สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน เข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในวันที่ 28 เมษายน 2569 เมื่อรัฐบาลวอชิงตันเริ่มพิจารณาข้อเสนอสันติภาพล่าสุดจากเตหะราน ขณะที่ผลกระทบจากสงครามเริ่มลุกลามเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก ทำราคาแผงวงจรไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
แผนสันติภาพใหม่: ยอมเปิดทางน้ำ-แขวนนิวเคลียร์
ทำเนียบขาวยอมรับลูกข้อเสนอใหม่จากอิหร่านที่ส่งผ่านปากีสถาน โดยระบุเงื่อนไขสำคัญคือ "การยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที" แต่ขอให้เลื่อนการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ออกไปเป็นระยะถัดไปหลังจากสถานการณ์สงบแล้ว
คาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ยืนยันว่า "ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังหารือร่วมกับทีมความมั่นคงแห่งชาติเพื่อพิจารณาข้อเสนอนี้" อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงย้ำจุดยืนเดิมว่าอิหร่านจะต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ครอบครอง และมาตรการปิดล้อมท่าเรือจะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีข้อตกลงที่ชัดเจน
อารักชีรุดพบปูติน: รัสเซียโดดรับบทกาวใจ
ทางด้าน นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้เข้าพบประธานาธิบดี วลาดีเมียร์ ปูติน ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เพื่อกระชับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์และขอแรงหนุนทางการทูต อารักชีเผยว่าอิหร่านกำลังพิจารณาคำร้องของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้กลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง พร้อมขอบคุณรัสเซียที่แสดงจุดยืนเคียงข้างและพร้อมเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย