องแคบฮอร์มุซหลังสงครามอิหร่าน-สหรัฐฯ ปะทุขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ จนทำให้การขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งคิดเป็น 20% ของโลกกลายเป็นศูนย์ การปรากฏตัวของเรือ Mubaraz จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เรือลำนี้บรรทุกก๊าซ LNG ปริมาตรมหาศาลถึง 137,000 ลูกบาศก์เมตร จากเกาะดาสในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ วันที่ 2 มีนาคม มุ่งหน้าสู่เอเชียเพื่อต่อลมหายใจให้ประเทศที่กำลังเผชิญวิกฤตพลังงานจนต้องถอยกลับไปพึ่งพาถ่านหินและน้ำมัน และถึงวันนี้เรือลำนี้กำลังล่องอยู่ใกล้น่านน้ำศรีลังกา
สิ่งที่น่าสนใจคือ "ยุทธวิธี" โดยเรือ Mubaraz ได้ปิดเครื่องส่งสัญญาณระบุตำแหน่ง (Transponder) นานเกือบหนึ่งเดือน (สัญญาณหายไปตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม) เพื่อเดินเรือแบบ "ล่องหน" ฝ่าวงล้อมความขัดแย้งออกมาได้สำเร็จ
การกระทำนี้คือการส่งสัญญาณชัดเจนจาก UAE ว่าพวกเขาพร้อมใช้ทุกกลเม็ดเพื่อรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและกู้สถานการณ์การผลิต LNG ของภูมิภาคที่ลดลงไปเกือบ 1 หมื่นล้านลูกบาศก์เมตรจากพิษสงคราม
นี่คือบทพิสูจน์ว่า แม้ในสมรภูมิที่ร้อนแรงที่สุด เส้นเลือดใหญ่ทางการค้าก็ยังสามารถขยับขับเคลื่อนได้ หากมีความกล้าและยุทธศาสตร์ที่เหนือชั้นพอ
ในหมากกระดานนี้ UAE คือผู้ชนะที่โดดเด่นที่สุด พวกเขาพิสูจน์ให้โลกเห็นว่ามีความสามารถในการ "ดีล" หลังบ้านที่เป็นเลิศ และมีความน่าเชื่อถือในการส่งมอบพลังงานแม้ในสภาวะวิกฤต ขณะที่ จีน ในฐานะพันธมิตรใหม่ที่ใกล้ชิด ก็ได้รับอานิสงส์จากการเปิดเส้นทางที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ทวิภาคีที่ไม่พึ่งพาระเบียบเดิมของตะวันตก
ในทางกลับกัน เสถียรภาพของสหรัฐฯ ในภูมิภาคกำลังถูกตั้งคำถาม หากเรือสามารถผ่านไปได้ด้วยการ "เจรจาลับ" หรือยุทธวิธีปกปิดข้อมูลโดยที่วอชิงตันควบคุมไม่ได้ นั่นหมายความว่ามาตรการปิดล้อมเริ่มมี "รูรั่ว" และอำนาจในการกำหนดกติกาที่ช่องแคบฮอร์มุซกำลังหลุดลอยไป
หากเราพิจารณาให้ลึกซึ้ง เรือ Mubaraz คือ "ทูตลับ" ที่ทำหน้าที่ทดสอบระบบ (Test Flight) การที่มันไม่ถูกโจมตีโดยอิหร่านบ่งบอกถึงการส่งสัญญาณลับระหว่างรัฐต่อรัฐ ซึ่งอาจเป็นผลจากการที่ UAE เริ่มวางตัวเป็นกลางและถอยห่างจากนโยบายของสหรัฐฯ แบบ 100%
นอกจากนี้ จังหวะเวลาที่เรือลำนี้ผ่านออกมายังประจวบเหมาะกับช่วงที่ UAE เริ่มขยับท่าทีทางการเมืองครั้งสำคัญ (เช่น การถอนตัวจาก OPEC) นี่คือการประกาศเอกราชทางนโยบายว่า UAE จะไม่ยอมให้ความขัดแย้งของมหาอำนาจมาแช่แข็งฟันเฟืองเศรษฐกิจของตนอีกต่อไป
เรือ Mubaraz ไม่ใช่แค่เรือบรรทุกก๊าซลำหนึ่ง แต่มันคือสัญลักษณ์ของความเปลี่ยนแปลง มันกำลังบอกโลกสั้นๆ ว่าต่อจากนี้ "ระเบียบการขนส่งพลังงานโลกจะอยู่ในมือของผู้ที่กล้าเดินเกมนอกกติกาเดิม" สำหรับประเทศในเอเชีย รวมถึงไทย นี่คือ “สัญญาณบวกที่ช่วยลดแรงกดดันด้านพลังงาน” แต่อีกด้านหนึ่ง มันคือคำเตือนว่า “ในโลกที่ผลประโยชน์ของชาติสำคัญกว่าพันธมิตรเดิม” เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่มาพร้อมกับเกมอำนาจใต้พรมเช่นนี้อย่างมีชั้นเชิง
ข่าวล่าสุด