เนชั่นทีวี

ข่าว

"หวังอี้" เยือนไทย 23-25 เม.ย.นี้ พร้อมกัมพูชา-เมียนมา"

22 เม.ย. 2569

"หวังอี้" เยือนไทย 23-25 เม.ย.นี้ พร้อมกัมพูชา-เมียนมา"

"หวังอี้" เยือนไทย 23-25 เม.ย.นี้ พร้อมกัมพูชา-เมียนมา" - มีกำหนดเข้าพบ "อนุทิน" หลังตั้งรัฐบาลใหม่-สานต่อหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์-แลกเปลี่ยนประเด็นภูมิภาค

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เตรียมให้การต้อนรับนายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 23 - 25 เมษายน 2569

"หวังอี้" เยือนไทย 23-25 เม.ย.นี้ พร้อมกัมพูชา-เมียนมา" หวัง อี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน 

"หวังอี้" เยือนไทย 23-25 เม.ย.นี้ พร้อมกัมพูชา-เมียนมา"

ทั้ง 2 ฝ่ายจะเป็นประธานร่วมในการประชุมกลไกหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย - จีน ครั้งที่ 3 เพื่อสานต่อพลวัตความสัมพันธ์หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และกระชับความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศร่วมกัน

 

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมีกำหนดจะเข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในวันศุกร์ที่ 24 เมษายนนี้ เวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล

"หวังอี้" เยือนไทย 23-25 เม.ย.นี้ พร้อมกัมพูชา-เมียนมา" กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นาย กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เปิดเผยว่า นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน มีกำหนดเดินทางเยือนกัมพูชา ไทย และเมียนมา ระหว่างวันที่ 22–26 เมษายน ตามคำเชิญของประเทศดังกล่าว

 

กัมพูชา ไทย และเมียนมา ล้วนเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์อันเป็นมิตรกับจีน ภายใต้การนำเชิงยุทธศาสตร์ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และผู้นำของทั้งสามประเทศ ความร่วมมือในการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันระหว่างจีนกับประเทศดังกล่าวได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ซึ่งได้เสริมสร้างแรงขับเคลื่อนอย่างเข้มแข็งต่อการพัฒนาของแต่ละประเทศ

ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบศตวรรษกำลังเร่งตัวขึ้น ส่งผลให้ประเทศในภูมิภาคเผชิญทั้งความเสี่ยงและความท้าทายเพิ่มมากขึ้น 

 

ขณะเดียวกัน กัมพูชากำลังเร่งขับเคลื่อน “ยุทธศาสตร์ห้าเหลี่ยม” ส่วนไทยและเมียนมาเพิ่งดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยทั้งสามประเทศต่างอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการพัฒนาประเทศ 

 

ฝ่ายจีนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การเยือนครั้งนี้จะช่วยผลักดันการดำเนินการตามฉันทามติระดับสูง ลงลึกความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน เพื่อสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทุกประเทศ ตลอดจนสร้างคุณูปการมากยิ่งขึ้นในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค