รัสเซียเปิดฉากถล่มยูเครนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี! โดรน-ขีปนาวุธเฉียด 700 ลูก คร่าชีวิต 16 ราย
16 เม.ย. 2569

รัสเซียระดมโดรนและขีปนาวุธกว่า 600 ลำถล่มยูเครนครั้งใหญ่ที่สุดของปี ดับ 16 รายรวมเด็ก 12 ปี เซเลนสกีลั่นโลกต้องไม่ยกเลิกคว่ำบาตรรัสเซีย
ข่าว
16 เม.ย. 2569

รัสเซียระดมโดรนและขีปนาวุธกว่า 600 ลำถล่มยูเครนครั้งใหญ่ที่สุดของปี ดับ 16 รายรวมเด็ก 12 ปี เซเลนสกีลั่นโลกต้องไม่ยกเลิกคว่ำบาตรรัสเซีย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2569 ยูเครนต้องเผชิญกับการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยกองทัพอากาศยูเครนระบุว่ารัสเซียได้ปล่อยโดรนสังหารจำนวน 659 ลำ และยิงขีปนาวุธอีก 44 ลูก เข้าใส่เป้าหมายทั่วประเทศในห้วงเวลาเพียงหนึ่งคืน
ระลอกการโจมตีครอบคลุมเมืองสำคัญอย่างกรุงเคียฟ, คาร์คิฟ, โอเดซา, ดนีโปร และซาปอริซเซีย โดยมีรายละเอียดความเสียหายที่น่าสลดดังนี้
กรุงเคียฟ (Kyiv): มีผู้เสียชีวิต 4 ราย หนึ่งในนั้นคือ เด็กชายวัย 12 ปี ที่ร่างถูกขุดพบใต้ซากปรักหักพังของอาคารที่พักอาศัย นอกจากนี้ยังมีคนงานก่อสร้างบาดเจ็บสาหัสอีกหลายรายจากการระเบิดที่เกิดขึ้นใกล้กับไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียม
เมืองโอเดซา (Odesa): เป็นจุดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดถึง 8 ราย โดยขีปนาวุธได้ตกใส่หอพักของสถาบันดนตรีแห่งชาติ (Odesa National Music Academy) ส่งผลให้นักศึกษา 5 รายได้รับบาดเจ็บท่ามกลางความโกลาหลขณะอพยพกลางดึก
เมืองดนีโปร (Dnipro): มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 34 คน ส่วนที่เมืองซาปอริซเซียพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย
ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเยือนกรุงโรม ประเทศอิตาลี ได้ออกมาประณามการกระทำของรัสเซียอย่างรุนแรง โดยระบุว่าเหตุการณ์คืนนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่ารัสเซียไม่ได้ต้องการสันติภาพ แต่ต้องการเพียงสงครามเท่านั้น
"รัสเซียไม่สมควรได้รับความเห็นใจจากนโยบายระดับโลก หรือการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรใดๆ ทั้งสิ้น" เซเลนสกีกล่าว
นอกจากนี้ อันดรี ซิบิฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ยังระบุว่านี่คือ "อาชญากรรมสงคราม" ที่โลกจะปล่อยให้กลายเป็นเรื่องปกติไม่ได้ และผู้บงการจะต้องถูกนำตัวมาลงโทษ
การโจมตีครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากสิ้นสุดการหยุดยิงระยะสั้น 32 ชั่วโมง ที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศเนื่องในเทศกาลวันอีสเตอร์ของนิกายออร์โธดอกซ์เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์ความขัดแย้งกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นทันทีหลังหมดช่วงพักรบ
ข่าวล่าสุด