เนชั่นทีวี

ข่าว

เงาพยาบาท "ทรัมป์" ย้อนรอยโศกนาฏกรรมลอบสังหาร 4 ผู้นำสหรัฐฯ

27 เม.ย. 2569

เงาพยาบาท "ทรัมป์" ย้อนรอยโศกนาฏกรรมลอบสังหาร 4 ผู้นำสหรัฐฯ

วิเคราะห์เหตุระทึกลอบสังหาร "โดนัลด์ ทรัมป์" ครั้งล่าสุด สะท้อนรอยร้าวในสังคมอเมริกันที่กระสุนอาจกลายเป็นเครื่องมือแทนบัตรเลือกตั้ง และความท้าทายในการรับมือภัยคุกคามแบบ "หมาป่าเดี่ยว"

27 เมษายน 2569 เมื่อ "โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน" กลายเป็นจุดเปราะบางอีกครั้ง หลังเกิดเหตุระทึกขวัญความพยายามลอบทำร้าย "โดนัลด์ ทรัมป์" ผู้นำสหรัฐฯ ในงานเลี้ยงสื่อมวลชนทำเนียบขาว สะท้อนความล้มเหลวของมาตรการรักษาความปลอดภัย หรือนี่คือผลผลิตจากความเกลียดชังในสังคมที่ฝังรากลึก?

บทความของ อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ “เงาพยาบาททรัมป์ที่ฮิลตัน ประวัติศาสตร์การลอบสังหารของผู้นำสหรัฐฯ” ระบุว่า ประวัติศาสตร์การเมืองของสหรัฐอเมริกาถูกจารึกด้วยหยดเลือดและกลิ่นเขม่าปืนมาอย่างยาวนาน ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่เพียงแต่เป็นตำแหน่งที่มีอำนาจมากที่สุดในโลก แต่ยังเป็นตำแหน่งที่ "อันตราย" ที่สุดตำแหน่งหนึ่งด้วย 

เหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้น ณ โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน เมื่อคืนวันที่ 25 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา ในงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว (White House Correspondents' Dinner) เป็นเครื่องเตือนใจอีกครั้งว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดที่สุดในโลกก็ยังมีช่องโหว่ให้ "ความบ้าคลั่ง" แทรกซึมเข้ามาได้

ย้อนรอยโศกนาฏกรรม: 4 ผู้นำที่พลีชีพในหน้าที่

หากจะเข้าใจถึงความรุนแรงในปัจจุบัน เราต้องย้อนกลับไปดูรอยแผลเป็นในอดีต สหรัฐฯ เสียประธานาธิบดีจากการลอบสังหารไปแล้วถึง 4 ท่าน

  1. อับราฮัม ลินคอล์น (1865): ผู้นำที่ปลดปล่อยทาสถูกยิงที่ศีรษะโดย จอห์น วิลค์ส บูธ นักแสดงละครเวทีผู้คลั่งไคล้ฝ่ายใต้ ณ โรงละครฟอร์ด กลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกลอบสังหาร
  2. เจมส์ เอ. การ์ฟีลด์ (1881): ถูกยิงโดย ชาร์ลส์ กีโต ผู้ที่โกรธแค้นเพราะไม่ได้รับตำแหน่งทางการเมือง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่สถานีรถไฟในวอชิงตัน ดี.ซี. การ์ฟีลด์ไม่ได้เสียชีวิตทันที แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมาจากการติดเชื้อที่แผล เนื่องจากกรรมวิธีการรักษาในสมัยนั้น
  3. วิลเลียม แมกคินลีย์ (1901): ถูกยิงโดย ลีออน โชลโกสซ์ นักอนาธิปไตย (Anarchist) ขณะกำลังทักทายประชาชนในงานนิทรรศการที่เมืองบัฟฟาโล เหตุการณ์นี้เองที่ทำให้รัฐสภาสหรัฐฯ มอบหมายให้หน่วย Secret Service เข้ามาดูแลความปลอดภัยประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ
  4. จอห์น เอฟ. เคนเนดี (1963): โศกนาฏกรรมที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ JFK ถูกยิงเสียชีวิตขณะนั่งรถเปิดประทุนในขบวนพาเหรดที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส โดยฝีมือของ ลี ฮาร์วีย์ ออสวาลด์

เงาพยาบาท "ทรัมป์" ย้อนรอยโศกนาฏกรรมลอบสังหาร 4 ผู้นำสหรัฐฯ  

เงาพยาบาท "ทรัมป์" ย้อนรอยโศกนาฏกรรมลอบสังหาร 4 ผู้นำสหรัฐฯ

ความรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราช: จากเรแกนถึงปัจจุบัน

นอกจากผู้ที่เสียชีวิต ยังมีผู้นำที่ได้รับบาดเจ็บแต่รอดชีวิตมาได้ ที่โดดเด่นที่สุดคือ โรนัลด์ เรแกน ในปี 1981 ซึ่งถูกยิงบาดเจ็บสาหัสปอดทะลุโดย จอห์น ฮิงค์ลีย์ จูเนียร์ และล่าสุดคือ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กลายเป็นเป้าหมายของการลอบทำร้ายถึง 3 ครั้งในช่วงเวลาเพียง 2 ปี

  • ครั้งที่ 1 (กรกฎาคม 2024): ในช่วงการหาเสียงที่บัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย ทรัมป์รอดชีวิตจากการถูกยิงที่ใบหูอย่างหวุดหวิด กระสุนเฉี่ยวไปเพียงมิลลิเมตร
  • ครั้งที่ 2 (กันยายน 2024): ที่สนามกอล์ฟในเวสต์พาล์มบีช รัฐฟลอริดา เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจพบมือปืนพร้อมอาวุธซุ่มรออยู่ในพุ่มไม้
  • ครั้งที่ 3 (เมษายน 2026): เหตุการณ์ล่าสุดที่วอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อมือปืนกราดยิงใส่พื้นที่คัดกรองความปลอดภัยของงานเลี้ยงผู้สื่อข่าว

อาถรรพ์โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน: ป้อมปราการที่ถูกเจาะ

โรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน (Washington Hilton) หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า "Hinckley Hilton/ Reagan Hilton" มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง โรงแรมนี้สร้างขึ้นในปี 1965 (ถอดบทเรียนหลังจากประธานาธิบดีเคนเนดี้ถูกลอบสังหารปี 1963) โดยมีการออกแบบสถาปัตยกรรมที่คำนึงถึงความปลอดภัยของแขกบ้านแขกเมืองเป็นหลัก 

ความพิเศษของการออกแบบ
ตัวอาคารมีทางเข้าพิเศษที่เรียกว่า "President’s Walk" ซึ่งเป็นอุโมงค์ทางเดินลับที่ปิดมิดชิดเพื่อให้รถขบวนของประธานาธิบดีสามารถจอดในพื้นที่ควบคุมและผู้นำสามารถเดินเข้าสู่ห้องจัดเลี้ยงได้โดยไม่ต้องเผชิญกับฝูงชนภายนอก ห้องบอลรูม "International Ballroom" ยังเป็นห้องขนาดใหญ่ที่ไม่มีเสาขวางกั้น ทำให้เจ้าหน้าที่อารักขาสามารถมองเห็นทัศนียภาพรอบด้านได้ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ในปี 1981 โรงแรมแห่งนี้กลับกลายเป็นที่เกิดเหตุลอบยิงโรนัลด์ เรแกน ขณะที่เขากำลังเดินจากประตูโรงแรมไปยังรถลีมูซีน 

และในเหตุการณ์ล่าสุดปี 2026 โคล โทมัส อัลเลน ผู้ก่อเหตุชาวแคลิฟอร์เนีย อายุ 31 ปี ผู้มีการศึกษาสูงและมีอาชีพที่มีอนาคต ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะมีโครงสร้างที่ออกแบบมาอย่างดี แต่ "ความเป็นสาธารณะ" ของโรงแรมยังคงเป็นจุดอ่อน อัลเลนเข้าพักในโรงแรมในฐานะแขกปกติ ทำให้เขาสามารถลอบนำอาวุธเข้ามาในพื้นที่และรอจังหวะโจมตีจากภายในได้

ทฤษฎีสมคบคิด: การจัดฉาก หรือ ความจริงที่น่ากลัว?

ทุกครั้งที่เกิดเหตุลอบทำร้ายโดนัลด์ ทรัมป์ มักจะตามมาด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมว่า "เป็นการจัดฉากเพื่อเรียกคะแนนสงสารหรือไม่?"

โดยเฉพาะเหตุการณ์เมื่อเดือนกรกฎาคม 2024 ภาพที่เขายกหมัดขึ้นพร้อมคราบเลือดบนใบหน้า “Fight Fight Fight!” กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ที่ช่วยดันคะแนนนิยมในหมู่ผู้สนับสนุนอย่างถล่มทลาย ฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ตั้งข้อสังเกตถึงความบกพร่องที่ "ดูจงใจ" ของหน่วยรักษาความปลอดภัยในขณะนั้น รวมถึงไทม์ไลน์ที่มักจะเกิดเหตุในช่วงที่เขากำลังเผชิญกับคดีความหรือวิกฤตทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ล่าสุดที่วอชิงตัน ดี.ซี. พยานหลักฐานเริ่มชัดเจนขึ้นว่าเป็นการลงมือที่หวังผลถึงชีวิตจริง และการที่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บทำให้ข้อหาเรื่องการจัดฉากเริ่มลดน้ำหนักลง แต่ความแตกแยกในสังคมอเมริกันทำให้ "ความจริง" กลายเป็นเรื่องของมุมมอง ใครที่รักเขาก็จะมองว่าเขาคือผู้ถูกกระทำที่พระเจ้าคุ้มครอง ใครที่เกลียดเขาก็จะมองว่านี่คือละครการเมืองฉากใหญ่เพื่อเรียกคะแนนสงสาร ซึ่งปัจจุบันความนิยมอยู่ต่ำเพียงแค่ 33% และการเลือกตั้งกลางเทอมส่งสัญญาณอันตรายว่าฝ่ายตรงข้ามจะเข้ายึดสภาแน่

วิเคราะห์จิตวิทยา "หมาป่าเดี่ยว" (Lone Wolf)

ผู้ต้องสงสัยในครั้งนี้คือ โคล โทมัส อัลเลน ถูกจัดประเภทว่าเป็น "หมาป่าเดี่ยว" ซึ่งเป็นรูปแบบการก่อการร้ายที่รับมือยากที่สุดในปัจจุบัน

จิตวิทยาของหมาป่าเดี่ยว

จากการวิเคราะห์เบื้องต้น อัลเลนไม่มีประวัติเชื่อมโยงกับองค์กรก่อการร้ายสากล แต่เขามีอาการของ "ความแปลกแยกทางสังคม" (Social Alienation) และการสะสมความแค้นผ่านโลกออนไลน์ (Online Radicalization) หมาป่าเดี่ยวส่วนใหญ่มักมีความเชื่อแบบสุดโต่งที่หล่อหลอมขึ้นเองจากการอ่านข้อมูลด้านเดียว หรืออาจเกิดจากปัญหาทางจิตเวชที่นำไปสู่ความปรารถนาที่จะ "เป็นที่จดจำ" (Search for Significance)

แรงจูงใจของอัลเลนอาจเป็นเรื่องส่วนตัวที่ผสมผสานกับอุดมการณ์ทางการเมือง เขาอาจมองว่าตัวเองเป็นวีรบุรุษที่จะหยุดยั้ง "ทรราช" ตามจินตนาการของเขา การที่เขาสามารถวางแผนคนเดียวโดยไม่บอกใคร ทำให้ไม่มีการดักฟังหรือสัญญาณเตือนใดๆ ไปถึงหน่วยข่าวกรอง

บทสรุป

เหตุการณ์ลอบทำร้ายที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวที่ลึกเกินเยียวยาในสังคมสหรัฐฯ เมื่อ "กระสุน" กลายเป็นทางออกแทนที่ "บัตรเลือกตั้ง" ประวัติศาสตร์ของประธานาธิบดีที่ถูกสังหารในอดีตสอนเราว่า ความรุนแรงไม่เคยนำมาซึ่งทางออกที่ยั่งยืน มีแต่จะสร้างความโกรธแค้นที่วนเวียนเป็นวัฏจักร

ในขณะที่โลกกำลังเฝ้ามองว่าประธานาธิบดีคนปัจจุบันจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร ความปลอดภัยในโรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน หรือความแน่นหนาของ Secret Service อาจไม่ใช่คำตอบที่แท้จริง แต่คำตอบที่ยากกว่าคือการแก้ไข "จิตใจที่คลั่งแค้น" ของพลเมืองที่พร้อมจะกลายเป็นหมาป่าเดี่ยวออกล่าเป้าหมายที่อยู่สูงสุดของประเทศ