ประวัติศาสตร์หน้าใหม่! ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวันพบ "สี จิ้นผิง"
10 เม.ย. 2569

จับตาประวัติศาสตร์หน้าใหม่! เมื่อ "เจิ้ง ลี่เหวิน" บินตรงปักกิ่งจับมือ "สี จิ้นผิง" ภารกิจหยุดไฟสงครามข้ามช่องแคบไต้หวัน ท่ามกลางกระแสข่าวการแทรกแซง!
ข่าว
10 เม.ย. 2569

จับตาประวัติศาสตร์หน้าใหม่! เมื่อ "เจิ้ง ลี่เหวิน" บินตรงปักกิ่งจับมือ "สี จิ้นผิง" ภารกิจหยุดไฟสงครามข้ามช่องแคบไต้หวัน ท่ามกลางกระแสข่าวการแทรกแซง!
10 เมษายน 2569 ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของประเทศจีน กล่าวระหว่างพบกับ "เจิ้ง ลี่เหวิน" (Cheng Li-wun) ผู้นำฝ่ายค้านไต้หวัน ในวันนี้ (10 เม.ย.) ประชาชนทั้งสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน ต่างมีแผ่นดินบ้านเกิดเดียวกัน และอนาคตของความสัมพันธ์ขึ้นอยู่กับประชาชนชาวจีน
เจิ้ง ลี่เหวิน เป็นประธานพรรคก๊กมินตั๋ง หรือ KMT พรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน กำลังอยู่ระหว่างการเยือนจีนเพื่อภารกิจสันติภาพ ที่เธอเรียกว่าเป็นภารกิจ "ลดความตึงเครียด" ในขณะที่จีนเพิ่มแรงกดดันทางทหารต่อไต้หวัน ที่จีนถือว่าเป็นเพียงมณฑลหนึ่งของจีน
ประธานาธิบดีสี กล่าวด้วยว่า จีนยินดีที่จะเสริมสร้างการแลกเปลี่ยน และการเจรจาร่วมกับพรรคการเมืองต่างๆ รวมถึงพรรคก๊กมินตั๋ง บนพื้นฐานทางการเมืองร่วมกันของการยึดมั่นในฉันทามติ ปี 2535 และการต่อต้านการแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน
ขณะที่เจิ้ง กล่าวว่า เธอหวังว่าทั้งสองฝ่าย จะสามารถส่งเสริมการสร้างกลไกสันติภาพข้ามช่องแคบร่วมกัน และทั้งสองฝั่งช่องแคบ
"ควรวางแผนและสร้างกลไกการเจรจา และความร่วมมือที่ยั่งยืนและเป็นระบบต่อไป และสาเหตุพื้นฐานของความขัดแย้งทั้งหมดจะถูกกำจัดออกไปอย่างสิ้นเชิง"
ซึ่งการพบกันครั้งประวัติศาสตร์นี้ เกิดขึ้นที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง ซึ่งผู้นำจีนได้จับมือกับผู้นำฝ่ายค้านไต้หวัน และถ่ายภาพร่วมกัน
เจิ้ง ลี่เหวิน เป็นนักการเมืองหญิงฉายา "นักปฏิรูป" และการก้าวขึ้นหัวหน้าพรรค KMT หลังชัยชนะในการเลือกตั้ง ได้รับการแสดงความยินดีจากประธานาธิบดีสี ท่ามกลางข้อครหาว่า จีนแทรกแซงการเลือกตั้ง โดยเลือกสนับสนุนเจิ้ง แต่หาทางบ่อนทำลายคู่แข่งอย่าง ห่าว หลุงปิน (Hau Lung-bin) อดีตนายกเทศมนตรีไทเปวัย 73 ปี โดยมีการพบหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอใน TikTok มากกว่า 1,000 วิดีโอ ที่โพสต์เรื่องเลือกตั้งหัวหน้าพรรค KMT แต่ครึ่งหนึ่งมาจากนอกไต้หวัน ซึ่งคาดว่า เป็นกระบวนการจากแผ่นดินใหญ่
เจิ้งวัย 55 ปี มีพื้นเพครอบครัวจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน เธอสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน "National Taiwan University" ในระดับชั้นปริญญาตรี และจบปริญญาเอกด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge)
เธอตั้งปณิธานว่า จะเปลี่ยน KMT จาก "แกะ" ให้กลายเป็น "สิงโต" และกอบกู้จิตวิญญาณที่แท้จริงของพรรค เพื่อสู้กับพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า หรือ DPP ที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในปัจจุบัน
เธอยังโดดเด่นด้วยจุดยืนสนับสนุนจีนแผ่นดินใหญ่ เช่น สนับสนุนฉันทามติปี 2535 ที่เน้นย้ำหลักการ "จีนเดียว" หรือทำแคมเปญกระตุ้นให้คนไต้หวันออกมาพูดอย่างเต็มปากว่า "ฉันคือคนจีน" เธอยังต่อต้านนโยบายเพิ่มงบประมาณทางทหาร 5% ของ ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ โดยให้เหตุผลว่า หากแข่งขันในประเด็นนี้ ไต้หวันจะเป็นฝ่ายแพ้เสมอ
ข่าวล่าสุด